posttoday
สอท.ลุยโรดโชว์กว่า10ทริปหาตลาดใหม่เอง

สอท.ลุยโรดโชว์กว่า10ทริปหาตลาดใหม่เอง

01 กรกฎาคม 2557

ส.อ.ท.ลุยโรดโชว์หาตลาดใหม่ทดแทนตลาดเก่าเองกว่า 10 ทริป ภายในช่วง 1-2 ปีนี้ ประเดิมรุกตลาดรัสเซียเดือนก.ค.นี้

ส.อ.ท.ลุยโรดโชว์หาตลาดใหม่ทดแทนตลาดเก่าเองกว่า 10 ทริป ภายในช่วง 1-2 ปีนี้ ประเดิมรุกตลาดรัสเซียเดือนก.ค.นี้

นายเกรียงไกร เธียรนุกูล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวในฐานะประธานสภาธุรกิจไทย-รัสเซีย ว่า ในช่วง 1-2 ปีนี้ ส.อ.ท.มีแผนที่จะออกไปชักจูงการลงทุน (โรดโชว์) ในต่างประเทศเอง รวมกว่า  10 ทริป เพื่อหาตลาดใหม่ทดแทนตลาดเก่าที่อัตราการเติบโตถดถอยลง โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเอเชียใต้ กลุ่มประเทศตะวันออกและแอฟริกา ซึ่งประเดิมเริ่มต้นทริปพาคณะนักธุรกิจไทยไปร่วมงานแลกเปลี่ยนทางการค้าและจับคู่ธุรกิจ (Innoporm) ในเดือนก.ค.นี้

“รัสเซียถือเป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพมาก เพราะเป็นผู้ส่งออกก๊าซธรรมชาติอันดับหนึ่งของโลก มีทรัพยากรแร่ธาตุจำนวนมาก รวมทั้งมีแผนที่เพิ่มการผลิตรถยนต์ให้ได้ 1-1.2 ล้านคันต่อปี เพื่อเป็นดีทรอยด์รองจากเยอรมนี จึงเป็นโอกาสดีของผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ของไทยที่จะเข้าไปหาตลาดใหม่” นายเกรียงไกร กล่าว

ขณะเดียวกันปัจจุบันนักท่องเที่ยวรัสเซียยังนิยมมาเที่ยวเมืองไทย สถิติปีที่ผ่านมามากถึง 1.6 ล้านคน อันดับสองรองจากจีนด้วย แสดงว่าประชาชนรัสเซียมีกำลังซื้อสูง นอกจากนี้ผู้นำรัสเซียยังประกาศให้ความสำคัญกับเอเชียมากขึ้นด้วย โดยตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกันให้อยู่ที่ 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐต่อปี ภายในปี 2569 จากปัจจุบันที่มีมูลค่าการค้าระหว่างกันอยู่ที่ 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี

อย่างไรก็ตาม การเปิดตลาดใหม่ในประเทศรัสเซีย ยังสามารถเชื่อมกับอีก 2 ประเทศได้คือ เบลารุสและคาซัคสถาน เพราะทั้ง 3 ประเทศได้รวมตัวกันภายใต้ชื่อ Custom Union คล้ายกับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่มีจำนวนประชากรรวมกันถึง 170 ล้านคน และยังเป็นประตูเชื่อมกับกลุ่มประเทศที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียแล้วแยกตัวออกมา  (ซีไอเอส) เช่น ยูเครน อุซเบกิสถาน ซึ่งจะทำให้ตลาดใหญ่ยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ภายใน1-2 ปีนี้ ส.อ.ท.ยังวางแผนจะขยายตลาดในกลุ่มประเทศเอเชียใต้ กลุ่มประเทศตะวันออก และแอฟริกาเพิ่มขึ้นด้วย โดยเฉพาะแอฟริกาที่มีประชากรมากถึง 1,100 ล้าน โดยจะประสานกับภาครัฐ ทั้งกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เพื่อให้การค้าขายของเอกชนมีความเข้มข้นขึ้น หลังตลาดอียูและสหรัฐอเมริกา ที่เป็นตลาดหลักของไทยได้รับผลกระทบจากการเลื่อนเจรจาเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ไทย-อียู รวมทั้งการลดอันดับไทยลงเป็นเธียร์ 3

นายเกรียงไกร กล่าวว่า ระหว่างนี้ ภาคเอกชนจะเดินหน้าเปิดตลาดการค้าระหว่างไทยและประเทศใหม่ๆ เพิ่มขึ้นเช่นกัน เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในการส่งออกของไทยทดแทนตลาดอียูและสหรัฐอเมริกา ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนอยู่ที่ 9%และ 10% ตามลำดับ ตั้งเป้าหมายให้เหลือ 5% ทั้งสองตลาดภายใน10 ปีข้างหน้า เพื่อลดการพึ่งพิงของทั้ง 2 ตลาด

ข่าวล่าสุด

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย