
ปั้นชายแดนแทนส่งออก
หอการค้าเดินหน้าเสนอ คสช. เพิ่มช่องทางการค้าชายแดนทดแทนส่งออก
หอการค้าเดินหน้าเสนอ คสช. เพิ่มช่องทางการค้าชายแดนทดแทนส่งออก
นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประธานกรรมการศูนย์อำนวยการเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน (เออีซี) ว่า ได้เสนอแนวทางการแก้ปัญหาและอุปสรรคของภาคเอกชนให้ คสช.พิจารณา 4 ประเด็น
ประเด็นแรก ขอให้เร่งดำเนินการส่งเสริมการค้าชายแดนให้มากขึ้น ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานให้มีความสะดวกมากขึ้น เช่น ด่านสะเดาที่ จ.สงขลา ที่มีมูลค่าการค้าปีละ 3 แสนล้านบาท ต้องขยายด่านให้กว้างขวางขึ้น แยกการตรวจคนและสินค้าออกจากกัน เนื่องจากในวันเสาร์อาทิตย์ การจราจรที่ติดขัดนาน 5-6 ชั่วโมง จึงควรลดขั้นตอนการผ่านแดนให้สะดวกขึ้น
แนวทางที่สอง ขอให้เร่งส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวให้เป็นศูนย์กลางเออีซี โดยเฉพาะการผลักดันให้เกิดศูนย์สุขภาพในต่างจังหวัด เช่น จ.เชียงใหม่ พิษณุโลก ขอนแก่น และอุดรธานี เพื่อดึงชาวต่างชาติเข้ามาใช้บริการได้ง่าย
แนวทางที่สาม ขอให้แก้ปัญหาการให้บริการวีซ่าแก่นักธุรกิจ โดยควรจะพิจารณาให้ง่ายขึ้น ไม่ปะปนกับการให้วีซ่ากับแรงงานทั่วไป
แนวทางสุดท้าย ขอให้ คสช.เร่งพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของไทยเพื่อรองรับการขนส่งสินค้าและการเดินทางในภูมิภาคอาเซียน
อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้น คสช.ได้จัดตั้งศูนย์กลางในการบูรณาการให้บริการเรื่องเออีซีขึ้นมาโดยเฉพาะที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ
นายกลินท์ สารสิน เลขาธิการหอการค้าไทย กล่าวว่า แม้เศรษฐกิจโดยรวมจะซบเซา การส่งออกขยายตัวได้น้อยลง แต่เศรษฐกิจและการค้าขายตามแนวชายแดนขยายตัวได้สูงกว่าปีละ 20% โดยเชื่อว่าปีนี้ปริมาณการค้าขายจะทะลุ 1 ล้านล้านบาท จึงอยากให้เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและอำนวยความสะดวกในการค้าชายแดนแม่สอด แม่สาย เชียงแสน ปอยเปต และด่านสะเดา







