
จ่ายงบธกส.8หมื่นล.
เดินหน้าคืนดอกเบี้ยเงินต้นจำนำข้าวกันอีกหมื่นล้านใช้คืนกองทุนช่วยชาวนา
เดินหน้าคืนดอกเบี้ยเงินต้นจำนำข้าวกันอีกหมื่นล้านใช้คืนกองทุนช่วยชาวนา
ธ.ก.ส.ปลื้ม คสช.ไฟเขียวงบปี 2558 กว่า 8 หมื่นล้าน ยันมีเงินพอใช้หนี้กองทุนชาวนาสิ้นปีนี้แน่
นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มีมติเห็นชอบจัดสรรเงินงบประมาณปี 2558 จำนวน 82,403 ล้านบาท ให้ ธ.ก.ส.เพื่อนำไปชำระคืนดอกเบี้ยและเงินต้นจจากแหล่งเงินกู้ที่สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กู้มาให้ ธ.ก.ส. เพื่อใช้ในโครงการรับจำนำข้าวที่ผ่านมาแล้ว
นอกจากนี้ ยังรวมถึงการชำระคืนดอกเบี้ยส่วนของเงินที่กู้ยืม ธ.ก.ส.มาใช้ในโครงการรับจำนำข้าวอีก 9 หมื่นล้านบาท รวมถึงภาระดอกเบี้ยอีกกว่า 2,200 ล้านบาท ที่ ธ.ก.ส.เสนอขอให้รัฐบาลจ่ายชดเชยดอกเบี้ยในโครงการสินเชื่อชะลอการขายปี 2557 ด้วย
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา ธ.ก.ส.ได้รับเงินคืนจากการระบายข้าวของกระทรวงพาณิชย์ ในโครงการรับจำนำข้าวตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปัจจุบัน รวมเป็นเงินกว่า 2.3 แสนล้านบาท แยกเป็นเงินที่ขายข้าวได้แล้วเอาใช้คืน 2 แสนล้านบาท และที่เหลืออีก 3 หมื่นล้านบาท เป็นเงินจากการขายมันสำปะหลัง
ทั้งนี้ ธ.ก.ส.ได้ทยอยกันเงินราว 8,000 ล้านบาท เพื่อเตรียมจ่ายคืนผู้ที่นำเงินมาสมทบในกองทุนช่วยเหลือชาวนาทั้ง 3 บัญชีรวมกว่า 1.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งมีการเบิกจ่ายเงินให้เกษตรกรจริงไปแล้วกว่า 1.05 หมื่นล้านบาท คงเหลือเงินที่ไม่ได้เบิกจ่ายอีกราว 3,000 ล้านบาท จึงเหลืออีกประมาณ 2,000 ล้านบาท ที่ต้องทยอยกันเงินเพิ่มเติม เพื่อเตรียมไว้จ่ายคืนผู้ที่นำเงินสมทบเข้ากองทุนชาวนาในช่วงปลายปีนี้
“เงินที่ได้ใช้คืน 82,403 ล้านบาท ส่วนใหญ่จะเป็นการชดเชยภาระดอกเบี้ยและเงินต้นในบางส่วน ซึ่งในภาพรวมเงินต้น ยังไม่ลดลงไปมากนัก และหากสิ้นปีนี้ยัง ไม่สามารถลดวงเงินกู้ภาพรวมทั้งหมด ให้เหลือ 5 แสนล้านบาทได้ ก็จะเสนอ คสช.ให้ขยายเวลาออกไปอีก ไม่ให้ต้อง เร่งระบายข้าวเพื่อมาใช้หนี้คืนให้ต่ำกว่า 5 แสนล้านบาทภายในสิ้นปีนี้ เพราะเกรงว่าจะกระทบราคาข้าวในสต๊อกและข้าวใหม่ที่กำลังจะออกสู่ตลาด” นายลักษณ์ กล่าว
ขณะที่ราคาข้าวในตลาดโลกปัจจุบันกำลังเริ่มขยับตัวสูงขึ้น โดยส่วนหนึ่งเป็นผลจากการที่ไทยชะลอการระบายข้าว เพื่อตรวจสอบข้าวที่ค้างสต๊อกทั้งหมด ในโครงการรับจำนำที่ผ่านมา และเป็นผลจากการที่ตลาดโลกกังวลถึงผลกระทบ ภัยแล้งจากปรากฏการณ์เอลนินโญช่วงครึ่งปีหลังนี้







