
พิสูจน์บีเอ็มฯ730Ldน้ำมันไม่ถึงถังไปนั่งที่เชียงใหม่
ตอนนี้แค่อยากบอกว่า บีเอ็มดับเบิลยู 730Ld ประหยัดจริงครับ ถ้าใครมีเงิน 7.59 ล้านบาท แล้วมีใจอยากประหยัด แถมรักษ์โลกก็ควักกระเป๋าได้เลยครับ คุ้มแน่!!
ตอนนี้แค่อยากบอกว่า บีเอ็มดับเบิลยู 730Ld ประหยัดจริงครับ ถ้าใครมีเงิน 7.59 ล้านบาท แล้วมีใจอยากประหยัด แถมรักษ์โลกก็ควักกระเป๋าได้เลยครับ คุ้มแน่!!
โดย...นิธิ ท้วมประถม
นานแล้วครับ ที่ผมปฏิเสธการไปร่วมกิจกรรมการทดลองขับในลักษณะประหยัดน้ำมันของค่ายรถยนต์ทั้งหลาย ไม่ใช่ว่าเย่อหยิ่งอะไรนะครับ แต่ผมคิดว่าตัวเลขประหยัดน้ำมันในแบบที่ค่ายรถยนต์หลายต่อหลายค่ายทำกันขึ้นมา แล้วก็โฆษณากันใหญ่โตนั้น เป็นข้อเท็จจริงที่บอกไม่หมด และไม่ใช่ตัวเลขอัตราการสิ้นเปลือง หรืออัตราการกินน้ำมันในการใช้งานจริงของรถยนต์รุ่นนั้นๆ
ก็เล่นขับแข่งประหยัดด้วยความเร็วประมาณ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บางคันลักไก่ปิดแอร์ขับ เพื่อหวังตัวเลขสวยๆ ทั้งที่ในความเป็นจริงจะมีสักกี่คนที่ขับในเส้นทางระหว่างเมือง หรือไปต่างจังหวัดที่ความเร็วเฉลี่ยที่ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะออกตัวกันทีก็ค่อยเหยียบคันเร่งให้รถไหลออกไปเบาๆ
ไม่กล้าเหยียบเบรก เพราะเมื่อเบรกแล้วต้องเร่งคันเร่งกันใหม่ เปลืองน้ำมันไปอีกนิด เดี๋ยวตัวเลขจะมากกว่าคนอื่น ไร้สาระจริงๆ ครับ และเจ้าตัวเลขความประหยัดน้ำมันที่ทำกันไว้ก็กลายเป็นเครื่องมือในการนำไปโฆษณา ที่ถึงแม้ว่าจะไม่เกินจริง แต่ในความเป็นจริงไม่มีใครทำกัน
ที่บอกมา ก็เพียงอยากบอกให้ท่านผู้อ่านได้รับทราบว่า ตัวเลขอัตราการสิ้นเปลืองที่เห็นในโฆษณานั้นเป็นตัวเลขที่ “สื่อ” ทำกันได้จริง แต่ในการใช้งานในชีวิตประจำวันนั้น “ไม่จริง” ครับ
แต่การขับ บีเอ็มดับเบิลยู 730Ld ครั้งนี้ของผมนั้น ในครั้งแรกผมเองอยากลองพิสูจน์เครื่องยนต์ดีเซลบล็อกใหม่ของบีเอ็มดับเบิลยูว่าจะแจ่มแค่ไหน แรงแค่ไหน และประหยัดแค่ไหน เพราะผมตั้งใจจะใช้ความเร็วและลักษณะการขับขี่แบบปกติ เป็นมาตรฐานว่าตัวเลขจะออกมาเท่าไหร่
ทาง บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ได้เปิดตัวไปเมื่อไม่นานมานี้ และตั้งใจว่าจะใช้เป็นรถธงสำหรับบุกตลาดรถหรูอย่างจริงจังในตลาดรถยนต์เมืองไทยปีนี้ ซึ่งบีเอ็มดับเบิลยูมั่นใจในเทคโนโลยี BMW Efficient Dynamics อย่างมากว่าเหนือกว่าคู่แข่งอย่างแน่นอน และการจัดทริปนี้ก็เพื่อพิสูจน์ความเจ๋งของเครื่องยนต์ตัวนี้
สำหรับเส้นทางที่ใช้ในการพิสูจน์คือ เส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ระยะทางประมาณ 720 |กิโลเมตร ซึ่งถือว่าเพียงพอสำหรับการพิสูจน์ โดยทางบีเอ็มดับเบิลยูบอกว่าน้ำมันถังเดียวถึงเชียงใหม่แน่ ก็ลองดูแล้วกันครับ
บีเอ็มดับเบิลยู 730Ld จอดรออยู่อย่างพร้อมเพรียงพร้อมกับน้ำมันเต็มถัง ซึ่งรถ 1 คันจะมีสื่อมวลชน 3 คน คอยขับผลัดสลับกันลดความเมื่อยล้าระหว่างเดินทาง
ช่วงระยะ 100 กว่ากิโลเมตรแรกนั้น ผมขอเป็นผู้โดยสารในตอนหน้าก่อนดีกว่า เพราะสภาพถนนหนทางยังถือว่าในเมือง การจราจรยังค่อนข้างคับคั่งอยู่ เลยขอทำตัวเชิ่ดๆ ขึ้นมานั่งหน้าก่อนดีกว่า
เข้ามานั่งปรับเบาะไฟฟ้าให้รองรับหัว-ไหล่-หลัง-สะโพก ให้สบายแบบเต็มที่ แหม...นุ่มยังกับนั่งโซฟา นั่งมองภายในของ บีเอ็มดับเบิลยู 730 Ld แล้วก็ต้องบอกว่า หากใครอยากจะซื้อหาไปครอบครองแล้วละก็ ต้องหาเวลาศึกษาอุปกรณ์อำนวยความสะดวกภายในด้วยนะครับว่าใช้อย่างไร ตั้งแต่ระบบนำทาง ระบบเครื่องเสียง ระบบมัลติมีเดียทั้งหลาย โอ้ย...ยยย ใช้ยากจริงๆ ครับ
อย่างที่เพื่อนผมหลายคนบอกเลยว่า พวกอุปกรณ์ไฮเทคทั้งหลายนั้น คนที่จะมาเป็นเจ้าของอย่างสมบูรณ์แบบนั้นไม่ใช่มีแต่เงินอย่างเดียว แต่ต้องมีสมองด้วย
รถเคลื่อนตัวออกจากจุดเริ่มต้น ฝ่าการจราจรไปอย่างนุ่มนวล ขบวนบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ทั้ง 5 หึหึ ยังกับขบวนรถนายกฯ เลยครับ คนมองกัน|ทั้งถนน เสียวจริงๆ
ระหว่างที่รถวิ่ง ก็นั่งมองโน่นมองนี่ในรถครับ ต้องบอกเลยว่าเป็นรถที่เหมาะกับผู้บริหารจริงๆ เพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวกติดมาเพียบครับ
ไม่ว่าจะเป็นระบบอินโฟเทนเมนต์ หรือระบบความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารนี่ก็เวอร์ซะไม่มี ก็ใน บีเอ็มดับเบิลยู 730Ld มีจอทีวีอยู่ 3 จอด้วยกัน โดยมีจอขนาด 10.2 นิ้ว อยู่ด้านหน้า 1 จอ และจอขนาด 9.2 นิ้ว ติดอยู่ที่พนักพิงศีรษะของเบาะหน้าแต่ละตัวอีก 2 จอ เพื่อให้ผู้โดยสารตอนหลังได้แยกกันดูได้อย่างเสรี
แหม...พวกผู้บริหารนี่ ใช้อะไรรวมกันยากจริงๆ เพราะทีวีที่แยกจอนั้น ยังมีเครื่องเล่นดีวีดีแยกอิสระกันอีก เรียกว่าใครอยากดูเรื่องอะไรก็ดูไปเลย ส่วนระบบเสียงก็ต้องมีคนเสียสละใส่หูฟังคนนึงก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าดูเรื่องเดียวกันก็ปล่อยระบบเสียงกันเต็มที่กับเครื่องเสียงระบบเซอร์ราวด์ LOGIC7 ที่มี 16 ลำโพง
เผลอเล่นโน่นเล่นนี่ภายในรถแป๊บเดียว รถก็แล่นออกมานอกเมืองด้วยความเร็วประมาณ 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และอาจจะมากกว่านั้น ตามความโล่งของถนนที่อยู่ด้านหน้า นี่แหละครับ การลองขับแบบประหยัดที่แท้จริง ต้องใช้ความเร็วตามจริง
นั่งฟังเพลงแบบเพลินๆ ที่เดี๋ยวเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาจากเพื่อนที่นั่งด้านหลัง ซึ่งกำลังสนุกกับการเล่นปุ่ม iDrive ซึ่งมีอยู่บริเวณเบาะหลังด้วย ซึ่งเจ้า iDrive ที่เบาะหลังนั้น สามารถควบคุมเครื่องเสียง เบาะนั่งด้านหน้าได้ด้วยครับ ผมเลยต้องนั่งเป็นเหยื่อให้เพื่อนได้ลอง ไม่ว่าจะเป็นเลื่อนเบาะหน้าเข้าๆ ออกๆ หรือเครื่องเสียงที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา
แล้วก็มาถึงเวลาเปลี่ยนคนขับเป็นผมแล้วครับ เปลี่ยนตำแหน่งที่นั่งเรียบร้อย ปรับกระจกข้างและกระจกหลังให้พอดี เพราะเจ้า 730Ld นั้นใหญ่โตไม่ใช่เล่น ต้องระวังหน่อย เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 3.0 ลิตร อยู่ภายใต้การควบคุมของผมแล้ว
เกียร์อยู่ในตำแหน่ง D ครับ คันเร่งถูกกดออกตัวในแบบปกติ ไม่มีการเลี้ยงคันเร่งให้เสียอารมณ์ ม้าที่มีอยู่ 218 ตัว เริ่มทำหน้าที่แล้วครับ ที่สำคัญแรงบิดมหาศาลที่ 540 นิวตันเมตร ที่รอบเครื่องยนต์เพียง 1,750-2,500 รอบต่อนาที ก็ทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพราะแรงบิดขนาดนี้ไม่ทำให้การขับรถใหญ่ในตระกูลซีรีส์ 7 นั้นอืดอาดแต่อย่างใด เรียกว่าอัตราเร่งนั้นกดเป็นมาเลยครับ
ผมเริ่มเร่งเครื่องยนต์เพิ่มความเร็วไปเรื่อยๆ จนความเร็วไปแตะที่ระดับ 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และในบางครั้งไหลไปถึง 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยเครื่องยนต์ดีเซลตัวนี้ทำงานได้อย่างไม่มีที่ติในเรื่องของอัตราเร่งครับ ผมขอปรบมือให้จริงๆ ทั้งในเรื่องของอัตราเร่ง และความเร็วในปลายที่เหลือเฟือจริงๆ ไม่มีความรู้สึกว่าเครื่องยนต์ดีเซลใหม่แบบ |6 สูบแถวเรียง ขนาด 3.0 ลิตร ที่ผลิตจากวัสดุอะลูมิเนียมน้ำหนักเบา ทำให้มีน้ำหนักเพียง 180 กิโลกรัม พร้อมด้วยเทคโนโลยีอัดอากาศแบบเทอร์โบแปรผันและเทคโนโลยีระบบฉีดน้ำมันด้วยหัวฉีด Piezo ที่สามารถฉีดน้ำมันด้วยแรงดันสูงถึง 1,800 บาร์
อัตราเร่งในตำแหน่งเกียร์ D ปกติ ก็เหลือเฟือสำหรับการใช้งานในเมืองแล้วครับ แต่หากต้องการความเร้าใจมากกว่านี้ ก็สามารถปรับให้โหดและดุขึ้นได้ เพียงแค่การกดปุ่มบริเวณแป้นเกียร์ว่าจะเลือกแบบ สปอร์ต ธรรมดา หรือสปอร์ต พลัส ซึ่งระบบคอมพิวเตอร์จะปรับเปลี่ยนจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ให้เหมาะสม อย่างสปอร์ตก็จะลากรอบ|เครื่องยนต์ขึ้นมานิดหน่อยถึงจะเปลี่ยนเกียร์ หากเป็นสปอร์ต พลัส ก็ลากไปเกือบๆ 6,000 รอบ เกียร์ถึงจะเปลี่ยน
และไม่ใช่แค่รอบเครื่องนะครับที่เปลี่ยนไป แต่ยังรวมไปถึงระบบพวงมาลัยที่แม่นยำมากขึ้นตามไปด้วย แต่ไม่ได้หมายความว่าโหมดปกติพวงมาลัยจะไม่แม่นนะครับ รวมถึงระบบช่วงล่างด้วยที่จะแข็งมากขึ้น กระชับมากขึ้นอย่างที่รู้สึกได้ แต่น่าแปลกใจว่า แม้จะใช้โหมดสปอร์ต พลัส แล้วช่วงล่างก็แค่แข็งเท่านั้น ยังไม่ถึงกับกระด้าง
จากกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ โหมดการขับที่พวกผมใช้ก็แค่ Normal ครับ มีปรับเป็นสปอร์ตบ้างในช่วงที่โค้งเยอะๆ แถวลำปาง ก็แค่นิดหน่อยเท่านั้น ไม่เปลี่ยนโหมดก็ได้ แต่ด้วยนิสัยผมครับ ยังไงก็ต้องขอขับสนุกไว้ก่อน
และแล้วเราก็มาถึงเชียงใหม่ในเวลาประมาณ 17.00 น. หลังจากที่ออกจากกรุงเทพฯ เมื่อเวลา 09.30 น. แวะทานข้าวแบบเถลไถลที่ จ.พิษณุโลก เกือบ 2 ชั่วโมง
มองดูเกจ์วัดน้ำมันเมื่อมาถึงเชียงใหม่ น้ำมันหมดไปประมาณครึ่งถังนิดๆ ครับ เมื่อเติมน้ำมันกลับเข้าไปเต็มถังเพื่อดูอัตราสิ้นเปลือง ปรากฏว่าอัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ 13.54 กิโลเมตรต่อลิตร!!
ถือว่าเป็นอัตราสิ้นเปลืองที่ผมขอก้มหัวให้ครับ เมื่อเทียบกับความเร็วที่ใช้ ขนาดรถที่ใหญ่ขนาดนี้ กินน้ำมันแค่นี้เท่านั้น แล้วถ้าหากขับกันมาแบบชิลชิล 120-130 กิโลเมตรต่อชั่วโมงละก็ 15 กิโลเมตรต่อลิตรนี่ธรรมดาๆ เลยครับ
ตอนนี้แค่อยากบอกว่า บีเอ็มดับเบิลยู 730Ld ประหยัดจริงครับ ถ้าใครมีเงิน 7.59 ล้านบาท แล้วมีใจอยากประหยัด แถมรักษ์โลก เพราะเครื่องยนต์ตัวนี้ปล่อยไอเสียต่ำกว่าที่มาตรฐานกำหนดอีก ก็ควักกระเป๋าได้เลยครับ คุ้มแน่!!







