posttoday
แข่งดุค่าคอมม์โหด

แข่งดุค่าคอมม์โหด

12 กรกฎาคม 2557

ศึกโบรกเกอร์ใหม่ดึงมาร์เก็ตติ้งลุกลาม เก็งกำไรรายวันพุ่งเป็น1.8แสนล้าน

ศึกโบรกเกอร์ใหม่ดึงมาร์เก็ตติ้งลุกลาม เก็งกำไรรายวันพุ่งเป็น1.8แสนล้าน

ธุรกิจโบรกเกอร์แข่งขันกันดุเดือด ครึ่งแรกปี 2557 แย่งตัวมาร์เก็ตติ้ง ตัดราคาค่าคอมมิชชั่น

แหล่งข่าวในวงการธุรกิจหลักทรัพย์ เปิดเผยว่า ภาวะตลาดหุ้นที่มีการซื้อขายคึกคักขึ้นและมูลค่าการซื้อขายหุ้นโดยรวมเพิ่มขึ้นตั้งแต่เดือน พ.ค.และ มิ.ย. จะช่วยให้กำไรของบริษัทหลักทรัพย์ดีขึ้นไม่มากนัก ยกเว้นบริษัทที่มีพอร์ตลงทุนและพอร์ตเก็งกำไร เนื่องจากรายได้จากค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ (คอมมิชชั่น) ลดลง ขณะที่มีค่าใช้จ่ายในการลงทุนเพิ่มขึ้น เช่น ระบบ

ทั้งนี้ สาเหตุที่ทำให้รายได้จากค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ไม่สามารถเพิ่มขึ้นตามมูลค่าการซื้อขายหุ้นโดยรวม เนื่องจากการแข่งขันของธุรกิจหลักทรัพย์ ทำให้มีการตัดราคา ลดอัตราค่าคอมมิชชั่น แม้ว่าค่าเฉลี่ยยังคงทรงตัวระดับ 0.14% แต่อัตราสูงสุดเหลือ 0.19% จากระดับ 0.20% และอัตราต่ำสุดลดลงจาก 0.07% เหลือ 0.06%

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การแข่งขันของธุรกิจหลักทรัพย์มีอยู่แล้วตามภาวะธุรกิจตามปกติ แต่ยิ่งรุนแรงมากขึ้น เมื่อมีโบรกเกอร์ใหม่เกิดขึ้น ก็มีการชิงตัวเจ้าหน้าที่การตลาด (มาร์เก็ตติ้ง) กันหนักข้อเพื่อเร่งขยายเจ้าหน้าที่ให้ครอบคลุมทั่วทุกภาค ตอนแรกปัญหากระจุกจากโบรกเกอร์ใหม่บางรายเท่านั้น เช่น บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เออีซี (AEC)

แต่ขณะนี้เริ่มลุกลามเป็นวงกว้างสู่โบรกเกอร์รายอื่นๆ ซึ่งเปิดดำเนินธุรกิจมาสักระยะ ได้แก่ บล.แอปเปิ้ล เวลล์ และ บล.เอเชียเวลท์ เมื่อมีการชิงตัวมากขึ้น มาร์เก็ตติ้งกลุ่มนั้นก็ต้องเร่งสร้างผลงาน ลดราคาหุ้นลูกค้ารายใหญ่เพื่อดึงตัวไปใช้บริการกับโบรกเกอร์รายใหม่ เมื่อลูกค้าถูกแย่งไป โบรกเกอร์ก็ต้องสู้ ยอมลดค่าคอมมิชชั่นให้เพื่อดึงตัวลูกค้าไว้

“ตอนนี้การแข่งขันชิงตัวมาร์เก็ตติ้งจากโบรกเกอร์ขนาดใหญ่ดึงตัวผู้จัดการฝ่ายและทีมมาร์เก็ตติ้ง โดยจ่ายผลตอบแทนให้ล่วงหน้า ซึ่งพิจารณาจากผลงานในอดีตที่ผ่านมา ส่วนผลงานที่เหลือจะให้หลังครบ 1 ปี ขณะที่มาร์เก็ตติ้งส่วนใหญ่จะทำสัญญาทำงานกับโบรกเกอร์ไว้ 2 ปี ดังนั้นเมื่อครบสัญญาทำให้ย้ายและนำไปที่ใหม่สามารถต่อรองได้ง่าย” แหล่งข่าวเปิดเผย

ถึงกระนั้น ภาวะตลาดหุ้นที่มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นจากความเชื่อมั่นที่ดีขึ้นภายหลังจากสถานการณ์การเมืองคลี่คลายและนักลงทุนต่างชาติหยุดขายหุ้นแล้วกลับมาซื้อลงทุน ทำให้นักลงทุนไทย โดยเฉพาะรายย่อยมีความมั่นใจในการเก็งกำไรเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ จะเห็นได้จากมูลค่าการซื้อขายแบบหักกลบวันต่อวัน (เน็ตเซตเทิลเมนต์) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากไม่ถึงแสนล้านบาทในเดือน ก.พ.เป็นต้นมา มาถึงเดือน พ.ค.เพิ่มเป็นระดับ 140,344 ล้านบาท และ 181,399 ล้านบาท ในเดือน มิ.ย. สอดคล้องกับมูลค่าการซื้อขายโดยรวมที่เคลื่อนไหว 5 หมื่นล้านบาท ถึง 6 หมื่นล้านบาท เพิ่มเป็น 783,871 ล้านบาท และ 1,020,677 ล้านบาท ในเดือน พ.ค.และ มิ.ย.ที่ผ่านมาตามลำดับ ซึ่งการซื้อหักกลบคิดเป็นสัดส่วนของมูลค่าการซื้อขายประมาณ 17% ขณะที่สินเชื่อเพื่อซื้อหลักทรัพย์ (มาร์จิ้น) กลับทรงตัวต่ำกว่าระดับ 5 หมื่นล้านบาท

“โบรกเกอร์ไม่ประหลาดใจว่าราคาหุ้นกลุ่มหลักทรัพย์ไม่ขยับขึ้น แม้มูลค่าซื้อขายตลาดหุ้นโดยรวมจะดีขึ้น แต่กำไรสุทธิไม่ได้ปรับขึ้นตามความเป็นจริง”

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน