
ชงถกกรอ.นัดแรกแก้ปัญหาแรงงานทั้งระบบ
หอการค้าไทยเตรียมเสนอแนวทางแก้ปัญหาแรงงานทั้งระบบให้ที่ประชุมกรอ.นัดแรกที่ “ประยุทธ์” นั่งเป็นประธาน
หอการค้าไทยเตรียมเสนอแนวทางแก้ปัญหาแรงงานทั้งระบบให้ที่ประชุมกรอ.นัดแรกที่ “ประยุทธ์” นั่งเป็นประธาน
เมื่อวันที่ 2 ก.ค. นายภูมินทร์ หะรินสุต รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า ในวันที่ 7 ก.ค.นี้ หอการค้าไทยจะนำข้อเสนอการแก้ปัญหาแรงงานทั้งระบบต่อที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ก่อนที่จะนำผลความเห็นชอบของ กกร.เข้าที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ที่จะประชุมครั้งแรกในวันที่ 16 ก.ค. 2557 ตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล โดยมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พิจารณาเห็นชอบ เพื่อนำไปใช้แก้ปัญหาแรงงานทั้งระบบของบไทยต่อไปทั้งในส่วนของแรงงานไทย แรงงานต่างด้าวและแรงงานประมง
นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ กรรมการเลขาธิการหอการค้าไทย และประธานคณะกรรมการแรงงานและทรัพยากรมนุษย์ สภาหอการค้าไทย กล่าวว่า ภาคเอกชนมั่นใจว่าปีหน้าไทยจะหลุดออกจากการจัดอันดับประเทศที่ล้มเหลวในการป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์ (เทียร์ 3) แน่นอน เพราะในช่วงปีนี้ ไทยทีมทำงานแก้ปัญหาเรื่องนี้กันหนักมาก และผลที่ประกาศออกมาในปีนี้เป็นการดูจากผลงานที่ทำในช่วงปีผ่านมา ดังนั้นการจัดอันดับในปีหน้าจึงมีความห่วงน้อยเรื่องนี้น้อยลง
ทั้งนี้ แนวทางการแก้ไขปัญหาแรงงานของประเทศไทยที่ทางหอกาค้านำเสนอนั้น คือ ต้องการให้มีการวางแผนระยะยาว 5-10 ปี เพื่อเตรียมความพร้อมของไทยในการส่งเสริมอุตสาหกรรม เนื่องจากปัญหาแรงงานจะมีความรุนแรงมากในอนาคต ควรมีการสนับสนุนสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในการเปลี่ยนแปลง ปรุงปรุงและพัฒนาธุรกิจเพื่อให้มีการใช้แรงงานให้น้อยลง ปรับปรุงและยกระดับระบบการศึกษาไทยในระดับอาชีวศึกษา เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ประกอบการ และรณรงค์หน่วยงานต่างๆ เห็นความสำคัญของแรงงานต่อการเจริญเติบโตของธุรกิจ และให้หยุดการใช้แรงงานผิดกฎหมายเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของ คสช.
ด้านแรงงานประมงนั้น เสนอให้บังคับให้แรงงานประมงทั้งหมดไปขึ้นทะเบียนแรงงานประมงให้ถูกต้องภายใต้ศูนย์ประสานแรงงานประมง พร้อมทั้งสนับสนุนให้มีการตรวจตราเรือประมงที่เข้าและออกจากฝั่งเพื่อตรวจสอบการทำประมง และป้องปรามการใช้แรงงานบังคับและการค้ามนุษย์ และให้ดำเนินการส่งเสริมภาพลักษณ์เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้นำเข้าหรือผู้บริโภคสินค้าประมงของไทยในต่างประเทศ เป็นต้น
ขณะเดียวกันในช่วงปลายเดือนก.ค.นี้ ทางหน่วยงานราชการและเอกชนไทยจะเดินทางไปพบกับสมาพันธ์อาหารทะเลของสหรัฐอเมริกา เพื่อชี้แจงและยืนยันว่าไทยไม่ได้มีการใช้แรงงานเด็กและแรงงานบังคับ เพื่อเป็นการประกอบให้กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ทบทวนถอดถอนสินค้าไทยออกจากบัญชีรายชื่อสินค้าที่มีการใช้แรงงานเด็กบังคับ ซึ่งมีอยู่ 5 รายการสินค้า ได้แก่ กุ้ง ปลา เครื่องนุ่งห่ม อ้อย และสื่อลามก เบื้องต้นมั่นใจว่าอ้อยมีแนวโน้มจะถูกถอดถอนจากการขึ้นบัญชีดังกล่าวที่จะมีการประกาศในเดือน ก.ย.นี้แน่นอน เนื่องจากมีการพิสูจน์ทราบได้ชัดเจนที่สุด
อย่างไรก็ตาม หวังว่าทางสหรัฐอเมริกาจะไม่นำเรื่องเกี่ยวกับปัญหาแรงงานที่ไทยถูกลดอันดับมาอยู่ในกลุ่มเทียร์3 และการอยู่ในบัญชีเฝ้าจับตา (Watch list) มาเกี่ยวกับการพิจารณาตัดสิทธิพิเศษทางภาษี (จีเอสพี) ที่จะประกาศในเดือนก.ย.นี้ด้วย แต่หากถูกนำไปเกี่ยวด้วย ก็เชื่อว่าไทยจะไม่ได้รับผลกระทบมากเท่าใดนัก เนื่องจากในปี 2556 สินค้าส่งออกของไทยที่ได้รับสิทธิจีเอสพีจากสหรัฐ มีมูลค่ารวม 4,574 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ผู้ประกอบการไทยมีการใช้สิทธิเพียงแค่ 45.63 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นเพียง 1% เท่านั้น
สำหรับมูลค่าการส่งออกสินค้ากลุ่มที่อยู่ในกลุ่มบัญชีรายชื่อสินค้าที่มีเหตุผลให้เชื่อว่าผลิตโดยการใช้แรงงานเด็กหรือแรงงานบังคับ (ทีวีพีเอ) ไปยังสหรัฐอเมริกาในปี 2556 มีมูลค่าส่งออกรวม 7.44 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นกลุ่มปลา 2,078.8 ล้านบาท ปลาทูน่า 1.55 หมื่นล้านบาท กุ้ง 2.56 หมื่นล้านบาท เครื่องนุ่งห่ม 3.07 หมื่นล้านบาท และอ้อย 425 ล้านบาท







