posttoday
"ไอคอนสยาม"5หมื่นล.สัญลักษณ์ใหม่เจ้าพระยาปี'56

"ไอคอนสยาม"5หมื่นล.สัญลักษณ์ใหม่เจ้าพระยาปี'56

02 กรกฎาคม 2557

เปิดเผยชื่อโครงการเป็นที่เรียบร้อยสำหรับโครงการริมแม่น้ำเจ้าพระยาของบริษัท สยามพิวรรธน์ ผู้ดำเนินธุรกิจศูนย์การค้าชื่อดังอย่าง ศูนย์การค้าสยามพารากอน ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ และศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค หลังจากออกมาเปิดแผนอภิมหาโครงการริมแม่น้ำเจ้าพระยาไปเมื่อปี 2555 ที่ผ่านมา

เปิดเผยชื่อโครงการเป็นที่เรียบร้อยสำหรับโครงการริมแม่น้ำเจ้าพระยาของบริษัท สยามพิวรรธน์ ผู้ดำเนินธุรกิจศูนย์การค้าชื่อดังอย่าง ศูนย์การค้าสยามพารากอน ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ และศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค หลังจากออกมาเปิดแผนอภิมหาโครงการริมแม่น้ำเจ้าพระยาไปเมื่อปี 2555 ที่ผ่านมา

สำหรับชื่อโครงการที่บริษัท สยามพิวรรธน์ ถือหุ้น 50% ร่วมกับบริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ถือ 25% และในนามเครือซีพีถือ 25% ร่วมกันพัฒนาโครงการริมแม่น้ำเจ้าพระยาคือ “ไอคอนสยาม” ภายในโครงการจะประกอบไปด้วย ศูนย์การค้าแห่งยุคและคอนโดมิเนียมหรูจำนวน 5 อาคาร ภายใต้ชื่อ แมกโนเลีย วอเตอร์ฟรอนท์ เรสซิเดนท์

ชฎาทิพ จูตระกูล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท สยามพิวรรธน์ กล่าวว่า โครงการไอคอนสยามถือเป็นการเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของประเทศไทย เนื่องจากเป็นโครงการขนาดใหญ่เพียบพร้อมและสมบูรณ์ ตั้งอยู่บนทำเลมีศักยภาพริมแม่น้ำเจ้าพระยาย่านเจริญนครมีพื้นที่โครงการรวม 50 ไร่ เพิ่มขึ้นจากที่ประกาศไปก่อนหน้านี้ที่มีพื้นที่โครงการเพียง 40 ไร่เท่านั้น

ด้วยศักยภาพของทำเลและจำนวนที่ดินของโครงการที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้งบการลงทุนขยับตัวเพิ่มขึ้นไปตามจำนวนที่ดินที่เพิ่มขึ้น จากเดิมโครงการไอคอนสยามจะใช้งบลงทุนอยู่ที่ประมาณ 3.5 หมื่นล้านบาท แต่ปัจจุบันได้เพิ่มงบการลงทุนเป็น 5 หมื่นล้านบาท โดยขณะนี้ได้เริ่มก่อสร้างโครงการไปบ้างแล้ว คาดว่าภายในปี 2560 จะแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการ

จุดเด่นของศูนย์การค้าที่บริษัท สยามพิวรรธน์ นำมาเสนอภายในโครงการไอคอนสยามครั้งนี้คือ การสร้างอาณาจักรศูนย์การค้าเป็น 2 อาคาร ประกอบด้วย อาคารลักซ์ชัวรี่ และอาคารเมน รีเทล แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ เพื่อให้ทั้งสองอาคารมีบรรยากาศที่แตกต่างกัน

ในส่วนของอาคารลักซ์ชัวรี่จะตั้งอยู่บนพื้นที่ 2.5 หมื่นตารางเมตร (ตร.ม.) ด้านหน้าอาคารทอดยาวกว่า 300 เมตร ขนานไปกับแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นศูนย์รวมของสินค้าแบรนด์ดังระดับโลกที่มาสร้างปรากฏการณ์ ไอคอน วิทธิน ไอคอน เป็นแห่งแรก

ขณะที่อาคารเมน รีเทล จะตั้งอยู่บนพื้นที่ 5 แสน ตร.ม. ติดกับถนนเจริญนคร เน้นการนำเสนอประสบการณ์แปลกใหม่ในหลายมิติ ด้วยการสร้างความตื่นตาตื่นใจผ่านร้านค้าในรูปแบบที่อินดอร์และเอาต์ดอร์รวมกว่า 500 ร้านค้า 100 ภัตตาคาร จาก 30 ประเทศทั่วโลก

นอกจากนี้ ภายในตัวอาคารยังมีพื้นที่รูฟท็อป การ์เด้น และสปอร์ตคอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ รวมไปถึงศูนย์การประชุมระดับโลก (เวิลด์ คลาส ออดิทอเรียม) จำนวน 3,500 ที่นั่ง สามารถจัดประชุมนานาชาติ งานสำคัญของรัฐบาล และงานแสดงเทรดเอ็กบิชั่นต่างๆ

ชฎาทิพ กล่าวต่อว่า นอกจากตัวศูนย์การค้าที่มีความแตกต่างจากศูนย์การค้าทั่วไปแล้ว ภายในโครงการยังใส่ 7 สิ่งมหัศจรรย์แห่งไอคอนสยามรวมมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาทเข้าไป เพื่อให้โครงการมีแรงดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวมากขึ้น เช่น การแสดงสายน้ำผสมแสง สี เสียง ไฟ และมัลติมีเดียที่ยาวที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และพิพิธภัณฑ์ศูนย์รวมมรดกทางประวัติศาสตร์และสุดยอดภูมิปัญญาไทย

ทิพาภรณ์ เจียรวนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า โครงการที่พักอาศัยของแมกโนเลีย วอเตอร์ฟรอนท์ เรสซิเดนท์ จะเป็นที่พักเหนือระดับทั้งในแง่ของคุณภาพและความหรูหราที่สามารถติดต่อเชื่อมโยงกับชุมชนโลกผ่านเทคโนโลยีการสื่อสารระบบไฟเบอร์ออพติกที่ให้ความเร็วสูงแห่งแรกของประเทศไทย FTTX (Fiber to Home)

ด้านความโดดเด่นของตัวอาคารจะเน้นพื้นที่สีเขียวเกือบ 70% ด้วยการออกแบบให้เป็นพ็อกเกต การ์เด้น ทั้งสองอาคาร โดยอาคารแรกจะสูง 70 ชั้น รวมห้องพัก 300 ยูนิต ส่วนอาคารที่ 2 จะเป็นตึกสูง 50 ชั้น รวมห้องพักกว่า 100 ยูนิต

หลังจากเปิดตัวรายละเอียดโครงการ ในด้านกลยุทธ์บริหารงานโครงการไอคอนสยามได้มีการจัดทำเป็นแผนแม่บทภายใต้กลยุทธ์ ไอคอนสยาม ริเวอร์ มาสเตอร์ วิชั่น ด้วยการร่วมมือกับผู้ประกอบการและหน่วยงานต่างๆ กว่า 30 ราย ทั้งผู้ค้าปลีก เจ้าของโรงแรม ผู้ประกอบการเรือสัญจรในแม่น้ำ และหน่วยงานภาครัฐ เช่น โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพ โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน โรงแรมแชงกรีลา เรือด่วนเจ้าพระยา และเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟรอนท์ ร่วมมือกันทำกิจกรรมทางการตลาด เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวริมแม่น้ำเจ้าพระยา

กลยุทธ์ที่จะทำร่วมกันเบื้องต้นย่าจะเป็นการสร้าง เดอะ ริเวอร์ พาร์ค ให้เป็นคอมมูนิตี้ สเปค เชื่อมต่อพื้นที่ของโครงการกับทางเดินเลียบฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยากับและธุรกิจอื่นๆที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งกลยุทธ์ดังกล่าวจะทำให้มีพื้นที่ทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกันกว่า 1 หมื่นตร.ม.

พร้อมกันนี้ 3 พันธมิตรยังได้เตรียมงบการตลาดประมาณ 200 ล้านบาท เพื่อทำการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ และจัดกิจกรรมโรดโชว์ในต่างประเทศ เพื่อสร้างแบรนด์โครงการไอคอนสยาม ให้เป็นที่รู้จักทั้งในกลุ่มนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติในช่วงเดือน ก.ค.-ธ.ค.นี้

จากกลยุทธ์ดังกล่าวคงต้องติดตามว่าสัญลักษณ์ใหม่แห่งสยามจะชนสัญลักษณ์ปัจจุบัน เช่น มารีน่าเบย์ ประเทศสิงคโปร์ และดูไบ มอลล์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้ไฉไลขนาดไหน ในปี 2560

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค