
รุกพัฒนาตลาดทุน
พบ‘ประจิน’ชงตั้งคณะกรรมการชุดใหม่สรรพากรยังไม่รับปากต่อภาษีแอลทีเอฟ
พบ‘ประจิน’ชงตั้งคณะกรรมการชุดใหม่สรรพากรยังไม่รับปากต่อภาษีแอลทีเอฟ
สภาธุรกิจตลาดทุนเสนอ คสช.ตั้งบอร์ดพัฒนาตลาดทุนสานงานที่คั่งค้าง สรรพากรไม่สรุปภาษีแอลทีเอฟ
นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยว่า เย็นวันที่ 15 ก.ค. 2557 สภาธุรกิจตลาดทุนไทย เข้าพบ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ. หัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อร่วมกันหารือเป็นทางการพร้อมเสนอในหลายประเด็น ประกอบด้วย แผนพัฒนาตลาดทุนที่จะเสนอให้แต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาตลาดทุนชุดใหม่ขึ้นมาแทนชุดเดิมเมื่อมีคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ ซึ่งมี รมว.คลัง นั่งเป็นประธานเพื่อเข้ามาสานงานเดิมที่ค้างอยู่ในหลายเรื่อง อาทิ การปฏิรูปตลาดทุน รวมถึงเรื่องที่อยู่ระหว่างการศึกษา คือ การแปรรูปตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และการแปรรูปรัฐวิสาหกิจเพื่อปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพว่าจะดำเนินการอย่างไร อีกทั้งเข้ามาสานงานด้านกฎหมายภาษีและการแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
“สภาธุรกิจตลาดทุนไทยตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 2 ชุด อยู่ในระหว่างการศึกษา 2 เรื่อง คือ การแปรรูปตลาดหลักทรัพย์และการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ซึ่งมีหน้าที่หยิบประเด็นขึ้นมาเสนอเท่านั้น ให้ผู้มีอำนาจพิจารณาก่อนตัดสินใจว่าควรทำหรือไม่” นายไพบูลย์ กล่าว
นอกจากนี้ ยังเสนอให้ต่ออายุสิทธิประโยชน์ทางภาษีลงทุนกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (แอลทีเอฟ) ซึ่งจะครบอายุในปี 2559 โดยต้องการกำหนดเงื่อนไขเป้าหมายที่ชัดเจนตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการใช้ยกระดับพัฒนาตลาดทุนโดยอาจวัดจากจำนวนผู้ลงทุนที่เข้ามาออมลงทุนในตลาดทุนเมื่อครบจึงประกาศยกเลิก ซึ่งไม่ควรใช้เงื่อนไขเวลาในการกำหนดยกเลิกสิทธิ ทั้งนี้เนื่องจากปัจจุบันกลุ่มคนทำงานรวมประมาณ 30 ล้านคน เข้ามาออมผ่านแอลทีเอฟเพียง 7 แสนราย คิดเป็นเงินลงทุนราว 2.20 แสนล้านบาท
อย่างไรก็ดี ในเช้าวันที่ 15 ก.ค. 2557 หลังได้เข้าพบกับกรมสรรพากรที่ได้ยืนยันออกมาว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงสิทธิประโยชน์ทางภาษีเดิมของกองทุนแอลทีเอฟ ซึ่งจะสิ้นสุดในปี 2559
ทั้งนี้ จะขอพิจารณาข้อมูลต่างๆ ก่อนตัดสินใจว่าจะต่ออายุหรือยกเลิกหรือไม่ ขณะที่ได้เสนอผลการศึกษายืนยันชัดเจนว่ากลุ่มผู้มีรายได้ระดับล่างถึงปานกลางได้ประโยชน์การประหยัดภาษีมากกว่ากลุ่มที่มีผู้รายได้สูง และตลาดทุนได้ประโยชน์จากสัดส่วนนักลงทุนสถาบันที่เพิ่มขึ้น รวมถึงใน 12 ปี ต่อมาผู้ออมจะมีการลงทุนในกองทุนประเภทอื่นเพิ่มด้วย รวมถึงจะเสนอให้ คสช.มีคำสั่งให้บริษัทเอกชนทุกแห่งมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้พนักงานเป็นภาคบังคับรองรับการเกษียณอายุ
นอกจากนั้น ได้เชิญหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช. ไปร่วมนำเสนอข้อมูลกับนักลงทุน (โรดโชว์) ในต่างประเทศ เบื้องต้นคือฮ่องกงและสิงคโปร์กับสภาธุรกิจตลาดทุนไทย รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐ ทั้งกระทรวงการคลัง คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กระทรวงคมนาคม เพื่อร่วมให้ข้อมูลถึงแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและผู้บริหารบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ให้สร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนต่างชาติ
สภาธุรกิจตลาดทุนไทย ยังจะเสนอให้หน่วยงานรัฐวิสาหกิจเข้ามาใช้กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (อินฟราสตรัคเจอร์ ฟันด์) เป็นแหล่งเงินทุนทางเลือกในการลงทุนเพิ่มควบคู่การใช้เงินกู้ยืมดอกเบี้ยต่ำอย่างเดียวเพื่อสร้างวินัยการลงทุน โดยจะเสนอออกเป็นคำสั่ง คสช.ให้โครงการลงทุนกำหนดสัดส่วนต้องใช้แหล่งเงินทุนจากอินฟราสตรัคเจอร์ ฟันด์ เพื่อลงทุน
นายไพบูลย์ กล่าวว่า วันที่ 16 ก.ค.นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) เพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ และพูดคุยเรื่องการจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน







