
อโรม่าโต30%เพิ่มแฟรนไชส์4ปีแตะพันล.
โพสต์ทูเดย์
— อโรม่า กรุ๊ป มั่นใจยอดขายกาแฟคั่วบดปีนี้โต 30% ลุ้น 4 ปีขายแตะ 1,000 ล้านนายกิจจา วงศ์วารี กรรมการ บริหาร บริษัทในเครืออโรม่า กรุ๊ป ผู้ดำเนินธุรกิจกาแฟคั่วบดครบวงจร เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทตั้งเป้ายอดขายกาแฟคั่วบดที่ 700800 ล้านบาท ซึ่งเติบโต 30% จากปีก่อนที่มียอดขาย 600 ล้านบาท เนื่องจากเชื่อมั่นในการเติบโตของเศรษฐกิจโดยรวม และผู้บริโภคดื่มกาแฟเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บริษัทมีส่วนแบ่งตลาดกาแฟคั่วบดถึง 40%
ปัจจุบันธุรกิจร้านกาแฟสดมีมูลค่าตลาด 2,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 5% ของตลาดกาแฟโดยรวมในประเทศไทยมูลค่า 3 หมื่นล้านบาท โดยร้านกาแฟระดับกลางและล่างมีการเติบโตมากสุด ขณะที่ร้านกาแฟระดับพรีเมียม มีข้อจำกัดด้านทำเลที่กระจุกตัวอยู่ในเขตเมือง และค่าเช่าพื้นที่ค่อนข้างสูง ส่งผลให้ขยายตัวช้าลง
นอกจากนี้ บริษัทยังตั้งเป้าหมายว่า ในช่วง 4 ปีข้างหน้าหรือภายในปี 2557 จะมียอดขายได้ถึงประมาณ 1,000 ล้านบาท เนื่องจากเครืออโรม่า กรุ๊ป ได้จัดกิจกรรมทางการตลาดอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี อาทิ การออกงานแสดงสินค้าทุกปี การจัดโครงการ Thailand Indy Barista Championship ครั้งที่ 3 เพื่อเฟ้นหาสุดยอดนักชงกาแฟของประเทศไทย เป็นต้น
สำหรับนโยบายการขยายสาขาร้านกาแฟนั้น ปัจจุบันสาขาร้านกาแฟไนน์ตี้ โฟร์ คอฟฟี่ มีอยู่กว่า 40 สาขาทั่วประเทศ ในปีนี้อาจขยายสาขาน้อยลง เพราะหาทำเลยากขึ้น ตลอดจนปัญหาเรื่องอัตราค่าเช่าในทำเลดีๆในตัวเมืองค่อนข้างสูง แต่บริษัทตั้งเป้าจะขยายแฟรนไชส์เฉลี่ยเดือนละ 1 สาขา พร้อมปรับรูปแบบแฟรนไชส์ โดยยกเลิกการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแรกเข้า 4 แสนบาท ส่งผลให้ลงทุนเริ่มต้นลดลงเหลือเพียง 8 แสนบาท ส่วนแบรนด์ชาวดอย และโอเคเอสเปรสโซ่ลงทุนประมาณ 4
–7 หมื่นบาทต่อร้านทั้งนี้เพื่อให้ผู้สนใจสามารถเข้ามาลงทุนและเป็นเจ้าของธุรกิจร้านกาแฟได้ง่ายขึ้น ทางบริษัทฯ จึงได้ผลิตกาแฟคั่วบดออกมาขายเองภายใต้ชื่อแบรนด์“ชาวดอย” และ”โอเคเอสเปรสโซ่ลงทุนประมาณ 40,00070,000 บาทต่อร้านขึ้นอยู่กับเครื่องชงกาแฟที่ใช้ โดยจะจับตลาดระดับกลางถึงล่างราคาจำหน่าย 3035 บาทต่อแก้ว ซึ่งเชื่อว่ากาแฟระดับนี้ตลาดยังโตได้อีก เนื่องจากสามารถตั้งในที่ชุมชนได้ โดยปัจจุบันกาแฟชาวดอยมีขายแล้วกว่า 200 จุดขาย เริ่มมาประมาณ 23 ปี ส่วนกาแฟโอเคเอสเปรสโซ่ มีอยู่ประมาณ 75 จุดขายและจะเปิดอีก 75 จุดขายภายในปีนี้ โดยจะเปิดตามศูนย์อาหารหรือร้านค้าปลีกทั่วไป ซึ่งคาดว่าจะมีผู้สนใจเข้าร่วมธุรกิจแฟรนไชส์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
“
นอกจากนี้เราให้บริการดูแลเครื่องชงกาแฟ อุปกรณ์และวัตถุดิบตลอดจนทำสูตรเครื่องดื่มในการเปิดร้านกาแฟสดที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้าง เช่น ร้านในสถานีบริการน้ำมันรายใหญ่ของประเทศกว่า 500 สาขา หรือร้านกาแฟแบรนด์ที่ชูภาพลักษณ์ของเจ้าแห่งนวัตกรรมและ Innovative ใหม่ๆ อีกกว่า 40 สาขา โดยอโรม่า กรุ๊ป ยังเป็นผู้ผลิตกาแฟคั่วบดเพื่อเป็นวัตถุดิบ ให้ร้านฟาสต์ฟู้ดและโรงแรมชั้นนำ โดยมีคู่ค้าต่างๆ เหล่านี้กว่า 3,000 รายจากตลาดรวมในประเทศทั้งหมด 7,000 ราย หรือคิดเป็นกว่า 10,000 outlets ที่เราครองส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่”นายกิจจา กล่าวว่าธุรกิจการบริการทางด้านกาแฟและเครื่องดื่มอื่นๆมีการขยายตัวมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้มีการแข่งขันในการดึงดูดลูกค้าให้มาใช้บริการมีมากขึ้น โดยแต่ละบริษัทต่างก็พยายามหาข้อได้เปรียบมาใช้เป็นกลยุทธ์ในการแข่งขัน ซึ่งกลยุทธ์หลักที่บริษัทส่วนใหญ่ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกคือการมุ่งเน้นที่คุณภาพของการให้บริการ ตลอดจนเรื่องคุณภาพของกาแฟเครื่องดื่มและราคาตามลำดับ
ปัจจุบันอโรม่า กรุ๊ปมีโรงงานผลิตเมล็ดกาแฟคั่วบด 2 แห่ง คือประเทศไทย และ ประเทศเวียดนาม ในส่วนของประเทศไทย โรงงานตั้งอยู่ที่ จังหวัดฉะเชิงเทรา พื้นที่ 20 ไร่ พื้นที่การผลิต 10,000 ตรม. กำลังการผลิต 60 ตัน ต่อเดือน มีระบบสำรองเมล็ดกาแฟ 1.5 เท่าของยอดจำหน่ายต่อปี และโรงงานที่ประเทศเวียดนาม ตั้งอยู่ ณ จ.โฮจิมินท์ พื้นที่ 70 ไร่ พื้นที่การผลิต 30,000 ตรม. นอกจากนี้อโรม่า กรุ๊ป ยังมีโรงงานผลิตเบเกอร์รี่สดเพื่อซัพพลายให้กับร้าน 94บ Coffee รวมถึงลูกค้ารายย่อยและรายใหญ่อื่นๆ โดยมีที่ตั้งอยู่ที่ ซ.ลาดพร้าว 47 อีกด้วย







