posttoday
เครดิตบูโร...ภารกิจเพื่อการเตือนภัยว่า...เราจะไม่กลับไปมี NPL มากจนเจ็บปวดอีก

เครดิตบูโร...ภารกิจเพื่อการเตือนภัยว่า...เราจะไม่กลับไปมี NPL มากจนเจ็บปวดอีก

14 กรกฎาคม 2557

ในอดีตหากเราทุกคนจะจำได้ว่าในปี 2540 ซึ่งเป็นปีที่ประเทศไทยเป็นจุดเริ่มต้นของวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจและสถาบันการเงินในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้วลุกลามไปยังภูมิภาคต่างๆ จนในที่สุดผ่านมาถึงปีปัจจุบัน 2555 เรามีหนี้สินที่ทุกคนในประเทศต้องรับผิดชอบผ่านการชำระหนี้ของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินไทยกว่า 1.14 ล้านล้านบาท และมีแผนที่จะชำระหนี้ทั้งหมดภายใน 2025 ปี โดยแหล่งเงินที่จะมาชดใช้นั้นมาจากทั้งการเก็บค่าธรรมเนียมจากฐานเงินฝาก 0.47% และจากกำไรของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่เกริ่นนำมานี้ผู้เขียนต้องการให้เห็นภาพในอดีตที่เราท่านไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อน และไม่มีอะไรรับประกันว่ามันจะไม่กลับมาอีก

ในอดีตหากเราทุกคนจะจำได้ว่าในปี 2540 ซึ่งเป็นปีที่ประเทศไทยเป็นจุดเริ่มต้นของวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจและสถาบันการเงินในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้วลุกลามไปยังภูมิภาคต่างๆ จนในที่สุดผ่านมาถึงปีปัจจุบัน 2555 เรามีหนี้สินที่ทุกคนในประเทศต้องรับผิดชอบผ่านการชำระหนี้ของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินไทยกว่า 1.14 ล้านล้านบาท และมีแผนที่จะชำระหนี้ทั้งหมดภายใน 2025 ปี โดยแหล่งเงินที่จะมาชดใช้นั้นมาจากทั้งการเก็บค่าธรรมเนียมจากฐานเงินฝาก 0.47% และจากกำไรของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่เกริ่นนำมานี้ผู้เขียนต้องการให้เห็นภาพในอดีตที่เราท่านไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อน และไม่มีอะไรรับประกันว่ามันจะไม่กลับมาอีก

เหตุปัจจัยมาจากอะไร เศรษฐกิจไทยไปเลี้ยวผิดทางตรงไหน นโยบายและกลยุทธ์การบริหารเศรษฐกิจมหภาคเกิดอะไรขึ้น หรือระบบการบริหารจัดการสถาบันการเงินในการให้สินเชื่อเกิดอะไรขึ้นจึงมีหนี้เสีย หนี้เน่า หนี้ NPL ที่เรียกว่า “หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้” มีจำนวนมากมายมหาศาล จนธนาคารและสถาบันการเงินต้องล้มหายตายจากคาตาไปมากมายก่ายกอง คำถามจึงมีอยู่ว่า ทำไมสถาบันการเงินต่างๆ มีการปล่อยกู้ให้กับลูกค้าไปแล้ว ไม่รู้เลยหรือว่าลูกค้ามีพฤติกรรมอย่างไร มีความตั้งใจในการชำระหนี้มากน้อยอย่างไร ทำไมจึงให้กู้กับคนที่สามารถประกาศได้ว่า “ไม่กลัว ไม่มี ไม่หนี ไม่ให้ ถึงมีฉันก็ไม่ให้” เรื่องจึงมาจบลงที่ว่าสถาบันการเงินในขณะนั้นมีข้อมูลไม่มากพอ ไม่เพียงพอ ที่จะรู้จักตัวตนของลูกค้า ข้อมูลข้อเท็จจริงจึงมาจากทางลูกค้าเป็นหลักสำคัญ

บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ หรือ “เครดิตบูโร” จึงมีการจัดตั้งขึ้นหลังมีความเสียหายและมีการออกแบบให้เป็น “ถังข้อมูลบัญชีสินเชื่อต่างๆ ที่ลูกหนี้ไปมีไว้กับสถาบันการเงินที่เป็นสมาชิกของเครดิตบูโร” เมื่อลูกค้าที่มีประวัติตามข้อเท็จจริงตามความเป็นจริงจะไปยื่นขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินที่เป็นสมาชิกก็จะมีการตรวจสอบว่า มีประวัติการชำระหนี้เป็นอย่างไร ใช้ครบใช้ตรงตามเงื่อนไขก็จะถูกรายงานว่า ไม่ค้างชำระ หากไม่ทำตามสัญญาก็จะถูกรายงานว่าค้างชำระในเดือนนั้นๆ ข้อมูลนี้จะถูกนำไปรวมพิจารณากับข้อมูลด้านความสามารถในการชำระหนี้และข้อมูลด้านหลักประกัน ข้อมูลทั้ง 3 ส่วนนี้จะถูกพิจารณาและตัดสินใจ โดยสถาบันการเงินว่าเข้าเงื่อนไขหรือไม่ ถ้าเข้าก็อนุมัติ ถ้าไม่เข้าก็จะปฏิเสธสินเชื่อ และแจ้งให้กับผู้ขอสินเชื่อเป็นหนังสือต่อไป...นี่คือมาตรฐานสากลที่เราได้ตัดสินใจนำเข้ามาเพื่อป้องกันไม่ให้เกิด NPL มากมายเช่นในอดีต

ที่ผู้เขียนนำเสนอมาทั้งหมดปรากฏในหมายเหตุท้ายกฎหมาย ธุรกิจข้อมูลเครดิตปี พ.ศ. 2545 ที่กล่าวไว้ว่า

“โดยที่การกู้ยืมหรือให้สินเชื่อของสถาบันการเงินจำเป็นต้องมีข้อมูลเกี่ยวกับฐานะทางการเงินและประวัติการชำระหนี้ของลูกค้าอย่างเพียงพอว่า ลูกค้ารายนั้นมีประวัติอย่างไร และมีภาระหนี้อยู่กับสถาบันการเงินอื่นมากน้อยเพียงใด เท่าที่ผ่านมาการให้กู้ยืมหรือให้สินเชื่อของสถาบันการเงินยังมีข้อมูลไม่ครบถ้วน ส่งผลให้เกิดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้เพิ่มมากขึ้น ทำให้เกิดปัญหาความมั่นคงแก่ระบบสถาบันการเงินนั้น และระบบสถาบันการเงินโดยรวม... รวมทั้งยังไม่มีกฎหมายคุ้มครองประชาชนผู้เป็นเจ้าของข้อมูลไว้เป็นการเฉพาะ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้”

ภารกิจเพื่อการเตือนภัยว่า...เราจะไม่กลับไปมี NPL มากจนเจ็บปวดอีกจึงต้องอยู่กับองค์กรชื่อ “เครดิตบูโร”

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน