
อุตฯเดินสายฟื้นความเชื่อมั่นนักลงทุน
กระทรวงอุตฯ เร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่นนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ จัดกิจกรรมสัมมนา เดินสายพบนักลงทุนสอบถามความเห็น และโรดโชว์ต่างประเทศ
กระทรวงอุตฯ เร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่นนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ จัดกิจกรรมสัมมนา เดินสายพบนักลงทุนสอบถามความเห็น และโรดโชว์ต่างประเทศ
นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมจะเร่งสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยจะจัดกิจกรรมสร้างความเชื่อมั่นร่วมกับภาคเอกชน จัดสัมมนาใหญ่โดยเชิญนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มาเป็นประธานในวันที่ 17 มิ.ย. 2553 เพื่อชี้แจงต่อนักลงทุนที่เคยลงทุนอยู่ในเมืองไทยอยู่แล้วให้เข้าใจถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ตอกย้ำว่าเมืองไทยยังมีความปลอดภัยในการลงทุนอยู่
รวมทั้งจะเดินสายไปเยี่ยมโรงงานต่างๆ ในประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และสอบถามถึงผลกระทบที่ได้รับ และข้อเสนอต่างๆ ที่ต้องการจะให้ความช่วยเหลือ ส่วนการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศจะเริ่มต้นที่ประเทศญี่ปุ่นก่อน เพราะเป็นกลุ่มที่มาลงทุนในเมืองไทยมาก รองลงมา คือจีน และเกาหลี เป็นต้น
“เราจะยังคงเป้าหมายการลงทุนที่ 5 แสนล้านบาท แม้ว่าจะมีคำถามจากนักลงทุนมาบ้างถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่าจะเป็นยังไงต่อไป แต่หากภาครัฐและเอกชนร่วมมือกันสร้างจัดกิจกรรมสร้างความเชื่อมั่น ก็คาดว่าจะยังมีนักลงทุนสนใจเมืองไทยอยู่” นายชาญชัย กล่าว
นางอรรชกา สีบุญเรือ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า แนวทางการฟื้นฟูความเชื่อมั่น จะมีการจัดสัมมนาชี้แจง เรียกความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนให้กลับคืนมาทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยการจัดสัมมนาครั้งแรกจะจัดขั้นที่กรุงเทพฯ โดยมีนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เป็นประธาน ส่วนอีก 4 ครั้งจะจัดที่ต่างจังหวัดตามภูมิภาคต่างๆ โดยมีนายชาญชัย นำทีมไป
ขณะที่การโรดโชว์ต่างประเทศ ในระดับผู้บริหารกระทรวงจะเดินทางไปโรดโชว์ที่ยุโรป และญี่ปุ่น ส่วนในระดับเจ้าหน้าที่จะไปนิวซีแลนด์ จีน และเกาหลี โดยมีกลยุทธ์จะไปพบกับบริษัทแม่รายใหญ่ที่ลงทุนในเมืองไทยอยู่แล้ว ให้เชื่อมั่นในความปลอดภัยของเมืองไทยต่อจากนี้ไป
สำหรับเป้าหมายการลงทุนจะมีการเมินอีกครั้งหลังจากผ่านเดือนมิ.ย. 2553 ไปก่อน เพื่อประเมินสถานการณ์การลงทุนในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาด้วย แต่จากการที่ได้คุยกับนักลงทุน หลายรายยังคงสนใจที่จะลงทุนอยู่ เช่น กล่มอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ เกษตร และพลังงานทดแทน เป็นต้น โดยในช่วงวันหยุดยาวในสัปดาห์ก่อนมีโครงการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนมาจำนวน 17 โครงการ จึงสะท้อนว่านักลงทุนยังสนใจเมืองไทยอยู่
นอกจากนี้ โครงการที่วางแผนจะลงทุนบริเวณย่านราชประสงค์ เช่น โครงการพิพิธภัณฑ์มาดามรุสโซ่ โครงการอันเดอร์เวิร์ล เป็นต้น บีโอไอจะช่วยขยายระยะเวลาการนำเข้าเครื่องจักร และผ่อนผันการยื่นเอกสารให้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักลงทุน รวมทั้งจะเดินทางไปสอบถามความคิดเห็นของนักลงทุนที่มีสำนักงานอยู่บริเวณนั้นว่าต้องการความช่วยเหลืออะไรบ้าง







