
Eบุกธุรกิจอาหารเต็มสูบ
แลกหุ้นบริษัทญี่ปุ่นเปิดประตูไปนอกฟันกำไรทันทีเจ้าของเดิมการันตีรายได้2ปี
แลกหุ้นบริษัทญี่ปุ่นเปิดประตูไปนอกฟันกำไรทันทีเจ้าของเดิมการันตีรายได้2ปี
E ลุยธุรกิจอาหารเต็มสูบ แลกหุ้นถือร้านอาหารญี่ปุ่น 32.6% รับรายได้ปีนี้ปีหน้าเพิ่มปีละ 190-255 ล้าน
นายกฤษน์ ศรีชวาลา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอฟโวลูชั่น แคปปิตอล (E) เปิดเผยว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอาหารมากยิ่งขึ้น จากปัจจุบันมีสัดส่วนมากกว่า 60% ของรายได้รวม ล่าสุดบริษัทประกาศเข้าซื้อหุ้นของบริษัทธุรกิจร้านอาหารในประเทศญี่ปุ่นชื่อบริษัท Q’s Dining Inc.(QD) สัดส่วน 32.6% มูลค่าลงทุนรวม 65 ล้านบาท โดยการแลกหุ้น E กับผู้ถือหุ้นเดิม คือ นายโตชิมิสซุ ฮิโอกิ ที่ถือทั้งหมด 100%
สำหรับขั้นตอนการแลกหุ้น คาดว่าจะเสร็จสิ้นในเดือน ก.ค.นี้ ดังนั้นในปี 2557-2558 งบการเงินของ E จะรับรู้รายได้จาก QD เข้ามาประมาณ 600-800 ล้านเยน/ปี หรือประมาณ 190-255 ล้านบาท
“เราลงทุนครั้งนี้มีความเสี่ยงต่ำ เพราะธุรกิจมีกำไรและสร้างรายได้ได้ทันที อีกทั้งเจ้าของเดิมได้ประกันกำไรก่อนหักภาษี ค่าเสื่อม และดอกเบี้ยจ่าย(อีบิตดา) ใน 2 ปีแรกไว้ไม่น้อยกว่า 200 ล้านเยน/ปี หากทำได้ต่ำกว่านั้น เขาจะชดเชยส่วนต่างให้ด้วย” นายกฤษน์ กล่าว
ปัจจุบัน QD ประกอบธุรกิจร้านอาหารในประเทศญี่ปุ่น จำนวน 14 แบรนด์ มีร้านอาหารในฮอกไกโด 16 แห่ง มีร้านคัพเค้กเบเกอรี่ในญี่ปุ่น งบงวดปี 2556 (สิ้นสุดเดือน ส.ค. 2556) มีรายได้รวม 1,393 ล้านเยน งวด 5 เดือนแรก (สิ้นเดือน ม.ค. 2557) มีรายได้รวม 796 ล้านเยน
ขณะที่นายโตชิมิสซุ จะถือหุ้นใน QD ลดลงเหลือ 18% และเข้ามาถือหุ้น E จำนวน 65 ล้านหุ้น คิดสัดส่วน 4.2% โดยยังคงช่วยบริหารธุรกิจในญี่ปุ่นต่อไป ซึ่งถือเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจนี้ เพราะทำงานรับเป็นที่ปรึกษาให้ธุรกิจร้านอาหารหลายแห่งในเอเชีย
ขณะที่หุ้นเพิ่มทุนส่วนแบบมอบอำนาจทั่วไปที่เหลือ 118.69 ล้านหุ้น บริษัทมีแผนจะขายแบบเฉพาะเจาะ (พีพี) เพื่อเตรียมเป็นแหล่งเงินขยายธุรกิจร้านอาหารของแบรนด์ที่มีในปัจจุบัน ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปว่าจะขายให้ผู้ลงทุนรายใด
“การซื้อกิจการร้านอาหารญี่ปุ่น ช่วยเปิดประตูธุรกิจนี้ในภูมิภาคเป็นประเทศแรกสามารถใช้แบรนด์ที่ได้มาขยายธุรกิจได้ทั่วญี่ปุ่น ในเอเชียและไทย และใช้แบรนด์เดิมที่เราเป็นเจ้าของขยายเข้าไปที่ญี่ปุ่นได้ด้วย ส่วนแผนการล้างขาดทุนสะสมเป้าหมาย คือ ทำให้ธุรกิจกลับมามีกำไรจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้น โดยการเพิ่มจำนวนร้านเพื่อเพิ่มยอดขายซึ่งต้องใช้เวลา” นายกฤษน์ กล่าว
นอกจากนี้ แผนธุรกิจในช่วง 35 ปีข้างหน้าจะเน้นธุรกิจร้านอาหารเป็นหลัก ทั้งการเพิ่มจำนวนร้านอาหารของทั้งแบรนด์ที่บริษัทเป็นเจ้าของเองปัจจุบันที่มีจำนวน 7 แบรนด์ และแบรนด์นำเข้าแฟรนไชส์ 3 แบรนด์ โดมิโน่พิซซ่า คอฟฟี่บีน และเคียวโซน รวมถึงมองหาโอกาสการซื้อกิจการร้านอาหารเป็นกลยุทธ์ที่จะทำต่อเนื่อง เพราะสามารถสร้างรายได้และกำไรได้ทันทีแต่ต้องมีความเสี่ยงต่ำ
ในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 บริษัทยังตั้งงบลงทุนจำนวน 30 ล้านบาท ใช้ก่อสร้างครัวกลางพื้นที่ 1,700 ตารางเมตร เพื่อใช้เตรียมจัดหาวัตถุดิบให้กับธุรกิจร้านอาหารในกลุ่มทั้งหมดส่งผลให้ต้นทุนลดลง







