
จับสัญญาณอสังหาฯฟื้นตัวครึ่งปีหลัง
ครึ่งปีแรกแห่งความยากลำบากได้ผ่านไปแล้วอย่างรวดเร็วค่ะ
ครึ่งปีแรกแห่งความยากลำบากได้ผ่านไปแล้วอย่างรวดเร็วค่ะ
วันนี้เราเข้าสู่สัปดาห์แรกของครึ่งหลังของปี 2557 จึงสมควรที่เราจะมาทำความเข้าใจภาพของเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปี ซึ่งตอนนี้เราเริ่มเห็นสัญญาณบวกหลายอย่างเริ่มปรากฏขึ้น
มองไปที่ภาคของตลาดเงินตลาดทุนก่อน โดยทันที ที่วิกฤตการเมืองคลี่คลายลงและมีความชัดเจนด้าน นโยบายและแผนงานต่างๆ จาก คสช.ออกมามากขึ้น ก็ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยทะยานขึ้นต่อเนื่องในช่วงเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา โดย ณ วันที่ 19 พ.ค. 2557 ซึ่งก่อนจะมีการประกาศกฎอัยการศึก ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ระดับ 1,410.63 จุด และหลังการยึดอำนาจวันที่ 22 พ.ค.เป็นต้นมา ดัชนีตลาดหุ้นไทยก็ทะยานต่อเนื่องจนเกือบทะลุระดับ 1,500 จุดแล้ว และคาดว่าน่าจะทะยานได้ต่อเนื่องตามปัจจัยบวกที่มีมาต่อเนื่อง ความมั่งคั่งในตลาดทุนที่เพิ่มขึ้นย่อมเสริมสร้างกำลังซื้อในระยะยาวแก่ผู้ออมเงินและส่งเสริมบรรยากาศการลงทุนได้ดี
มาในฟากของผู้บริโภคเอง ซึ่งเป็นฟันเฟืองใหญ่ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ก็มีความเชื่อมั่นสูงขึ้นอย่างชัดเจนในเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยข้อมูลจากศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับขึ้นเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน โดยทะยานจาก 60.7 ในเดือน พ.ค. มาอยู่ที่ 65.3 ในเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ในระดับสูงที่สุดในรอบกว่า 8 เดือน เช่นเดียวกับตัวเลขการใช้จ่ายซื้อรถยนต์ บ้าน และการท่องเที่ยวของผู้บริโภคก็ดีขึ้นด้วย
สัญญาณอีกตัวที่น่าสนใจก็คือ ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อ จากที่ก่อนหน้านี้ตัวเลขเงินเฟ้อเป็นเรื่องที่น่ากังวลในยามที่เศรษฐกิจชะลอตัว แต่เงินเฟ้อกลับเร่งตัวขึ้นในช่วงตั้งแต่เดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว ตัวเลขเงินเฟ้อล่าสุด ระบุว่า เงินเฟ้อของบ้านเราเริ่มชะลอตัวลงในเดือน มิ.ย.แล้ว หลังปรับตัวไปอยู่จุดสูงสุดในรอบปีเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปและเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 2.4% และ 1.71% ตามลำดับ ในเดือน มิ.ย.ปีนี้ เทียบกับ 2.6% และ 1.75% ในเดือน พ.ค. โดยปัจจัยสำคัญมาจากมาตรการตรึงราคาก๊าซหุงต้มของ คสช.
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น สถานการณ์เงินเฟ้อยังเป็นสิ่งที่ต้องติดตามกันต่อไป เพราะประเด็นเรื่องการปฏิรูปโครงสร้างราคาพลังงานจะมีส่วนสำคัญในการกำหนดทิศทางของเงินเฟ้อในอนาคต ซึ่งในอีกด้านหนึ่งก็จะกลับมาส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภคด้วย
ส่วนปัญหาของแรงงานต่างด้าว เป็นอีกจุดหนึ่งที่น่าจะคลายความกังวลได้แล้ว หลังการสื่อสารและทำความเข้าใจให้ตรงกันระหว่างทางการไทยและกัมพูชาจะช่วยสร้างความชัดเจนในประเด็นนี้ และกลบข่าวลือต่างๆ ที่เป็นลบในช่วงก่อนหน้านี้ได้ ซึ่งนี่จะส่งผลให้แรงงานชาวกัมพูชาที่อพยพกลับบ้านเมืองตัวเองไปก่อนหน้านี้ทยอยกลับมาทำงานในไทย
ในส่วนของตลาดบ้านเอง น่าจะได้อานิสงส์จากสภาพเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวขึ้นและการจับจ่ายของผู้บริโภคที่กลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยตลาดบ้านน่าจะมีการฟื้นตัวอย่างชัดเจนในช่วงครึ่งปีหลังเทียบกับครึ่งปีแรก ขณะที่ยอดการสร้างบ้านใหม่ในปีนี้น่าจะต่ำกว่าปีที่แล้ว เนื่องจากยอดการสร้างบ้านชะลอตัวในช่วงครึ่งปีแรก
หากแรงขับเคลื่อนของเศรษฐกิจในปีนี้ต่อเนื่องไปยังปีหน้าที่เราจะเริ่มเปิด AEC กัน ยอดการสร้างบ้านและการซื้อบ้านน่าจะกลับมาคึกคักกว่าเดิมอีกครั้งค่ะ







