
วงจรอุบาทว์
ทำไมชาวนาทำนาแต่จมหนี้สิน ส่วนโรงสีและพ่อค้าข้าวต่างร่ำรวย เป็นคำถามที่ชวนคิด
ทำไมชาวนาทำนาแต่จมหนี้สิน ส่วนโรงสีและพ่อค้าข้าวต่างร่ำรวย เป็นคำถามที่ชวนคิด
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ทุกรัฐบาลทุ่มเทช่วยเหลือชาวนา 4 ล้านครัวเรือนเต็มสูบ
รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทำโครงการประกันรายได้ 2 ปีการผลิต ใช้เงินไป 1.4 แสนล้านบาท รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทุ่มเงินไป 1 ล้านล้านบาท ไปกับโครงการรับจำนำข้าวเปลือกในช่วง 3 ปี 5 ฤดูกาลผลิต
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อนุมัติงบ 4,747 ล้านบาท อุดหนุนปัจจัยการผลิต และเชื่อว่า เมื่อถึงฤดูเกี่ยวข้าวนาปี 2557/2558 ในเดือน ต.ค.นี้ น่าจะมีมาตรการโอบอุ้มชาวนาอีกระลอก เช่น ตั้งโต๊ะซื้อข้าว
แม้จะรู้ดีว่าเป็นการนำภาษีคนทั้งชาติไปหว่าน แต่ทำให้ชาวนาบางกลุ่มได้ประโยชน์สูงสุด ในขณะที่วัฏจักรหนี้สินชาวนาทุกวันนี้ยังเป็นวงจรอุบาทว์ที่สกัดไม่ได้
ผู้ส่งออกข้าวรายกลาง แม้แต่ 5 เสือส่งออก จะรับออร์เดอร์ข้าวจากลูกค้าล่วงหน้า ตกลงราคาซื้อขายเสร็จแล้ว จึงวิ่งไปหาข้าวส่งลูกค้า ได้ ออร์เดอร์ราคาเท่าใด ก็มากดราคาซื้อจากโรงสีและหยง ทำกำไรให้สมน้ำสมเนื้อ ส่วนโรงสีเมื่อถูกกดมากๆ บางโรงผันตัวเป็นผู้ส่งออกเสียเอง
แต่ส่วนใหญ่โรงสีหรือหยงยังคงหาข้าวส่งให้กับผู้ส่งออก และถ้าจะอยู่รอดก็ต้องไปกดราคาซื้อข้าวเปลือกจากชาวนาอีกต่อ เรียกว่า มีการกดราคากันเป็นทอดๆ
ยิ่งช่วงไหนพ่อค้ารับออร์เดอร์มาถูก แต่ข้าวในตลาดแพง ก็ต้องมีการทุบราคาให้ตกลงบ้างก่อนช้อนซื้อ สวนทางกับชาวนาที่ไม่ค่อยมีทางเลือก เกี่ยวข้าวได้ต้องขายออกไปทันที เอาเงินไปใช้จ่ายและชดใช้หนี้สินที่ไล่หลัง
หากจะให้ชาวนาอยู่ดีกินดี ก็ต้องตัดวงจรอุบาทว์
เช่น รัฐบาลอาจตั้งตัวเป็นโต้โผซื้อข้าวเปลือกในตลาดซื้อขายข้าวล่วงหน้า ยิ่งถ้าตั้งราคาซื้อข้าวเกรดพรีเมียมนำตลาดก็ยิ่งดี ชาวนาจะได้หันมาปลูกข้าวคุณภาพเพิ่มขึ้น
จากนั้นก็จูงใจให้ชาวนาทำสัญญาขายข้าว กำหนดเวลาส่งมอบใน 4-5 เดือน แต่ถ้าห่วงว่าชาวนาทำนาไม่ได้ผล ฝนแล้ง นาล่ม ส่งมอบข้าวไม่ได้ รัฐบาลทำระบบประกันภัยนาข้าว ลดความเสี่ยงกันเหนียว ส่วนชาวนา ถ้ารู้ว่าทำนามากๆ แล้วไม่คุ้ม ก็ลดพื้นที่ปลูก ลดต้นทุนการผลิตทุกทาง







