posttoday
Biz Monitor

Biz Monitor

16 กรกฎาคม 2557

คอนโดหรูกลางเมืองยังมีโอกาสโต

คอนโดหรูกลางเมืองยังมีโอกาสโต

น.ส.พรพิมล พึ่งเขื่อนขันธ์ หัวหน้าแผนกซื้อขายที่พักอาศัยรายย่อย บริษัท ซีบี ริชาร์ด เอลลิส ประเทศไทย (ซีบีอาร์อี) ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า คอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ยังมีโอกาสเติบโตได้อีก เนื่องจากปัจจุบันคอนโดมิเนียมหรูย่านใจกลางเมือง เช่น สุขุมวิท ลุมพินี สาทร พญาไท และริมแม่น้ำที่มีอยู่ในตลาดมีประมาณ 1 แสนยูนิต โดยมีอีก 2.6 หมื่นยูนิต ที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและมีกำหนดแล้วเสร็จในอีก 3 ปีจากนี้คิดเป็นสัดส่วนน้อยกว่า 20% ของคอนโดมิเนียมทั้งหมดในกรุงเทพฯ นอกจากนี้ยังพบว่ามีธุรกรรมการซื้อขายที่ดินในราคาที่สูงเป็นประวัติการณ์ในย่านใจกลางกรุงเทพฯ เช่น กลุ่มควอลิตี้เฮ้าส์ ได้ซื้อแปลงที่ดินขนาด 3 ไร่ บริเวณหัวมุมสุขุมวิทซอย 6 ในราคา 1.7-1.8 ล้าน/ตารางวา เพื่อพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมหรู สะท้อนว่าตลาดนี้ยังมี ความต้องการต่อเนื่องซึ่งเป็นผลจากราคาที่ดินในกรุงเทพฯ และต้นทุนค่าก่อสร้างที่ขยับขึ้นสูงขึ้น ทำให้กลุ่มผู้ซื้อมองว่าโครงการคอนโดฯ หรูใหม่จะยิ่งมีราคาสูงขึ้น

โจ เว็บบ์ Head of Digital ทีเอ็นเอส เอเชียแปซิฟิก

ทีเอ็นเอส เผยพฤติกรรมใหม่ของผู้บริโภคยุคดิจิตอลทั่วโลกที่เรียกว่า “ScreenStacking หรือ MultiScreening” สะท้อนชัดถึงพฤติกรรมที่ผู้บริโภคใช้สื่อหลายหน้าจอในเวลาเดียวกันนั้นเกิดขึ้นกับเกือบครึ่งหนึ่ง (48%) ของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่กว่า 66% ของชาวเน็ตในไทย ในฐานะผลพวงกระแสดิจิตอลมาแรง ขณะที่อิทธิพลสื่อโทรทัศน์ยังมีบทบาทสำคัญทั่วโลก

15 กรกฎาคม 2557 ทีเอ็นเอส บริษัทให้คำปรึกษาและข้อมูลการตลาดยักษ์ใหญ่ของโลกเผยผลสำรวจพฤติกรรมของผู้บริโภคดิจิตอลทั่วโลก หรือ คอนเน็คเท็ดไลฟ์ 2014 (Connected Life) ที่ศึกษาพฤติกรรมกลุ่มผู้ใช้อินเทอร์เน็ตกว่า 55,000 คนใน 50 ประเทศทั่วโลก ระบุว่า เกือบครึ่ง (48%) ของนักท่องเน็ตทั่วโลกยอมรับว่าตนเองมีพฤติกรรม “screenstacking หรือ การใช้สื่อหลายหน้าจอในเวลาเดียวกัน” มากเป็นพิเศษในช่วงเวลาเย็นของทุกวัน โดยการรับชมโทรทัศน์ในช่วงเย็นพร้อมๆกันไปกันกับกิจวัตรออนไลน์รูปแบบต่างๆ อาทิ ใช้งานโซเชียลมีเดียอื่นๆอย่าง เฟซบุ๊ค แชต เช็คอีเมล หรือแม้กระทั่งช้อปออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาอาหารเย็นที่ผู้คนจดจ่ออยู่กับการรับประทานอาหาร ไม่สะดวกในการใช้นิ้วหรือมือสั่งงานอุปกรณ์ดิจิตอลทีเรียงรายรอบตัวเท่าเวลาปกติ นำโดยกลุ่มประเทศในเอเชียที่กว่า 54% ของนักท่องเน็ตเอเชียมีพฤติกรรมการใช้สื่อหลายหน้าจอในเวลาเดียวกัน โดยสัดส่วนพฤติกรรมนี้เกิดขึ้นอย่างหลากหลายตามแต่ละประเทศในภูมิภาคเดียวกัน สูงที่สุดคือ 79% ในประเทศญี่ป่น และ ต่ำที่สุดในภูมิภาคคือ 37% ในประเทศจีน ส่วนนักท่องเน็ตชาวไทยพบว่ามีพฤติกรรมดังกล่าวอยู่ในระดับค่อนข้างสูงคือ 66%*

จากการสำรวจพบว่าปัจจัยที่ทำให้เกิดพฤติกรรมผู้บริโภคแบบมัลติสกรีน หรือ การใช้สื่อหลายหน้าจอในเวลาเดียวกัน ที่เกิดขึ้นกับเกือบครึ่งหนึ่งประชากรผู้ใช้อินเทอร์เน็ตใน 50 ประเทศหลักๆทั่วโลกนั้น เป็นผลมาจาก (1) สื่อโทรทัศน์ยังมีอิทธิพลสำคัญต่อ 3 ใน 4 ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลก (2) เทคโนโลยีกระตุ้นให้ผู้บริโภคมีพฤติกรรมและความต้องการบริโภคข้อมูลข่าวสารหรือเนื้อหาต่างๆในเชิงรุกมากขึ้น การรอรับชมโทรทัศน์ปกติจึงไม่เพียงพอต่อความต้องการอีกต่อไป และ (3) อัตราการครอบครองอุปกรณ์ดิจิตอลของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตต่อคนที่สูงขึ้น

สื่อโทรทัศน์ยังมีอิทธิพลสำคัญต่อ 3 ใน 4 ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลก

? สื่อโทรทัศน์ยังคงมีบทบาทสำคัญในชีวิตของผู้คนทั่วโลกไม่เว้นแม้แต่ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต โดยกว่า 3 ใน 4 (75%) ของกลุ่มผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วโลกยังอยู่ภายใต้อิทธิพลของสื่อโทรทัศน์เป็นประจำทุกวัน ขณะที่ตัวเลขดังกล่าวของประเทศสูงกว่าถึง 85% ของนักท่องเน็ตในไทย***

การเป็นฝ่ายรอรับชมโทรทัศน์ตามผังรายการปกติไม่เพียงพอต่อความต้องการอีกต่อไป

? ความต้องการรับชมเนื้อหาทีวีและวิดีโอออนไลน์ที่ตนชื่นชอบได้ทุกที่ทุกเวลา อาทิ การติดตามรายการทีวีโปรดได้ตามเวลาที่สะดวก ทำให้หนึ่งในสี่ (25%) ของนักท่องเน็ตทั่วโลกระบุว่ามีการเข้าชมเนื้อหาหรือข้อมูลผ่านคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และมือถือเป็นประจำทุกวัน ซึ่งสูงขึ้นอีกถึงกว่า 33% ในประเทศจีนและสิงคโปร์ 32% ในฮ่องกง ซึ่งเป็นสามประเทศที่ “แฟล็บเล็ต (Phablets)” กำลังเป็นที่นิยมในวงกว้าง ขณะที่ ชาวเน็ตในไทยมีอัตราการมีการเข้าชมคอนเทนต์ผ่านอุปกรณ์ดิจิตอลราว 11% ของจำนวนประชากรผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต***

อัตราการครอบครองอุปกรณ์ดิจิตอลของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตต่อคนที่สูงขึ้นเฉลี่ย 4 เครื่องต่อคน

ผลสำรวจ Connected Life พบว่า นักท่องเน็ตทั่วโลกโดยเฉลี่ยมีอัตราการถือครองอุปกรณ์ดิจิตอลมากถึง 4 เครื่องต่อคน โดยค่าเฉลี่ยของประเทศในเอเชียราว 3 เครื่องต่อคน ซึ่งสอดคล้องกับอัตราการถือครองอุปกรณ์ดิจิตอลของชาวเน็ตในประเทศไทย ที่พบว่านักท่องเน็ตชาวไทยเป็นเจ้าของอุปกรณ์ดิจิตอล 3 เครื่องต่อคน อย่างไรก็ตาม อัตราการถือครองอุปกรณ์นี้เพิ่มสูงขึ้นเป็นกว่า 5 เครื่องต่อนักท่องเน็ต 1 คนในบางประเทศ เช่น ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ และไต้หวัน**

มร.โจ เว็บบ์ Head of Digital ทีเอ็นเอส เอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า ฟุตบอลโลกครั้งล่าสุดที่มีขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา คือ ตัวอย่างที่เด่นชัดของพฤติกรรมการใช้สื่อหลายหน้าจอในเวลาเดียวกัน อาทิ การรับชมแมตช์ฟุตบอลทางโทรทัศน์ แท็บเล็ต และโทรศัพท์มือถือ ขณะที่พูดคุยกับคอบอลในโซเชียลมีเดีย พฤติกรรมของผู้บริโภคในการรับข่าวสารข้อมูลแบบ screenstacking นี้จะมีการขยายวงกว้างมากขึ้นในตลาดเอเชีย ที่ซึ่งนักท่องอินเทอร์เน็ตมีความโหยหาและต้องการรับชมคอนเทนต์ออนไลน์ต่างๆมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่สื่อโทรทัศน์ก็ยังคงบทบาทสำคัญและอิทธิพลเหนือสื่ออื่นๆไว้ได้อย่างดีเยี่ยม จากการส่งเสริมจากคุณภาพและความหลากหลายในรับชมที่ดีขึ้นจากดิจิตอลทีวี และบริการทีวีออนดีมานต์ต่างๆ ดังนั้น พฤติกรรมการใช้สื่อหลายหน้าจอกำลังเกิดขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญในหมู่ผู้บริโภครุ่นใหม่ทั่วโลก และกลายเป็นโจทย์ที่นักการตลาดไม่ควรละเลยเพื่อค้นหาโอกาสที่แท้จริงในการทำความเข้าใจและสรรหาวิธีเชื่อมโยงติดต่อสื่อสารถึงผู้บริโภคยุคดิจิตอลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โออิชิลุยธุรกิจร้านอาหารในพม่า

นายมารุต บูรณะเศรษฐกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป เปิดเผยว่า หลังจากขยายสาขาร้านอาหารญี่ปุ่นชาบูชิแห่งแรกที่ย่างกุ้ง ประเทศพม่า ด้วยงบลงทุน 20 ล้านบาท ในไตรมาสแรกที่ผ่านมา เพื่อรองรับโอกาสจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี โดยในปีนี้ จะเปิดเพิ่มอีก 2 สาขา ที่มัณฑะเลย์ 1 สาขา และย่างกุ้งเพิ่มอีก 1 สาขา พร้อมตั้งเป้าขยายสาขาในประเทศกลุ่ม เออีซีให้ครบ 10 สาขา ภายใน 5 ปี หรือลงทุนราว 200 ล้านบาท ขณะที่ภาพรวมธุรกิจอาหารในประเทศไทยปีนี้ ตั้งเป้ารายได้ 7,4007,500 ล้านบาท จากแผนขยายสาขาใหม่เพิ่มอีก 50 แห่ง ภายใต้งบลงทุน 600 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน