
"โซลิแมคกรุ๊ป" เร่งสปีดกระจายสินค้าสู่เออีซี
โซลิแมค กรุ๊ป เริ่มดำเนินธุรกิจเทรดดิ้งสินค้าอุตสาหกรรมมาตั้งแต่ปี 2523 พร้อมร่วมทุนกับพันธมิตรญี่ปุ่น
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
โซลิแมค กรุ๊ป เริ่มดำเนินธุรกิจเทรดดิ้งสินค้าอุตสาหกรรมมาตั้งแต่ปี 2523 พร้อมร่วมทุนกับพันธมิตรญี่ปุ่น ผลิตกระดาษทรายส่งออกภายใต้แบรนด์ เอ็นซีเอ (NCA) และสร้างแบรนด์ของตัวเอง ชื่อ บีแอนด์บี (B&B) และ คอมพาส (Compass) และวันนี้การบริหารธุรกิจได้มาถึงรุ่น 2 กำลังเดินหน้าขยายธุรกิจไปต่างประเทศมากขึ้น
ประวีร์ เครือโชติกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โซลิแมค กรุ๊ป เข้ามาสานต่อกิจการภายใต้ยุทธศาสตร์ขยายตลาดบุกตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) เขาเล่าว่า ปัจจุบัน โซลิแมค กรุ๊ป มีธุรกิจในเครือ 4 บริษัท ได้แก่ 1.บริษัท บีแอนด์บี โซลิเมด ดำเนินธุรกิจเทรดดิ้งที่เริ่มจากทำเทรดดิ้งสินค้าประเภทเครื่องจักรงานไม้สำหรับอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ อาทิ เอสบีเฟอร์นิเจอร์ อินเด็กซ์ 2.บริษัท โซลิแมค จำหน่ายสินค้าอุปกรณ์อุตสาหกรรม เช่น อุปกรณ์ไฮดรอลิก นิวเมติก โดยลูกค้าหลัก คือ กลุ่มโรงงานผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่จากญี่ปุ่น เช่น โตโยต้า ฮอนด้า นิสสัน ฮีโน่ ยามาฮ่า
3.บริษัท สยามโคเตด อะเบรซีฟ ดำเนินธุรกิจผลิตผ้าทรายและกระดาษทราย โดยร่วมลงทุนกับญี่ปุ่นจำหน่ายสินค้าในญี่ปุ่น ไต้หวัน จีน และไทย โดยมีส่วนแบ่งการตลาดในประเทศประมาณ 35%
4.บริษัท โซลิแมค ออโตเมชั่น จำหน่ายสินค้าประเภทวิชั่นและคอมพิวเตอร์อุตสาหกรรม โดยสินค้ามีแนวโน้มได้รับความนิยมมากขึ้นในตลาดจีนและอาเซียน บริษัทมีแผนรุกตลาดเพื่อเพิ่มส่วนแบ่งตลาดอย่างต่อเนื่อง
ประวีร์ กล่าวว่า ภาระกิจสำคัญของเขา คือ การขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเออีซี อาทิ เวียดนาม มาเลเซีย ลาว กัมพูชา พม่า ที่ผ่านมาบริษัทได้เข้าไปตั้งสำนักงานสาขาในเวียดนามและพม่า โดยบริษัทตั้งเป้าหมายเพิ่มยอดขายในกลุ่มประเทศดังกล่าวอีก 20% ภายในระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า
ขณะเดียวกัน ได้ร่วมทุนกับบริษัทญี่ปุ่นเพื่อผลิตเครื่องจักรเซอร์เฟซ อินสเปคชั่น (Surface Inspection) เครื่องจักรตรวจสอบคุณภาพบนพื้นผิวชิ้นงานโดยกล้องสำหรับชิ้นงานประเภทสิ่งพิมพ์ เส้นใย เส้นใยสังเคราะห์ ฟิล์ม เหล็ก เป็นต้น เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าเครื่องจักรในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย อาทิ อุตสาหกรรมการพิมพ์ บรรจุภัณฑ์ กระดาษ เส้นใยสังเคราะห์ แก้ว เหล็ก ฟิล์ม พลาสติก และเตรียมส่งออกไปจำหน่ายในต่างประเทศอื่นๆ ในอาเซียนเช่นกัน
บริษัทวางแผนทำตลาดในมาเลเซีย อินโดนีเซีย โดยตั้งเป้าเพิ่มพอร์ตการขายเป็น 20% และเพิ่มรายได้ 50% ให้กับบริษัทภายในปี 2558
นอกจากนี้ โซลิแมค กรุ๊ป ยังได้ขยายธุรกิจใหม่ คือ ธุรกิจสุขภาพและความงาม ภายใต้ชื่อ บริษัท แฮร์แอนด์สกิน เอ็กซเปิร์ท เนื่องจากเห็นว่าไทยมีศักยภาพการเติบโตในธุรกิจนี้สูง โดยนอกจากจะเป็นศูนย์กลางทางด้านการแพทย์ (Medical Hub) แห่งหนึ่งของเอเชียแล้ว ไทยยังเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อนในรูปแบบของสปาด้วย
เบื้องต้นบริษัททำธุรกิจนำเข้า กระจายสินค้า และค้าปลีก เวชสำอาง สำหรับผิวพรรณและเส้นผม เจาะกลุ่มทั้งผู้ใหญ่ เด็ก และผู้หญิงตั้งครรภ์ อีกทั้งยังมีธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์การแพทย์ เน้นกลุ่มลูกค้าที่มุ่งดูแลตนเอง มีความรู้ในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์และมีกำลังซื้อค่อนข้างสูง
นอกจากนี้ ยังเตรียมเปิดให้บริการธุรกิจสปาระดับพรีเมียม โดยร่วมทุนกับพันธมิตรเพื่อนำเสนอสปาในรูปแบบคอนเซปต์ใหม่สำหรับครอบครัว (Family Spa) ภายใต้ชื่อ Le Sens โดยจะมีบริการสำหรับผู้ตั้งครรภ์และเด็กทารก
ปัจจุบัน โซลิแมค กรุ๊ป มียอดขายกว่า 1,000 ล้านบาท ในปี 2556 และมีพนักงานประมาณ 300 คน ทั้งในและต่างประเทศ และเมื่อขยายตลาดกลุ่มอาเซียนแล้ว บริษัทคาดว่าจะมีรายได้เติบโตไม่ต่ำกว่า 30% ต่อเนื่องภายใน 5 ปี นับจากนี้







