
หลุดพ้น
ช่วงนี้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทำงานมือเป็นระวิง ตั้งบอร์ดและอนุบอร์ดเพียบ มีเรื่องให้ประชุม “ปฏิรูป” เรื่องนั้น “เตรียมความพร้อม” เรื่องนี้ อย่างต่อเนื่อง
ช่วงนี้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทำงานมือเป็นระวิง ตั้งบอร์ดและอนุบอร์ดเพียบ มีเรื่องให้ประชุม “ปฏิรูป” เรื่องนั้น “เตรียมความพร้อม” เรื่องนี้ อย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด เมื่อวานนี้ หัวหน้าฝ่ายสังคมจิตวิทยา คสช. จัดประชุมเรื่องปฏิรูปการศึกษา เสร็จตกบ่ายหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง คสช. นั่งประธานโต๊ะประชุมบอร์ดอำนวยการเตรียมความพร้อมประเทศไทยในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
ไหนๆ จะปฏิรูปกันเยอะแยะแล้ว ผมไม่อยากให้ปฏิรูปเสร็จแล้วจบลง กลับเข้าสู่วงจรเดิมในระยะเวลาอันสั้น จึงอยากให้ทุกท่านทุกฝ่ายช่วยกันมองหน้าตาของประเทศระยะยาวไปพร้อมกัน
รายงานเรื่อง Economic Outlook for Southeast Asia, China and India 2014 : Beyond the middle income trap ของศูนย์การพัฒนาองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD Development Centre) คาดการณ์ครับว่า ในอีกไม่กี่ทศวรรษข้างหน้านี้จะมีประเทศเอเชียอีก 7 ประเทศ เดินตามรอยสิงคโปร์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ก้าวข้ามจากประเทศรายได้ปานกลางสู่ประเทศรายได้สูง
เรื่องน่าสนใจคือ 5 ใน 7 ประเทศนั้น เป็นประเทศในกลุ่มอาเซียน และอีก 2 ประเทศก็เป็นคู่ค้ายักษ์ใหญ่ในกลุ่มอาเซียนบวกสาม
เริ่มจากมาเลเซียที่น่าจะก้าวพ้นในปี 2563 ก่อนมหาอำนาจอย่างจีน ซึ่งจะพ้นในปี 2569 ตามด้วยไทย ก้าวพ้นเป็นอันดับ 3 ในปี 2574 ขณะที่อินโดนีเซียจะพ้นในปี 2585 ฟิลิปปินส์ในปี 2594 เวียดนามในปี 2601 และปิดด้วยอินเดียในปี 2602
แม้ศูนย์การพัฒนาของโออีซีดีจะคาดการณ์ว่า 7 ประเทศนี้จะหลุดพ้น “กับดักรายได้ปานกลาง” ไปได้ แต่สังเกตหรือไม่ครับว่า บางประเทศยังต้องใช้เวลาอีกเกือบ 50 ปี
รายงานระบุว่า มีปัจจัยสำคัญ 5 ข้อที่จำเป็นสำหรับการหลุดพ้น ประกอบด้วย 1.การสร้างความเข้มแข็งให้แก่ระบบต่างๆ เช่น ขีดความสามารถของระบบที่ใช้พัฒนาทุนมนุษย์ โครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรม ตลอดจนสร้างความเปลี่ยนแปลงและยกระดับอุตสาหกรรม
2.การพัฒนาทุนมนุษย์และนวัตกรรม ที่จะมาช่วยขับเคลื่อนซัพพลายเชน เพิ่มผลิตภาพ เพิ่มผลผลิตให้อุตสาหกรรม
รายงานชี้ชัดว่า ประเทศรายได้ปานกลางยังก้าวมาถึงจุดนี้ไม่ได้ เพราะความไม่เข้มแข็งของระบบที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาและการวิจัย ตั้งแต่โรงเรียนไปจนสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการศึกษา
3.การพัฒนาระบบการเงินให้เอื้อต่อเอสเอ็มอีมากขึ้น ปัจจุบัน 60% ของจีดีพี และ 80% ของการจ้างงานในประเทศรายได้ปานกลางในอาเซียนล้วนมาจากเอสเอ็มอี ในทางตรงกันข้าม กลุ่มเอสเอ็มอีกลับเข้าถึงแหล่งทุนได้ยาก หากเข้าถึงได้ก็ต้องเสียดอกเบี้ยสูง ประเทศในอาเซียนจึงต้องพัฒนาระบบการเงินให้เอื้อต่อภาคธุรกิจที่ขับเคลื่อนประเทศมากขึ้น
รายงานย้ำว่า ทั้งญี่ปุ่น จีน และเกาหลีใต้ ต่างให้ความสำคัญกับ 3 ข้อนี้ โดยเฉพาะเรื่องระบบ จนทำให้ภาคอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจของประเทศพลิกโฉมใหม่ นำไปสู่การหลุดพ้นฐานะประเทศรายได้ปานกลาง
ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ต่างชาติมองเข้ามายังอาเซียนและเอเชียครับ หากเราต้องการให้ไทยก้าวไปได้ตามที่เขาคาดการณ์หรือเร็วกว่านั้น เวลานี้คือเวลาที่เราต้องเร่งวางรากฐานให้ดีที่สุด
ต้องช่วยกันสร้างและโชว์ศักยภาพให้เขาดูครับ ให้เราหลุดพ้นภาพที่ไม่ดีได้ทั้งระยะสั้น กลาง ยาว







