posttoday
คสช.หนุนกำไรบจ.โต12-15%

คสช.หนุนกำไรบจ.โต12-15%

03 กรกฎาคม 2557

ยูโอบีมองหุ้น1,600จุดกลางปีหน้าแนะลงทุนครึ่งปีหลังยุโรป-ญี่ปุ่นแจ่ม

ยูโอบีมองหุ้น1,600จุดกลางปีหน้าแนะลงทุนครึ่งปีหลังยุโรป-ญี่ปุ่นแจ่ม

บลจ.ยูโอบี มองแนวโน้มครึ่งปีหลัง หุ้นไทยไปต่อ เป้า1,550 จุด ยุโรปญี่ปุ่นยังแจ่ม แนะกระจายลงทุน

นายวนา พูลผล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ยูโอบี (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า แนวโน้มการลงทุนในครึ่งปีหลังของปี 2557 บริษัทมองตลาดหุ้นไทยมีทิศทางที่ดีขึ้น หลังจากสถานการณ์ทางการเมืองคลี่คลายอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจดีขึ้น ประกอบกับมาตรการในการกระตุ้นการลงทุนและการใช้จ่ายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ออกมาชัดเจน ทำให้เกิดความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและการบริโภคมีแนวโน้มที่ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดการณ์เศรษฐกิจไทยน่าจะขยายตัวได้ที่ระดับ 2% ในปีนี้ และ 6% ในปีหน้า ซึ่งเติบโตสูงกว่าที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดการณ์ไว้ว่าจะเติบโต 1.5% ในปีนี้ และ 5.5% ในปีหน้า พร้อมกันนี้บริษัทยังได้ปรับเป้าการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 10-12% จากเดิมคาดว่าจะเติบโต 7-10% และในปี 2558 น่าจะเติบโต 12-15% เนื่องจากตลาดหุ้นไทยจะได้รับปัจจัยบวกจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ

“หุ้นไทยน่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว โดยมองดัชนีหุ้น 1-2 เดือนจากนี้อยู่ที่ 1,600 จุด ส่วนสิ้นปีนี้คาดไว้ที่ 1,550 จุด โดยมองแนวรับ 1,430-1,450 จุด หรือกรณีเลวร้ายหากมีปัจจัยลบใดๆ มากระทบหุ้นไทยก็ไม่น่าหลุด 1,400 จุด เพราะจะเห็นได้ว่าเวลาหุ้นปรับตัวลงมาก็จะมีนักลงทุนอีกกลุ่มเข้ามารับตลอด แม้นักลงทุนต่างชาติจะเทขายหุ้นไทยออกมาต่อเนื่องก็ตาม” นายวนา กล่าว

สำหรับหุ้นที่น่าสนใจในช่วงนี้ คือ หุ้นกลุ่มธนาคาร กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ เพราะได้รับประโยชน์จากนโยบายรัฐ และยังคงลดน้ำหนักการลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงานและสื่อสาร

อย่างไรก็ดี นอกเหนือจากตลาดหุ้นไทยแล้ว บริษัทยังมีมุมมองที่ดีกับการลงทุนในต่างประเทศ หลังจากเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยแนะนำนักลงทุนกระจายพอร์ตไปยังการลงทุนในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว โดยเฉพาะยุโรปและญี่ปุ่น ซึ่งมีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้จากเศรษฐกิจที่มีแนวโมฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยตลาดหุ้นญี่ปุ่นมองว่าหุ้นขนาดกลางและเล็กมีแนวโน้มการเติบโตที่สูงจากมาตรการต่างๆ ของรัฐบาลที่ออกมา จึงแนะนำกองทุนเปิดเจแปน สมอล แอนด์ มิด แคป ฟันด์ ซึ่งลงทุนเฉพาะหุ้นญี่ปุ่นขนาดกลางและเล็ก บริหารโดย บลจ.ซูมิโตโม มิตซุย ซึ่งเป็นผู้จัดการกองทุนสัญชาติญี่ปุ่น

ปัจจุบันดัชนี MSCI หุ้นขนาดกลางและเล็กในญี่ปุ่น มีสัดส่วนราคาต่อกำไร(พี/อี) ประมาณ 15 เท่า ซึ่งต่ำกว่าดัชนีนิกเกอิของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมี พี/อี ประมาณ 17 เท่า และมีค่าเฉลี่ยในอดีตที่เคยสูงถึง 37 เท่า สำหรับดัชนี MSCI ยูโร คาดว่าจะมี พี/อี ประมาณ 15 เท่า ในปีนี้ ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต

“แม้ตลาดหุ้นยุโรปจะปรับตัวขึ้นมาระดับหนึ่งแล้ว โดยตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันเพิ่มขึ้น 7% แต่ก็คาดว่ายังน่าจะขึ้นได้อีกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่คล้ายคิวอีของสหรัฐ ซึ่งตลาดคาดการณ์ว่าน่าจะมีออกมาในอนาคต หากเศรษฐกิจยุโรปยังฟื้นตัวไม่ได้อย่างที่คาด จึงมองว่าหุ้นยุโรปยังมีโอกาสปรับตัวขึ้น 10-15% ในปีนี้” นายวนา กล่าว

สำหรับตลาดหุ้นญี่ปุ่น คาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นได้อีกประมาณ 45% จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงการเพิ่มน้ำหนักการลงทุนของกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ของญี่ปุ่น ซึ่งเริ่มตั้งแต่เดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา หลังจากทางการเปิดให้ลงทุนตลาดหุ้นต่างประเทศและหุ้นญี่ปุ่นในสัดส่วน 20% จากวงเงินทั้งหมดที่มีอยู่ประมาณ 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

นายวนา กล่าวว่า พอร์ตการลงทุนครึ่งปีหลังหากนักลงทุนรับความเสี่ยงได้ แนะนำลงทุนหุ้นและตราสารหนี้ต่างประเทศ 40% หุ้นในประเทศ 40% และตราสารหนี้ในประเทศ 20%

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน