
กลต.จี้บล.ทำแผนบริหารความเสี่ยง
รับมือทุกภาวการณ์ที่จะเกิดขึ้น คุมซื้อขายออนไลน์กันนักปั่นหุ้น โพสต์ทูเดย์
— ก.ล.ต. ย้ำให้ทุก บล. มีระบบบริหารความเสี่ยงรอบด้าน สามารถรับมือทุกการเปลี่ยนแปลง สั่ง บล. ออกมาตรการคุมการซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ตนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ประจำไตรมาส 2 ปี 2553 ว่า ก.ล.ต. ขอให้สมาคมจัดทำมาตรฐานการ บริหารความเสี่ยงให้แล้วเสร็จภายในปี 2553 เพื่อให้บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) นำแนวทางไปปฏิบัติต่อไป
“
บล.ต้องปรับตัวอยู่เสมอในทุกสถานการณ์ทั้งในและต่างประเทศที่เปลี่ยนแปลง โดยต้องมีแผนการบริหารความเสี่ยงที่ครอบคลุมทุกด้าน ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เพื่อให้ บล. ดำเนินธุรกิจและให้บริการแก่ผู้ลงทุนได้อย่างต่อเนื่องและแข่งขันในระดับสากลได้ โดยเฉพาะเมื่อการเชื่อมโยงตลาดทุนในภูมิภาคอาเซียนมีความคืบหน้ามากขึ้น” นายธีระชัย กล่าวก.ล.ต. ระบุว่า การบริหารความเสี่ยงในการลงทุนของพอร์ต บล. ที่ปัจจุบันลงทุนได้หลากหลายและซับซ้อนมากขึ้น ก.ล.ต. จึงกำหนดให้คณะกรรมการของ บล. ต้องรับทราบว่าบริษัทมีความเสี่ยงจากการลงทุนในเรื่องใดบ้าง มีวิธีการบริหารความเสี่ยงอย่างไร และควบคุมดูแลการลงทุนของบริษัท
นอกจากนี้ ระบุให้ บล. จะต้องมีระบบและมาตรการในการควบคุมการส่งคำสั่งซื้อขายทางอินเทอร์เน็ตอย่างเคร่งครัด หลังจากการซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ตเป็นที่นิยมและเพิ่มขึ้นสูงมาก เพื่อป้องกันการส่งคำสั่งที่มีลักษณะไม่เหมาะสมหรืออาจผิดกฎหมาย เช่น สร้างราคา
ทั้งนี้ บล. จะต้องมีมาตรการป้องปราม เช่น มีการคัดกรองคำสั่งที่ไม่เหมาะสม เช็กสอบ IP Address ว่าเป็นการส่งคำสั่งจากลูกค้าจริง และเมื่อพบการส่งคำสั่งซื้อขายที่ผิดปกติก็อาจให้ลูกค้าหยุดส่งคำสั่งได้
สำหรับแนวทางในการกำกับดูแลเจ้าหน้าที่การตลาด (มาร์เก็ตติง) ในการประชุมรอบนี้ทางสมาคมได้เสนอว่าจะยกเลิกมาตรการหักค่าอินเซนทีฟของมาร์เก็ตติง และเสนอมาตรการรองรับ 3 ด้าน เช่น ปรับปรุงหลักเกณฑ์การจ่ายผลตอบแทนของผู้ติดต่อกับผู้ลงทุนให้มีความหลากหลายและสอดคล้องกับรูปแบบการให้บริการของ บล. ในปัจจุบัน ซึ่งมีทั้งรูปแบบของ Private Wealth Management หรือรูปแบบที่เน้นการซื้อขายหุ้นเป็นหลัก ตลอดจนเพื่อมิให้เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาบุคลากรใหม่ที่มีคุณภาพเข้าสู่ธุรกิจหลักทรัพย์ และให้จัดทำคู่มือปฏิบัติงานของมาร์เก็ตติง รวมถึงจัดอบรมมาร์เก็ตติงในโครงการ Modern Marketing โดยปีนี้ตั้งเป้าพัฒนาให้ได้ 1,000 คน
นอกจากนี้ สมาคมได้นำเสนอให้ บล. จัดทำบทวิเคราะห์ให้ครอบคลุมหลักทรัพย์ใน 30 อันดับแรกของบริษัททั้งหมด จากปัจจุบันวิเคราะห์เพียง 20 บริษัท ภายในกลางปี 2554 และจะเป็นเป็น 50 บริษัทในอนาคต
นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ กล่าวว่า สมาคมเตือนให้สมาชิก บล. ตระหนักถึงผลกระทบของการเชื่อมโยงตลาดทุนในภูมิภาคอาเซียนและทำงานร่วมกับตลาดหลักทรัพย์ต่อเนื่อง







