
หอมมะลิหายจากบัญชีอื้อ
ปนัดดาแฉตรวจ12จังหวัดล่องหนกว่า80%พาณิชย์โยนโกดังเซอร์เวเยอร์รับผิด
ปนัดดาแฉตรวจ12จังหวัดล่องหนกว่า80%พาณิชย์โยนโกดังเซอร์เวเยอร์รับผิด
“ปนัดดา” แฉผลตรวจโกดัง เจอข้าวหอมมะลิหายถึง 80% ลงลุยเอง 8-9 ก.ค.นี้
ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบคุณภาพข้าวของชุดตรวจทั้ง 24 ชุด ในพื้นที่ 12 จังหวัด พบว่า 1.โกดังบางแห่งมีปริมาณข้าวขาดหายไป ปริมาณข้าวขาว 5% คลาดเคลื่อน 6.99% 2.ข้าวหอมมะลิ 100% ชั้น 2 ปริมาณข้าวขาดหายจากบัญชีเป็นจำนวนกว่า 80%
3.การวางกองข้าว ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด 4.ข้าวเสื่อมคุณภาพ เช่น ข้าวมีสีเหลือง มีมอด มีข้าวชนิดอื่นปลอมปน ข้าวเป็นฝุ่นแป้ง น้ำรั่วทำให้ซึมลงมาถูกกองข้าว เป็นต้น
“ผมได้รับรายงานว่า มีเจ้าหน้าที่จากองค์การคลังสินค้า (อคส.) และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวจริง แต่อยู่ระหว่างตรวจสอบ ซึ่งหากพบว่ากระทำความผิดจริงจะดำเนินคดีทางกฎหมาย โดยจะลงพื้นที่ตรวจสอบคุณภาพข้าวด้วยตัวเองวันที่ 89 ก.ค.นี้” ม.ล.ปนัดดา กล่าว
แหล่งข่าวระบุว่า ม.ล.ปนัดดาได้สั่งการให้ปิดเรื่องผลการตรวจสอบข้าวใน 12 จังหวัดเป็นความลับ เนื่องจากพบว่าบางโกดังในบางจังหวัดข้าวหาย จึงสั่งการให้มีการตรวจนับซ้ำอีกครั้ง เพราะต้องมีการแจ้งความดำเนินคดีกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ปปช.)
แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรณีที่มีการตรวจสอบสต๊อกข้าวของรัฐแล้วพบว่าบางโกดังข้าวของรัฐหายไป หรือเสื่อมคุณภาพนั้น จะต้องดูตามสัญญาการเช่าโกดังว่า ใครต้องรับผิดชอบ โดยหากเป็นสัญญาที่ อคส. หรือองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ทำไว้กับคู่สัญญาปี 2556/2557 หากมีข้าวหาย หรือข้าวเสื่อมคุณภาพ เจ้าของโกดังคลังสินค้า เจ้าของไซโล และบริษัทตรวจสอบคุณภาพข้าว หรือเซอร์เวเยอร์ ต้องรับผิดชอบ เพราะเป็นสัญญาแบบรับฝากเก็บข้าวที่กำหนดให้รับผิดชอบร่วมกัน
อย่างไรก็ตาม หากเป็นสัญญาที่ทำก่อนโครงการรับจำนำข้าวปี 2556/2557 ผู้รับผิดชอบต้องเป็นบริษัทเซอร์เวเยอร์ เพราะเป็นสัญญาแบบเช่า ที่กำหนดให้บริษัทเซอร์เวย์ต้องรับผิดชอบ เจ้าของโกดังไม่ต้องร่วมรับผิดชอบ
สำหรับสต๊อกข้าวรัฐบาลนั้นที่ผ่านมา ก่อนที่ทหารจะเข้ามาตรวจสอบ มีการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว โดยคณะกรรมการจังหวัด ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ซึ่งโดยทั่วไปจะตรวจสอบเดือนละ 1 ครั้ง นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่ของกรมการค้าต่างประเทศ และกรมการค้าภายใน สุ่มตรวจอย่างต่อเนื่อง ส่วนกุญแจโกดังข้าว จะมี 3 ดอก และผู้ถือ 3 คนคือ 1.เจ้าหน้าที่จังหวัด 2.เจ้าหน้าที่อคส. หรือเจ้าหน้าที่อ.ต.ก. และ3.บริษัทเซอร์เวย์ หรือเซอร์เวเยอร์ ซึ่งที่ผ่านมา การตรวจสอบของทั้ง 3 หน่วยงานมีการรายงานว่า ไม่พบว่ามีข้าวหาย หรือข้าวเสื่อมคุณภาพ แต่เหตุใด เมื่อทหารเข้าตรวจสอบกลับพบว่าข้าวหายไปจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดข้าวหาย หรือข้าวเสื่อมคุณภาพเช่นนี้ ผู้รับผิดชอบในเรื่องนี้ นอกจากจะเป็นเจ้าของโกดัง บริษัทเซอร์เวย์ เซอร์เวเยอร์แล้ว ยังจะมีคณะกรรมการจังหวัด รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดด้วย จะโยนความผิดให้อคส.รับผิดชอบฝ่ายเดียว หรือจะให้อคส.เป็นแพะรับบาปฝ่ายเดียว ตามที่ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวหาคงไม่ได้
“สมชาติ” – “สุรศักดิ์” ยันไม่มีปัญหาถูกโยกย้าย ชี้การทำงานตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ไม่มีปัญหาการทุจริต ส่วนว่าที่ 2 อธิบดีใหม่ เดินหน้าตรวจสอบข้อมูลสต๊อกข้าว
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ได้ลงนามคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงในกระทรวงพาณิชย์ โดยย้ายนายสุรศักดิ์ เรียงเครือ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ และแต่งตั้งให้นางดวงพร รอดพยาธิ์ ที่ปรึกษาการพาณิชย์ ไปรักษาการอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ และโยกนายสมชาติ สร้อยทอง อธิบดีกรมการค้าภายใน ไปเป็นที่ปรึกษาการพาณิชย์ และให้นางจินตนา ชัยยวรรณาการ รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ไปรักษาการอธิบดีกรมการค้าภายในแทน
นายสมชาติ กล่าวว่า ยังไม่เห็นคำสั่งโยกย้าย แต่ปลัดพาณิชย์ได้แจ้งให้ทราบแล้วตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา และพร้อมที่จะปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาอย่างเต็มที่ โดยน่าจะกลับไปรับตำแหน่งที่ปรึกษาการพาณิชย์ คงไม่ใช่ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ เพราะตำแหน่งเต็มแล้ว
“ยืนยันว่า ตลอดระยะเวลาเกือบ 1 ปีที่ผ่านมา ได้ทุ่มเทการทำงานและทำหน้าที่อธิบดีกรมการค้าภายในอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรับจำนำ การดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภค และไม่มีปัญหาการทุจริตใดๆ”นายสมชาติกล่าว
ด้านนายสุรศักดิ์ กล่าวว่า รู้สึกสบายใจขึ้น แม้จะถูกโยกกลับมารับตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ แต่ก็ยังไม่เห็นคำสั่ง มีแต่ปลัดพาณิชย์เรียกไปคุย ซึ่งไม่ขัดข้องอะไร พร้อมปฏิบัติตามคำสั่ง โดยก่อนไปรับตำแหน่งใหม่ ได้ขอลาพักร้อน 1 สัปดาห์ เพื่อพาครอบครัวไปพักผ่อน แต่ยืนยันว่าตลอด 1 ปี ที่ได้ทำหน้าที่ ได้ทำอย่างเต็มที่ และทำงานหนักเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้ขายข้าวได้ราคาดี และยังได้ปรับปรุงงานให้บริการ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับภาคธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ยืนยันว่า ทุกเรื่องที่ดำเนินการ ไม่มีปัญหาการทุจริตแน่นอน
นางจินตนา ชัยยวรรณาการ รักษาการอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลปริมาณข้าวในสต๊อกต่างๆ ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มอบมายให้เป็นหัวหน้าคณะตรวจสอบ จึงยังไม่มีเวลาที่จะเรียกผู้บริหารกรมการค้าภายในประชุม แต่คาดว่าภายใน 12 วันนี้จะเรียกประชุมได้ หลังจากจัดระบบข้อมูลของข้าวค้างสต๊อกต่างๆ ได้แล้ว โดยแนวทางในการทำงาน จะเร่งรัดงานเดิมที่ยังค้างอยู่ให้เดินหน้าต่อไป
นางดวงพร รอดพยาธิ์ รักษาการอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า ได้เชิญผู้บริหารของกรมการค้าต่างประเทศเข้ามาหารือ และได้มอบแนวทางการทำงานไปบ้างแล้ว ยังไม่สามารถเรียกประชุมทั้งหมด ซึ่งคาดว่าน่าจะเรียกประชุมทีมผู้บริหารและมอบนโยบายได้ภายในสัปดาห์หน้า ซึ่งงานเร่งด่วนในขณะนี้ คือ การเข้ามาดูแลเกี่ยวกับปริมาข้าวในสต็อก ที่ต้องเร่งดำเนินการให้เกิดความชัดเจน เพราะหลายเรื่องของกรมการค้าต่างประเทศเป็นเรื่องที่สำคัญ และประชาชนจับตาดูอยู่ ดังนั้น จึงขอโอกาสดูในรายละเอียด และเมื่อได้พูดคุยและประชุมร่วมกับผู้บริการแล้ว จะแถลงต่อสาธารณะชนให้รับทราบต่อไป







