posttoday
การลงทุนอย่างมีความสุขท่ามกลางความผันผวน

การลงทุนอย่างมีความสุขท่ามกลางความผันผวน

03 กรกฎาคม 2557

คำถามที่ได้เกือบทุกวันในโลกแห่งการลงทุนคือ “หุ้นจะไปกี่จุด หรือราคาจะไปกี่บาท” ซึ่งก็เป็นคำถามที่แน่นอนว่า ไม่มีใครตอบได้อย่างชัดเจน

คำถามที่ได้เกือบทุกวันในโลกแห่งการลงทุนคือ “หุ้นจะไปกี่จุด หรือราคาจะไปกี่บาท” ซึ่งก็เป็นคำถามที่แน่นอนว่า ไม่มีใครตอบได้อย่างชัดเจน

หากเราไม่สามารถทราบการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นในอนาคตแล้ว เราจะยังคงตั้งเป้าผลตอบแทนจากการลงทุนได้อย่างไร? หรือเราจะวางแผนการใช้เงินอย่างเหมาะสมได้อย่างไร? ทฤษฎีทางการเงินกล่าวถึงความผันผวนในลักษณะดังกล่าวว่าเป็นความเสี่ยงทางการเงิน และแนะนำกลยุทธ์การลงทุนจากระดับความเสี่ยงที่นักลงทุนยอมรับได้ โดยอ้างอิงจากสถานภาพไม่ว่าจะเป็น อายุ อาชีพ หรือสถานะทางครอบครัว เช่น ผู้เริ่มต้นวัยทำงานควรจะลงทุนในหุ้นในสัดส่วนที่ค่อนข้างมาก เป็นต้น

หากความผันผวนคือความเสี่ยงจากการลงทุน สินทรัพย์สภาพคล่องต่ำอื่นก็ควรมีความเสี่ยงในลักษณะเดียวกันถึงแม้อาจจะอยู่ในระดับที่แตกต่างกันบ้างก็ตาม เช่น อสังหาริมทรัพย์ หุ้นที่ไม่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือแม้กระทั่งหุ้นกู้บางประเภท ตัวอย่างเช่น เมื่อเรามีความจำเป็นต้องใช้เงินอย่างเร่งด่วน และช่องทางเดียวที่ทำได้คือ การประกาศขายที่ดินให้เร็วที่สุด ความเป็นไปได้คือ ผู้เสนอซื้อที่ดินในแต่ละรายอาจจะเสนอราคาที่มีความแตกต่างกันมาก และอาจต่ำกว่าราคาเสนอขายของเรามากก็เป็นได้ (ซึ่งคงไม่ได้แตกต่างไปการซื้อขายหุ้นที่มีสภาพคล่องต่ำสักเท่าไหร่)

แน่นอนครับว่าเหตุการณ์ดังกล่าวมีโอกาสเกิดขึ้นจริงได้น้อยมาก และเราก็ไม่ควรใส่ใจต่อราคาเสนอซื้อที่ดินที่ไม่สมเหตุสมผลของใครบางคนในบางช่วงเวลา แต่ประเด็นคือนักลงทุนกลับให้ความสำคัญต่อราคาเสนอซื้อที่ไม่สมเหตุสมผลของหุ้นที่ตัวเองถืออยู่ตลอดเวลา ในขณะที่เราสามารถเพิกเฉยต่อการเปลี่ยนแปลงของมูลค่าในทรัพย์สินอื่น ด้วยเหตุผลที่ว่าเราไม่เคยมีความตั้งใจที่จะขายทรัพย์สินอื่น และสินทรัพย์เหล่านั้นไม่มีตัวเลขมูลค่าวิ่งให้ดูเล่นตลอดเวลาเช่นเดียวกับราคาหุ้น แต่ดูเหมือนว่าราคาที่เคลื่อนไหวบนกระดานจะทำให้เรามีความกลัวมากขึ้นที่จะขายหุ้นได้ในราคาต่ำลง หรือซื้อหุ้นได้ในราคาสูงขึ้น ตลอดหลายชั่วโมงต่อวัน และ 5 วันต่อสัปดาห์

ความจริงแล้วความเสี่ยงจากความผันผวนของมูลค่าทรัพย์สินมีอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะถือครองทรัพย์สินใดก็ตาม คนที่ขายหุ้นไม่ได้หมายความว่าเป็นคนที่ไม่ถือครองสินทรัพย์ เพียงแต่เขาเลือกที่จะเปลี่ยนหุ้นที่ตัวเองมีไปเป็นสินทรัพย์อีกตัวที่มีชื่อว่า Cash ในบางช่วงเวลา และแน่นอนว่ายังคงได้รับความผันผวนในรูปของต้นทุนค่าเสียโอกาสเช่นเดียวกัน ประเด็นคือหากทุกคนเป็นผู้ถือครองทรัพย์สินบางอย่างอยู่ตลอดเวลา และสามารถเปลี่ยนแปลงทรัพย์สินที่ถือครองได้อย่างอิสระ เหตุใดจึงต้องให้ความสำคัญต่อราคาเสนอซื้อที่เปลี่ยนแปลงอย่างไม่สมเหตุสมผล? เหตุใดจึงต้องการเงินอย่างเร่งด่วนจนไม่สามารถรอได้แม้เพียง 23 วัน หรือ 23 ชั่วโมง?

ต้นทุนหุ้นเป็นอดีตที่ผ่านการตัดสินใจมาแล้ว ราคาเป้าหมายเป็นอนาคตที่ไม่สามารถทำนายได้อย่างแม่นยำ ทั้งสองส่วนไม่ควรมีผลต่อการตัดสินใจในการลงทุนในทุกกรณี นักลงทุนควรจะตัดสินใจลงทุนจากข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบันภายใต้กรอบของความรู้และความเข้าใจในธุรกิจที่ลงทุน ภายใต้กรอบของการจัดสรรเงินลงทุน (Asset Allocation) และเทคนิคการลงทุนที่เรามีความมั่นใจ โดยที่อย่างน้อยเราควรจะทราบผลตอบแทนขั้นต่ำที่เราคาดหวังจากการตัดสินใจลงทุนในแต่ละครั้ง และสามารถที่จะตัดสินใจซื้อ/ขายหุ้น หรือกองทุนรวมฯ ได้อย่างเป็นอิสระจากอารมณ์ของฝูงชน

ความผันผวนในการลงทุนนั้นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะนิ่งเฉยกับมันได้ ความไม่แน่นอนถือเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราอยู่แล้วครับ การเลือกที่จะยอมรับความผันผวนไม่ได้เป็นการเพิ่มความเสี่ยงจากการลงทุน แต่กลับเป็นการทำให้ชีวิตการลงทุนของเรามีความสุขมากขึ้น ปัจจุบันช่องทางเลือกในการลงทุนมีหลากหลาย ความรู้ด้านการลงทุนมีการเผยแพร่มากมายทั้งในรูปของสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อออนไลน์ ดังนั้นไม่ว่าท่านจะอายุเท่าใดหรือมีอาชีพอะไรก็ตาม การศึกษาหาความรู้ด้านการเงินและความเข้าใจด้านการลงทุน จะช่วยให้ท่านสามารถตัดสินใจถือครองทรัพย์สินทุกประเภทได้อย่างมั่นใจ เหมาะสม และมั่นคงต่อการดำรงชีวิตของท่านและครอบครัว ขอให้ทุกท่านมีความสุขจากการลงทุนครับ

Happy Life, Happy Investment

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน