posttoday
เปิดยุทธศาสตร์"จิฟฟี่"ดันออยล์สร้างกำไร

เปิดยุทธศาสตร์"จิฟฟี่"ดันออยล์สร้างกำไร

09 กรกฎาคม 2557

หลังจาก บริษัท ปตท. เข้าซื้อกิจการสถานีบริการน้ำมันเจ็ทและร้านสะดวกซื้อจาก บริษัท โคโนโคฟิลิปส์ สหรัฐ ตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปัจจุบัน ปตท.ได้วางเป้าหมายในการปั้นแบรนด์ “จิฟฟี่” ให้เป็นหัวหอกในการรุกธุรกิจอื่นๆ ทั้งค้าปลีก อาหารและเครื่องดื่ม เพื่อสร้างรายได้จากธุรกิจที่นอกเหนือจากน้ำมันที่มีกำไรสูงกว่าธุรกิจน้ำมัน

หลังจาก บริษัท ปตท. เข้าซื้อกิจการสถานีบริการน้ำมันเจ็ทและร้านสะดวกซื้อจาก บริษัท โคโนโคฟิลิปส์ สหรัฐ ตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปัจจุบัน ปตท.ได้วางเป้าหมายในการปั้นแบรนด์ “จิฟฟี่” ให้เป็นหัวหอกในการรุกธุรกิจอื่นๆ ทั้งค้าปลีก อาหารและเครื่องดื่ม เพื่อสร้างรายได้จากธุรกิจที่นอกเหนือจากน้ำมันที่มีกำไรสูงกว่าธุรกิจน้ำมัน

ธุรกิจดังกล่าวอยู่ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท ปตท. บริหารธุรกิจค้าปลีกเพื่อความคล่องตัวในการบริหารจัดการ ซึ่งปัจจุบันมีปั๊มดูแล 150 แห่ง และธุรกิจนอกเหนือจากน้ำมันคือ ร้านสะดวกซื้อจิฟฟี่ทั้งในปั๊มน้ำมันและนอกปั๊ม หรือ สแตนด์อะโลน จิฟฟี่ พลัส ซูเปอร์มาร์เก็ต แฟรนไชส์ร้านชานมไข่มุก “เพิร์ลลี่ ที” และเตรียมเปิดเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ภายใต้ชื่อ คลิกทูจอย (Click2Joy) ในเดือน ส.ค.นี้

จักรกฤช จารุจินดา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ปตท. บริหารธุรกิจค้าปลีก บริษัทในเครือ ปตท. กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ของบริษัทใน 5 ปีนับจากนี้ จะลงทุนต่อเนื่องปีละ 1,000 ล้านบาท หรือรวม 5,000 ล้านบาท เพื่อขยายธุรกิจ โดยเน้นธุรกิจที่ไม่ใช่น้ำมันหรือกลุ่มนันออยล์ ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม ค้าปลีก เพื่อสร้างสัดส่วนรายได้จากกลุ่มนันออยล์จาก 48-50% ในปัจจุบันเป็น 70%

“เป้าหมายของเราคือ เป็นค้าปลีกด้านอาหารที่ผู้บริโภคต้องนึกถึงก่อนแบรนด์อื่น ภายใต้สโลแกนที่ว่า ‘สะดวก สบาย สดใหม่เสมอ อบอุ่นเหมือนเพื่อน’

ในปี 2556 ที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้จากธุรกิจน้ำมัน 4 หมื่นล้านบาท และจากธุรกิจค้าปลีก 6,000 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิ 335 ล้านบาท เป็นกำไรจากธุรกิจนันออยล์ถึง 48% ขณะที่ธุรกิจน้ำมันมีกำไรน้อยมาก บริษัทจึงวางทิศทางรุกธุรกิจนันออยล์ที่ให้ผลกำไรมากกว่าเป็นหลัก ส่วนปีนี้ยอมรับว่าปัจจัยลบที่เกิดขึ้นส่งผลให้รายได้ครึ่งปีแรกลดลงประมาณ 3% และจะพยายามเพิ่มยอดขายในครึ่งปีหลังเพื่อรักษารายได้ให้เท่าปีก่อน

สำหรับธุรกิจน้ำมันนั้น ในปีนี้บริษัทจะขยายสาขาใหม่ปีละ 34 แห่ง และปรับปรุงสาขาเก่า รวมทั้งปิดสาขาที่ไม่ทำกำไร โดยปัจจุบันปรับปรุงสาขาเก่าไปแล้ว 50 แห่ง เหลืออีก 100 แห่ง ที่ต้องเร่งปรับปรุงให้เสร็จภายในปี 2558

ขณะที่ธุรกิจค้าปลีกปัจจุบันมีร้านจิฟฟี่ในปั๊ม 150 สาขา ตั้งเป้าเปิดเพิ่มอีก 20 แห่ง โดยจำนวนนี้เป็นร้านที่อยู่นอกปั๊ม 5 แห่ง รวมทั้งเตรียมเปิดร้านจิฟฟี่ พลัส ซูเปอร์มาร์เก็ต เพิ่มอีก 2 แห่ง ที่สุขุมวิทประมาณซอย 101-103 และที่กระทรวงพาณิชย์จากปัจจุบันมี 2 สาขาที่ชัยพฤกษ์และบางแค ลงทุนสาขาละ 3040 ล้านบาท รวมทั้งขยายแฟรนไชส์ร้านชานมไข่มุกอย่างจริงจัง โดยปัจจุบันเปิดแล้วในปั๊มจิฟฟี่ 150 สาขา และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 180 สาขาสิ้นปีนี้

ร้านชานมไข่มุกเพิร์ลลี่ ที แบ่งเป็น 3 รูปแบบ คือ 1.คีออสก์ขนาด 4 ตร.ม. ลงทุนเริ่มต้น 3.5 แสนบาท 2.ร้านค้าขนาด 30 ตร.ม. กรณีที่ผู้ลงทุนมีพื้นที่เอง และ 3.รูปแบบคาเฟ่ขนาด 60 ตร.ม. ซึ่งปัจจุบันส่วนใหญ่ดีลเลอร์ปั๊มน้ำมันจะเป็นผู้ลงทุนเพื่อสร้างรายได้เพิ่มในปั๊ม แต่นับจากนี้บริษัทจะเน้นขายแฟรนไชส์เปิดนอกปั๊มมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังเตรียมเปิดธุรกิจออนไลน์ ช็อปปิ้ง ในเดือน ส.ค.นี้ โดยให้อินโฟร์เน็ตเป็นผู้วางระบบภายใต้ชื่อเว็บไซต์ Click2Joy เบื้องต้นจะนำสินค้ากลุ่มแฟชั่น ไอที แอกเซสซอรี ของใช้ภายในบ้าน เครื่องเขียน ฯลฯ เน้นสินค้าจากฮ่องกงและเกาหลีเข้ามาจำหน่าย โดยขณะนี้มีจำนวนสินค้าแล้วประมาณ 3,000 รายการ และในอนาคตจะนำสินค้าในร้านจิฟฟี่มาจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ด้วย

ทั้งนี้ เพื่อรองรับแผนการขยายธุรกิจนันออยล์ บริษัทจึงทุ่มงบลงทุน 600 ล้านบาท ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ที่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา บนพื้นที่ 10 ไร่ โดยคาดว่าจะเริ่มเปิดใช้ได้ในไตรมาส 2 ปี 2558 ซึ่งจะรองรับทั้งสินค้าแห้งและสด

“การขยายธุรกิจนันออยล์ใหม่ๆ เพิ่มขึ้น จะเน้นสินค้าอาหารและเครื่องดื่มเป็นหลัก ซึ่งขณะนี้เจรจากับพันธมิตรกว่า 10 ราย เช่น เบเกอรี่ โดยบริษัทเปิดกว้างทั้งการร่วมทุนและซื้อกิจการ”

นอกจากการลงทุนในประเทศแล้ว บริษัทยังได้ขยายไปต่างประเทศด้วย โดยปัจจุบันไปเปิดร้านจิฟฟี่ในปั๊ม ปตท.แล้ว 7 แห่ง ที่ประเทศลาว และจะเพิ่มเป็น 15 แห่งในปีนี้ รวมทั้งกัมพูชาที่จะมีร้านจิฟฟี่ครบ 6 แห่ง และมองโอกาสขยายไปยังประเทศพม่าและฟิลิปปินส์ด้วย

จักรกฤช กล่าวว่า กุญแจความสำเร็จของ บริษัท ปตท. บริหารธุรกิจค้าปลีกอยู่ที่กลยุทธ์ ซิงเกิล โอเปอเรท (Single Operate) คือ บริหารจัดการจบในที่เดียว โดยไม่ต้องวิ่งหาทีละธุรกิจ ทำให้สะดวกและขยายตัวได้เร็ว และในไม่ช้าบริษัทจะเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพราะ 3 ปีที่ผ่านมามีกำไรเติบโตต่อเนื่อง รวมทั้งตั้งเป้าภายใน 5 ปี จะได้เห็นรายได้จากธุรกิจนันออยล์แตะ 1.3 หมื่นล้านบาท แน่นอน

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน