
บะหมี่สมุนไพรพลิกวิกฤตคว้าเงินล้าน
หนึ่งในปัญหาที่บริษัทรับจ้างผลิต (โออีเอ็ม) ทุกรายอาจจะต้องประสบ
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
หนึ่งในปัญหาที่บริษัทรับจ้างผลิต (โออีเอ็ม) ทุกรายอาจจะต้องประสบ คือ คู่ค้าที่ซื้อสินค้ามายาวนานเปลี่ยนใจไปซื้อสินค้ารายอื่นหรือหันไปสร้างแบรนด์ของตัวเอง หากเกิดวิกฤตนี้ขึ้นมาจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจเอสเอ็มอีครั้งใหญ่ รวมถึง บริษัท พี.เอ็ม.เค นู้ดเดิ้ล แฟมิลี่ เจอวิกฤตดังกล่าวมาแล้ว 2 ครั้ง แต่กลับพลิกวิกฤตเป็นโอกาสสร้างธุรกิจใหม่
“ปรมะ ห่อทองพูน” และผู้บริหาร บริษัท พี.เอ็ม.เค.นู้ดเดิ้ล แฟมิลี่ ทำธุรกิจผลิตค้าส่ง ค้าปลีกบะหมี่เกี๊ยวแผ่นทุกชนิด ในฐานะทายาทธุรกิจรุ่น 3 ของธุรกิจ เปิดเผยว่า บริษัทได้ประสบภาวะวิกฤตจากการเป็นผู้รับจ้างผลิตมา 2 ครั้ง โดยครั้งแรกได้ผลิตเส้นบะหมี่หยก ส่งไปยังร้านสุกี้ชื่อดังของประเทศ หลังจากนั้นเกิดปัญหาร้านสุกี้ชื่อดังหันไปซื้อจากรายอื่นแทนที่มีต้นทุนถูกกว่า เพราะเป็นรายใหญ่จึงมีกำลังผลิตสูงต้นทุนต่อหน่วยต่ำ ดังนั้นบริษัทจึงมีรายได้ลดลงฮวบฮาบ
ต่อมาก็มีบริษัทรายใหญ่ทำธุรกิจส่งออกอาหาร ได้ว่าจ้างให้ผลิตแผ่นเกี๊ยวห่อกุ้งเพื่อส่งออกไปสหรัฐ บริษัทจึงลงทุนใหม่เพื่อเพิ่มกำลังการผลิต แต่ไม่นานเกิดปัญหาเศรษฐกิจสหรัฐตกต่ำ ทำให้บริษัทดังกล่าวลดการสั่งซื้อแผ่นเกี๊ยวห่อกุ้ง กระทบต่อบริษัทและยอดผลิตหายไปเกือบ 100% ซึ่งเป็นวิกฤตครั้งใหญ่
ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมองหาธุรกิจใหม่ที่มีอนาคตและสามารถส่งออกไปต่างประเทศได้ เพราะหากมุ่งรับจ้างผลิตในประเทศ โดยไม่ได้หาตลาดต่างประเทศมากระจายความเสี่ยงอาจเกิดปัญหาได้ ขณะเดียวกันการมุ่งแต่เป็นโออีเอ็มและรอให้เกิดวิกฤตรอบที่ 3 คงไม่ดีแน่นอน จึงหันมาทบทวนองค์กรใหม่และได้คำตอบว่า มีความชำนาญผลิตเส้นบะหมี่มายาวนานตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ ขณะเดียวกันตนเองก็ได้เข้าไปร่วมอบรมโครงการของหน่วยงานรัฐ และกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) รวมถึงหาโอกาสไปปรึกษากับผู้ที่เกี่ยวข้องในวงการธุรกิจ
จึงได้พัฒนาสินค้าใหม่ครั้งแรกในประเทศไทยกับ “เส้นบะหมี่อบสมุนไพรอบแห้ง” ภายใต้แบรนด์พีเอ็มเค (PMK) เป็นครั้งแรกที่สร้างแบรนด์ จากเดิมผลิตบะหมี่อย่างเดียวนาน 60 ปี โดยรวมสุดยอดสมุนไพรมาไว้ในบะหมี่ มีสีของเส้นบะหมี่ที่แตกต่างกัน เพื่อให้ได้สีสันของเส้นบะหมี่สวยงาม รวมทั้งให้ได้รสชาติของบะหมี่ที่มีคุณภาพ คือ ความเหนียวนุ่ม และขณะนี้มีคู่ค้าจากต่างประเทศ คือ ออสเตรเลีย สนใจสั่งซื้อบะหมี่
พร้อมกันนี้ ได้พัฒนาเส้นหมี่ราเมงพร้อมซอส สำหรับนำไปปรุงพร้อมรับประทานได้ทันที โดยก็มีคู่ค้ารายเดียวกันจากต่างประเทศสนใจสินค้าของบริษัทเช่นเดียวกัน เพราะมีความสะดวกต่อผู้บริโภคที่ชื่นชอบความรวดเร็ว คาดว่าจะเริ่มส่งออกช่วงปลายปีนี้
อีกทั้งสนใจขยายตลาดไปในประเทศอาเซียน เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) โดยเฉพาะตลาดมาเลเซียที่ได้เข้ามาร่วมงานกับ กสอ. พบกับคู่ค้าของประเทศมาเลเซียที่ให้ความสนใจบะหมี่ของบริษัท ทำให้สนใจพัฒนาบะหมี่รสชาติใหม่ออกมาทำตลาด อาทิ บะหมี่รสต้มยำกุ้ง รสเผ็ดน้อย เพราะชาวมาเลเซียชื่นชอบต้มยำกุ้งไทย เชื่อว่าหากสร้างแบรนด์ติดตลาดต่างประเทศ หลังจากนั้นจะรุกตลาดในประเทศ
โดยการพัฒนาสินค้าใหม่ต่อไปนั้น จะมุ่งสร้างนวัตกรรมใหม่ของเส้นบะหมี่ให้แปลกใหม่ เพื่อสร้างเอกลักษณ์ของแบรนด์พีเอ็มเคแบรนด์น้องใหม่ ต้องมีจุดเด่นให้แข่งขันได้กับแบรนด์บะหมี่ชื่อดังของประเทศ ซึ่งการลงทุนสร้างโรงงาน เครื่องจักร และธุรกิจใหม่ช่วงที่ผ่านมากว่า 20 ล้านบาท มีโรงงานอยู่ที่บางขุนเทียน กทม. คาดว่ารายได้ปีต่อไปจะสูงหลักหลายล้านบาท ขณะที่ตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในไทยมีมูลค่ากว่า 1.8 หมื่นล้านบาท เติบโตสูงทุกปี
“ปรมะ” กล่าวต่อว่า การเจออุปสรรคและวิกฤตทางธุรกิจหลายครั้ง สิ่งสำคัญที่ทำให้ผ่านมาได้คือเชื่อมั่น ทุกปัญหามีทางออกเสมอ ทำธุรกิจด้วยความรู้สึกสนุกพร้อมใช้คำว่า “สู้” เพราะธุรกิจนี้เริ่มจากรุ่นพ่อ จึงพร้อมพัฒนาธุรกิจให้เติบโตแข็งแกร่งยิ่งขึ้น มีเป้าหมายระยะยาวคือจะเป็นแบรนด์บะหมี่ที่ผู้บริโภคคนไทยรู้จักและนึกถึงลำดับต้นๆ ของประเทศ







