
รักข้ามพรมแดน
ในขณะที่คนไทยทั่วไปกำลังตื่นตัวกับข่าวแรงงานกัมพูชากลับบ้านเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีคนไทยคนหนึ่งที่มีอาการยิ่งกว่าตื่นตัว เพราะเดินทางกลับบ้านไปพร้อมกับชาวกัมพูชาด้วย
ในขณะที่คนไทยทั่วไปกำลังตื่นตัวกับข่าวแรงงานกัมพูชากลับบ้านเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีคนไทยคนหนึ่งที่มีอาการยิ่งกว่าตื่นตัว เพราะเดินทางกลับบ้านไปพร้อมกับชาวกัมพูชาด้วย
หนังสือพิมพ์เกาะสันติเพียบ หรือหนังสือพิมพ์เกาะสันติภาพของกัมพูชา ฉบับวันที่ 23 มิ.ย. 2557 ที่ผ่านมา รายงานว่า พบแรงงานไทยคนหนึ่งปะปนอยู่ในกลุ่มแรงงานกัมพูชาที่เดินทางกลับประเทศ โดยไม่มีหนังสือเดินทางและไม่มีเอกสารเข้าประเทศ
ช่วงที่ชาวกัมพูชานับหมื่นคนไหลกลับประเทศเหมือนน้ำท่วมทำนบ ไม่มีใครคิดเลยว่า “ปุ๊ด ดาไม” อายุ 54 ปี ชาว ต.เกาะเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จะอาศัยช่วงเวลานี้เดินทางไปกับภรรยาซึ่งเป็นแรงงานชาวกัมพูชา สู่เมืองกำปงจาม บ้านเกิดของภรรยาด้วย
พ.ต.ท.ลิมมวัน ผู้บังคับการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เขตกำปงจาม บอกว่า เช้าวันที่ 22 มิ.ย.เจ้าหน้าที่ตำรวจในหมู่บ้านตาเณง อำเภอซมโบเมียส กรุงกำปงจาม รายงานว่า มีชาวไทยคนหนึ่งชื่อ ดาไม มาอาศัยอยู่ในพื้นที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่มีภรรยาชื่อ พอนฮีม อายุ 51 ปี เป็นแรงงานกัมพูชาที่เดินทางมาจากไทย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงจับกุมตัวส่งไปยังกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง ให้ดำเนินการต่อตามกฎหมาย
ด้าน พอนฮีม บอกว่า เธอเป็นแม่ม่ายมีลูก 1 คน แต่เนื่องจากฐานะยากจน จึงได้ทิ้งลูกให้อยู่กับญาติ แล้วไปทำงานที่ไทย มีอาชีพกรรมกรก่อสร้าง เพื่อหารายได้เลี้ยงดูลูก เวลานั้นเองเธอได้พบกับดาไมแล้วรักกัน จึงอยู่กันฉันสามีภรรยามานานกว่าหนึ่งปี แต่ไม่มีลูกด้วยกัน
ทั้งนี้ เนื่องจากเธอเป็นแรงงานที่เข้ามาทำงานในไทยอย่างผิดกฎหมาย จึงถูกจับกุมตัวส่งกลับมายังกัมพูชาเมื่อวันที่ 16 มิ.ย. ขณะนั้นดาไมสามีของเธอขอติดตามกลับมาด้วย เธอจึงร้องขอให้เจ้าหน้าที่อย่าได้ส่งตัวสามีเธอกลับมายังฝั่งไทย เพราะเธอและสามีรักกันมาก ห่างหน้าหายตากันไม่ได้เลย หากมีการส่งตัวกลับจะทำให้เธอและสามีต้องพลัดพรากกัน เมื่อไม่ถูกส่งตัวกลับ เธอและสามีจึงได้อยู่ร่วมกันที่บ้านเกิดของเธอเป็นเวลา 5 วัน ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจในหมู่บ้านจะมาเจอตัวสามีเธอ
พ.ต.ต.แบนร้อจ หัวหน้าตำรวจประจำจังหวัด แถลงว่า ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตามหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ ลงไปสำรวจและตรวจสอบจำนวนแรงงานที่กลับมาจากไทย พร้อมกันนี้ให้ทำแบบสำรวจสอบถามแรงงานที่กลับมาว่ามีใครบ้างต้องการทำหนังสือเดินทางที่ถูกต้องตามกฎหมายไปพร้อมๆ กันด้วย จึงได้พบว่ามีชาวไทยหนึ่งคนคือดาไมแฝงตัวเข้ามาในหมู่บ้านด้วย
หากพอนฮีมและดาไมต้องการอยู่ด้วยกัน มีทางเลือก 2 ทาง คือ 1.พอนฮีมต้องรีบเร่งทำหนังสือเดินทาง เอกสารการเข้าเมือง และเอกสารการทำงานตามกฎหมายไทย เพื่อที่จะได้ไปอยู่กับดาไมที่ไทย หรือ 2.ดาไมเป็นผู้ทำหนังสือเดินทางเพื่อมาอยู่กับพอนฮีมในกัมพูชา
ความรักของทั้งคู่ถือเป็นความรักข้ามพรมแดนระหว่างคนอาเซียน สะท้อนถึงอุปนิสัยที่เข้ากันได้ไม่ยากระหว่างคนในภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม แม้จะรักกันมากเพียงใด คนอาเซียนที่ดีก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศตัวเอง และประเทศที่ตัวเองเดินทางเข้าไปทำงานด้วย ประชาคมอาเซียนจึงจะเป็นประชาคมที่สงบสุข







