posttoday
แผนการปฏิรูปกฎหมายและภาษีแบบเร่งด่วน (Fast Track) (4)

แผนการปฏิรูปกฎหมายและภาษีแบบเร่งด่วน (Fast Track) (4)

01 กรกฎาคม 2557

วันนี้มาติดตามกันต่อถึงมาตรการระยะกลางกันครับ

วันนี้มาติดตามกันต่อถึงมาตรการระยะกลางกันครับ

1.5 กำหนดให้สิทธิประโยชน์ผู้เสียภาษีเงินได้ที่ได้ยื่นแบบในหลายกรณี เช่น การให้กู้เงินดอกเบี้ยต่ำจากสถาบันการเงินของรัฐ การให้สิทธิรักษาพยาบาล การชดเชยของรัฐให้แก่ผู้เสียภาษี เมื่อกรณีธุรกิจเกิดปัญหา เช่น น้ำท่วม ไฟไม่มี เมื่อให้สิทธิก็ต้องส่งเสริมให้ทุกคนทราบว่า การเสียภาษีเงินได้เป็นหน้าที่ของทุกคน และมีสิทธิประโยชน์จากการเสียภาษีเงินได้ให้กับรัฐบาลด้วย

1.6 ควรมีการศึกษาพิจารณาการจัดเก็บภาษีจากการขายหุ้นของบุคคลธรรมดาในตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่เกิน 5-10% สำหรับผู้ลงทุนเก็งกำไรหรือผู้ที่ซื้อขายหุ้นทุกวัน โดยถือหุ้นน้อยกว่า 3-6 เดือน แต่ให้ผู้ลงทุนดังกล่าวหักผลขาดทุนได้

ทั้งนี้ ยังยกเว้นการลงทุนผ่านกองทุนรวมหรือยกเว้นการถือหุ้นเกินกว่า 36 เดือน แล้วแต่กรณี

1.7 ยกเลิกการยกเว้นภาษีเงินได้จากการให้ที่อ้างเรื่องอุปการะเลี้ยงดูตามศีลธรรมจรรยาหากเกินสมควร โดยกำหนดให้ไม่เกิน 10 ล้านบาท

1.8 ยกเลิกการหักค่าใช้จ่ายการหักเหมาสำหรับผู้ประกอบธุรกิจและการจัดตั้งคณะบุคคลเพื่อกระจายภาระภาษี

2.การปรับโครงสร้างภาษีเงินได้นิติบุคคล : มีมาตรการเร่งด่วนและระยะกลาง

2.1 มาตรการเร่งด่วน

ลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลลง 20% และยกเลิกการเก็บภาษีเงินปันผลกรณีบริษัทได้รับและผลได้จากทุน (Capital Gain) สำหรับบริษัทถือหุ้นเกิน 6 เดือน หรือ 1 ปี โดยเริ่มจากบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ก่อน รวมทั้งกรณีการลดสิทธิประโยชน์ ยกเว้นภาษีเงินได้ BOI ลง โดยอาจเก็บในอัตราต่ำกว่าปกติ เช่น เริ่มจาก 10% และปรับเป็น 15% จนถึง 20% ก่อน ก็จะทำให้รัฐเก็บภาษีเพิ่มมากขึ้นโดยเริ่มจากธุรกิจใหม่ ไม่กระทบสิทธิ BOI เดิม และหากจะให้สิทธิภาษีเงินได้ควรจะส่งเสริมเฉพาะกิจการที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้น ซึ่งไม่ควรมีมาก

2.2 มาตรการระยะกลาง

(1) เสนอการหักค่าใช้จ่ายเพิ่มจากการลงทุน เพื่อการวิจัยและพัฒนาและพัฒนาสังคม หรือตามนโยบายพิเศษ การหักค่าใช้จ่ายในการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาหรือความรับผิดชอบต่อสังคมและการลงทุนใหม่ รวมถึงการที่บริษัทขนาดใหญ่เข้าไปช่วยลงทุนช่วยเหลือบริษัท SME ให้เข้มแข็ง โดยลักษณะการที่ให้เอกชนมีบทบาทส่งเสริมธุรกิจเพื่อสังคมและการศึกษา เช่น การหักค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนา (R.D.) โดยปัจจุบันก็มีอยู่แต่มีเงื่อนไขมาก หรือการนำค่าใช้จ่ายเพื่อการศึกษาและสังคมให้มากกว่า 2% ของรายรับ ทั้งนี้เพื่อให้เอกชนมีบทบาทในการพัฒนาสังคม แข่งขัน แบ่งปันการเรียนรู้ และมีความรับผิดชอบต่อสังคมโดยตรง แต่ต้องกำหนดเงื่อนไขและวิธีการที่โปร่งใสตรวจสอบได้ เพราะปัจจุบันการให้รัฐบาลเข้าไปส่งเสริมธุรกิจในเชิงลึกหรือลงทุนเพื่อยกระดับการศึกษาของประชาชนและผู้ด้อยโอกาสในสังคมก็ยังขาดประสิทธิภาพ การให้เอกชนมีบทบาทในการส่งเสริมและมีความรับผิดชอบต่อสังคม หรือที่เรียกว่า CSR (Corporate Social Responsibility) ให้มีบทบาทอย่างแท้จริง รวมตลอดถึงการให้หักค่าใช้จ่ายค่าเสื่อมราคาได้ในอัตราพิเศษ สำหรับการขยายการลงทุนใหม่ในธุรกิจที่รัฐบาลกำหนดเป็นนโยบาย เช่น เสนอให้บริษัทเอกชนใหญ่ลงไปช่วยเหลือธุรกิจ SME (ในรูปการให้ความช่วยเหลือการเงิน การผลิต การบริหาร) ในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ให้หักค่าใช้จ่ายได้ 2 เท่า เป็นต้น

(2) การแก้ไขเรื่องภาษีของตลาดทุนไทยไม่ว่าจะเป็นภาษี Venture Capital ภาษีการควบกิจการ รวมถึงการยกเว้นภาษีเงินได้จาก Capital Gain ของบริษัท การใช้ผลขาดทุนของบริษัทควบกิจการได้ รวมทั้งการพิจารณาให้กลุ่มบริษัทสามารถยื่นเสียภาษีรวมได้ โดยบริษัทในเครือเพื่อให้ภาษีตลาดทุนไทยได้มาตรฐานสากล

(3) การกำหนดมาตรฐานทางบัญชีภาษีอากรและมาตรฐานทางบัญชีให้สอดคล้องกันยกเว้นบางเรื่อง

(4) กำหนดให้บริษัทที่เสียภาษีเงินได้หรือมีกำไรเท่านั้นที่จะได้รับสิทธิในการยื่นประมูลงานของรัฐบาลหรือรัฐวิสาหกิจได้ โดยขึ้นอยู่กับประเภทของงานและผลกำไรต่อรายรับอันจะส่งผลให้บริษัททำงบการเงินที่ตรงไปตรงมาและโปร่งใส เพื่อรับงานจากหน่วยงานของรัฐ

(5) ลดอัตราหักภาษี ณ ที่จ่ายให้อยู่ในอัตราเดียวกันและมีกลไกการคืนภาษีที่รวดเร็ว

(6) เพิ่มมาตรการยกเว้นเบี้ยปรับเงินให้แก่นิติบุคคลที่ได้ยื่นเสียภาษีก่อนใช้กฎหมายใหม่และต้องมีโทษที่รุนแรง หากยังคงพบว่ามีการหนีภาษีกรณีเช่นเดียวกับบุคคลธรรมดา

3.การปรับโครงสร้างภาษีมูลค่าเพิ่ม : มาตรการระยะกลาง

3.1 ควรมีการเพิ่มอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มขึ้นตามขั้นบันไดเป็นเริ่มจาก 8, 9, 10% ภายใน 3 ปี (เพราะภาษีมูลค่าเพิ่มของไทยขณะนี้ต่ำที่สุดในโลกอยู่แล้ว) โดยอาจเริ่มปี 2558 เพื่อชดเชยกับเงินได้ที่หายไปจากการลดภาษีเงินได้ แต่มีการแก้ไขการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้รวดเร็ว

3.2 มีมาตรการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคสำหรับผู้มีรายได้น้อย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้มีรายได้ไม่เกิน 2 หมื่นบาท/เดือน หรือหากไม่ยกเว้นอาจมีการให้ออกบัตรเครดิตภาษีหรือคูปองเท่ากับภาษีมูลค่าเพิ่ม 810% ของรายได้ไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท เพื่อใช้ชำระค่าน้ำค่าไฟให้ทางราชการหรือเป็นคูปองเงินสด เพื่อชดเชยการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม

3.3 ปรับปรุงโครงสร้างภาษีมูลค่าเพิ่ม การขายแบบฝากขาย หรือ Consignment ให้ใช้บังคับกับห้างสรรพสินค้า หรือ Super Store เพื่อให้ผู้ผลิตขายสินค้าโดยไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อส่งมอบสินค้า กำหนดเงื่อนไขให้มีลักษณะผ่อนปรนและบริหารจัดการได้ง่าย เพื่อให้ผู้ผลิตสินค้าระดับ SME ไม่ต้องแบกรับภาระภาษีในการชำระภาษีมูลค่าเพิ่มแก่ห้างสรรพสินค้า

3.4 ปรับปรุงแก้ไขโครงสร้างภาษีมูลค่าเพิ่ม การส่งออกของผู้ประกอบการที่ไม่ได้เป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ให้ใช้ภาษี 0% ได้ง่ายขึ้น

สัปดาห์หน้ามาติดตามกันต่อถึงเรื่อง “การปรับโครงสร้างภาษีศุลกากร : มาตรการระยะเร่งด่วนและระยะกลาง” กันครับ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน