
นักค้าทองคาดเห็น2.1หมื่นใน3เดือน
นักค้าทองประเมินตะวันออกกลางเดือด หนุนทองพุ่งช่วงสั้นแตะแนวต้าน 1,400 เหรียญสหรัฐ
นักค้าทองประเมินตะวันออกกลางเดือด หนุนทองพุ่งช่วงสั้นแตะแนวต้าน 1,400 เหรียญสหรัฐ
นายกมลธัญ พรไพศาลวิจิตร ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ เปิดเผยว่า จากการสำรวจความคิดเห็นของผู้ค้ารายใหญ่พบว่าในช่วง 1-3 เดือนนี้ ความรุนแรงในตะวันออกกลางโดยเฉพาะในประเทศอิรักมีน้ำหนักมากถึง 41% จึงมีโอกาสที่ราคาจะขยับขึ้นไปได้ แต่มีแนวต้านที่ 1,380-1,400 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ คิดเป็นราคาทองคำในประเทศบาทละ 2.1 หมื่นบาท ภายใต้สมมติฐานค่าเงินอยู่ที่ 30.8-32 บาท/เหรียญสหรัฐ
“ดัชนีเชื่อมั่นทองคำในเดือน ก.ค. อยู่ที่ 56.14 จุด เพิ่มขึ้น 23.31% จากเดือนก่อนอยู่ที่ 45.53 จุด ดัชนีที่ขึ้นมาเหนือ 50 จุด สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อราคาทองคำในประเทศ และกลุ่มตัวอย่างกว่า 37% จะซื้อทองคำในอีก 1 เดือนข้างหน้า”
สำหรับปัจจัยที่มีผลต่อราคาทองคำในระยะยาว ตลาดคาดการณ์ว่าสหรัฐจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจะส่งผลให้เงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้น ทำให้ทองคำอ่อนตัวลง ซึ่งประเมินว่าราคาต่ำสุดน่าจะมีแนวรับที่ 1,100-1,200 เหรียญสหรัฐ คิดประมาณ 1.8-1.9 หมื่นบาท บนสมมติฐานค่าเงินบาทที่ 32 บาท
นายกมลธัญ กล่าวว่า กลยุทธ์การลงทุนในช่วงราคาแกว่งตัวในกรอบแคบๆ เมื่อราคาเพิ่มขึ้นก็ให้ขายออกมาแล้วค่อยกลับไปซื้อ เมื่ออ่อนตัวลงคาดราคาจะไม่ลงไปต่ำเกินไปให้แนวรับที่ 1,100 เหรียญสหรัฐ ในทุกปัจจัยเสี่ยง เพราะพฤติกรรมการใช้ทองเป็นการซื้อเพื่อลงทุนมีประมาณ 50% ขณะเดียวกันจีนและรัสเซียต้องการเพิ่มขึ้น ปัจจุบันจีนมีทุนสำรองเป็นทองคำ 3% ส่วนรัสเซียทยอยซื้อเพิ่มขึ้นเดือนละประมาณ 20 ตัน
ด้านกองทุน SPDR เริ่มชะลอการขายและถือเพิ่มขึ้น ล่าสุดซื้อจำนวน 15 ตัน ทำให้ยอดถือครองสิ้นเดือน มิ.ย. อยู่ที่ 800.28 ตัน
ล่าสุด สัญญาทองคำล่วงหน้าปรับตัวลงแรงกว่า 23 เหรียญสหรัฐ มาซื้อขายบริเวณ 1,314 เหรียญสหรัฐ ส่งผลให้ราคาในประเทศเปลี่ยนแปลง 7 ครั้ง ลดลงรวม 300 บาท เมื่อวันที่ 14 ก.ค. 2557 เพราะปัญหาธนาคารโปรตุเกสและความกังวลเรื่องสหรัฐปรับขึ้นดอกเบี้ย







