
ตบเท้าเข้าเวียดนาม
ภาพการเป็นฐานการผลิตสินค้าและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สำคัญของโลกของประเทศเวียดนาม ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ หลังจากบรรดาบริษัทต่างชาติตบเท้าเข้าไปขยายการลงทุนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ภาพการเป็นฐานการผลิตสินค้าและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สำคัญของโลกของประเทศเวียดนาม ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ หลังจากบรรดาบริษัทต่างชาติตบเท้าเข้าไปขยายการลงทุนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด บริษัท ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ เพิ่งได้รับไฟเขียวจากรัฐบาลเวียดนามให้สร้างโรงงานมูลค่า 1 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อผลิตจอภาพสำหรับใช้ในสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ซึ่งการอนุมัติครั้งนี้ทำให้ค่ายยักษ์ใหญ่สัญชาติเกาหลีใต้ ซึ่งปัจจุบันมีโรงงานผลิตสินค้าอยู่ในเวียดนามแล้ว 2 แห่ง สามารถขยายการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เพื่อตอบสนองความต้องการสมาร์ทโฟนและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ที่เพิ่มมากขึ้น
ประเมินกันว่าโรงงานแห่งใหม่ในเมืองบั๊กนิงห์ จะทำให้เกิดการจ้างงานประมาณ 8,000 คน และผลิตจอภาพได้ปีละ 48 ล้านชิ้น โดยคาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องการผลิตได้ในปีหน้า
นอกจากนี้ เมื่อเดือนที่ผ่านมาทางการเวียดนามให้ข้อมูลว่า ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ กำลังพิจารณาอัดงบลงทุนกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ สร้างโรงงานผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ในไซง่อน ไฮ เทค พาร์ค ในกรุงโฮจิมินห์ ซิตี้ อีกด้วย
ขณะที่ปีที่แล้ว ซัมซุงลงทุน 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ สร้างคอมเพล็กซ์ ที่จังหวัดท้ายเงวียน ผลิตสมาร์ทโฟนหลังจากสร้างโรงงานผลิตสมาร์ทโฟนที่เมืองบั๊กนิงห์ และเดินเครื่องผลิตมาตั้งแต่ปี 2552
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการลงทุนดังกล่าว สอดคล้องกับบทวิเคราะห์ของเว็บไซต์เวียดนามเน็ตที่อ้างนักวิเคราะห์ว่า เวียดนามมีความสามารถจะดึงดูดต่างชาติเข้ามาลงทุนผลิตสินค้าไฮเทคมากขึ้นในอนาคต จากปัจจุบันที่มีบริษัทยักษ์ใหญ่หลายราย ทั้งซัมซุงและอินเทลได้ปักธงให้เวียดนามเป็นฐานการผลิตสำคัญของบริษัทไปแล้ว
เมื่อปี 2553 อินเทลได้อัดงบ 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ สร้างโรงงานผลิตชิปในกรุงโฮจิมินห์ ซิตี้ ซึ่งหากไม่นับรวมฐานผลิตในจีนแล้ว โรงงานอินเทลในเวียดนามคือฐานผลิตที่ใหญ่ที่สุดในโลก
เมื่อมองในภาพรวมพบว่า เอชซีเอ็ม ซิตี้ ไฮเทคโนโลยี พาร์ค(เอสเอชทีพี) ในโฮจิมินห์ ซิตี้ ได้ดึงโครงการลงทุนไฮเทคให้เข้ามาอยู่ในพื้นที่ได้ประมาณ 30 โครงการ ในช่วง 4 ปีที่เปิดดำเนินการ ซึ่งนักลงทุนรายใหญ่มีทั้งอินเทล นิเด็ค และดาต้าลอจิก
ขณะที่นับตั้งแต่ต้นปีนี้ เอสเอชทีพีได้อนุมัติใบอนุญาตลงทุน 60 ฉบับ แก่โครงการมูลค่ารวม 2,300 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งรวมถึงโครงการของต่างชาติ 29 โครงการ มูลค่า 1,700 ล้านเหรียญสหรัฐด้วย
นักวิเคราะห์เชื่อว่าการลงทุนของบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกที่ตบเท้าเข้าเวียดนามอย่างต่อเนื่องจะกลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักลงทุนรายอื่นตามเข้ามาอีก เห็นได้จากกรณีโรงงานซัมซุงในเมืองท้ายเงวียน ที่หลังจากเริ่มเดินเครื่องการผลิตทำให้นักลงทุนด้านสื่อสารโทรคมนาคมจำนวนหนึ่งตัดสินใจตามมาตั้งโรงงานเพื่อผลิตชิ้นส่วนต่างๆ ป้อนให้ซัมซุง ผลักดันให้เมืองท้ายเงวียนและบั๊กนิงห์กลายเป็นศูนย์กลางอิเล็กทรอนิกส์แห่งใหม่ของเวียดนามในปัจจุบัน
สำหรับซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ เวียดนามเพียงรายเดียวมีซัพพลายเออร์ชิ้นส่วนมากถึง 60 บริษัท โดย 45 รายมาจากเกาหลีใต้ อีก 5 รายจากเวียดนาม และ 10 รายมาจากประเทศอื่นๆ ซึ่งในทั้งหมดนี้มี 28 ราย ซึ่งตั้งฐานในเมืองบั๊กนิงห์
หากถามถึงเบื้องหลังความสำเร็จของเวียดนาม พบว่าปัจจัยสำคัญ 2 ประการที่ทำให้ยักษ์ผลิตสินค้าไฮเทคเลือกเวียดนามเป็นฐานการผลิตก็คือ มีแรงงานคุณภาพ ค่าแรงถูก และมาตรการส่งเสริมการลงทุน เช่น เมืองท้ายเงวียนได้เสนอมาตรการจูงใจทางภาษีให้ซัมซุงนานถึง 16 ปี เพื่อให้เข้ามาตั้งโรงงานในพื้นที่







