posttoday
ทีวีดิจิทัลปรับผังเฟส2ชิงผู้ชม-ปลุกงบโฆษณา

ทีวีดิจิทัลปรับผังเฟส2ชิงผู้ชม-ปลุกงบโฆษณา

30 มิถุนายน 2557

หลังจากเริ่มเห็นทิศทางการแข่งขันและฐานผู้ชมว่าเป็นอย่างไร ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล เริ่มงัดกลยุทธ์ก๊อก 2 เพื่อขยายฐานผู้ชมเพิ่มเติม เพราะการชิงจำนวนผู้ชม (อายบอล) ได้ก่อน ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างฐานผู้ชมในช่วงแรก เมื่อผู้ชมติดช่องก็จะทำให้การเปลี่ยนหรือสวิตช์ช่องไปดูช่องอื่นยากขึ้น

หลังจากเริ่มเห็นทิศทางการแข่งขันและฐานผู้ชมว่าเป็นอย่างไร ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล เริ่มงัดกลยุทธ์ก๊อก 2 เพื่อขยายฐานผู้ชมเพิ่มเติม เพราะการชิงจำนวนผู้ชม (อายบอล) ได้ก่อน ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างฐานผู้ชมในช่วงแรก เมื่อผู้ชมติดช่องก็จะทำให้การเปลี่ยนหรือสวิตช์ช่องไปดูช่องอื่นยากขึ้น

จากเหตุผลดังกล่าว ทำให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลเร่งปรับผังรายการใหม่ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ เพื่อสร้างแบรนด์ช่องของตัวเองให้อยู่ในใจของผู้ชม ด้วยการอัดรายการที่น่าสนใจเข้าไปในผังรายการ เช่น รายการวาไรตี้ ซีรีส์จากต่างประเทศ ละครไทย หรือรายการข่าว

การออกมาอัดแน่นด้วยคอนเทนต์คุณภาพดังกล่าว นอกจากจะได้ฐานผู้ชมที่เพิ่มขึ้นแล้ว ยังจะนำมาด้วยเม็ดเงินโฆษณาที่ไหลเข้าสู่ช่อง เพราะปัจจุบันเจ้าของสินค้ายังคงเลือกซื้อสื่อโฆษณาด้วยจำนวนผู้ชมหรือเรตติ้ง ยิ่งจำนวนผู้ชมมาก เม็ดเงินโฆษณาก็จะไหลเข้าหล่อเลี้ยงช่องสูงขึ้น

ชลากรณ์ ปัญญาโฉม ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานธุรกิจโทรทัศน์ บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ ผู้บริหารช่องเวิร์คพอยท์ กล่าวว่า ในส่วนของช่องเวิร์คพอยท์ตั้งแต่เดือน ก.ค.นี้เป็นต้นไป บริษัทมีแผนปรับผังรายการต่อเนื่องทุกเดือน เพื่อให้ผู้ชมมีความรู้สึกว่ารายการของช่องเวิร์คพอยท์มีความสดใหม่ตลอดเวลา ซึ่งรายการใหม่ที่จะนำมาออกอากาศเพิ่มขึ้นคือ ละครเกาหลี เจาะกลุ่มแม่บ้านตอนเช้า ละครไทยช่วงไพรม์ไทม์ 2 เรื่อง และรายการวาไรตี้ เช่น 3 ช่าแฟมิลี่ เอสเอ็มอีตีแตก และจำอวดหน้าจอ

นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะปรับรูปแบบรายการข่าวทั้งการนำเสนอและฉากหลัง เนื่องจากคอนเทนต์ข่าวแข่งขันกันมากขึ้น ประกอบกับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กำหนดให้ทีวีดิจิทัลหมวดวาไรตี้ต้องมีคอนเทนต์ข่าวอย่างต่ำ 25% ขณะที่ช่องวาไรตี้บางช่องหันมาให้ความสำคัญกับคอนเทนต์ข่าว จึงทำให้ช่องเวิร์คพอยท์ต้องหันมาปรับคอนเทนต์รายการข่าว เพื่อให้แข่งขันกับช่องคู่แข่งได้ แม้ปัจจุบันจะเป็นอันดับ 1 ในช่องทีวีดิจิทัลแล้วก็ตาม

องอาจ สิงห์ลำพอง กรรมการผู้อำนวยการสายงานโทรทัศน์ บริษัท อาร์เอส ผู้บริหารช่อง 8 กล่าวว่า กลยุทธ์การทำตลาดของช่อง 8 ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ บริษัทมีแผนใช้กลยุทธ์ แวลู เซ็นทริค หรือการเข้าถึงและเข้าใจกลุ่มผู้ชมในเชิงลึก ด้วยการสร้างแบรนด์ช่อง 8 ให้ผู้ชมนึกถึงตลอดเวลาผ่านรายการต่างๆ ภายใต้สโลแกน “เพื่อนคุณทุกที่ ทีวีของทุกคน” ด้วยการปรับผังใหม่เฟส 2 จับกลุ่มคนทั่วไป ผ่าน 4 คอนเทนต์หลัก คือ รายการข่าว รายการวาไรตี้บันเทิง กีฬา และละคร

แนวทางการดำเนินธุรกิจดังกล่าว ถือเป็นกลยุทธ์หลักที่ช่อง 8 หมายมั่นปั้นมือว่า สิ้นปีนี้จะครองเรตติ้งรวมอันดับ 3 ได้อย่างถาวร หลังจากปัจจุบันเป็นอันดับ 3 แล้ว เพราะคอนเทนต์ฟุตบอลโลกที่นำมาใส่ในช่อง 8 ได้รับความสนใจเกินเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งจากแนวโน้มที่ดีดังกล่าว ช่อง 8 มั่นใจว่าสิ้นปีจะมีรายได้ตามเป้าหมาย 850 ล้านบาท

ด้าน เขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บางกอก มีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง ผู้บริหารช่อง พีพีทีวี เอชดี กล่าวว่า แผนครึ่งปีหลังนี้จะปรับผังรายการใหม่เฟส 2 หันมาเน้นรายการวาไรตี้บันเทิงมากขึ้น ภายใต้คอนเซปต์ โฮม ออฟ เดอะ เบสท์ ซีรีส์ แอนด์ วาไรตี้ โชว์ หรือการสร้างแบรนด์ช่องพีพีทีวี เอชดี ผ่านซีรีส์ที่ได้รับความนิยมสูงจากประเทศเกาหลี ญี่ปุ่น และอเมริกา รวมไปถึงรายการวาไรตี้บันเทิงไทยนำมาออกอากาศ

จากแนวทางดังกล่าว ส่งผลให้พีพีทีวี เอชดี กลายเป็นช่องทีวีดิจิทัลที่มีรายการสดมากสุด สัดส่วนถึง 70% ที่เหลือ 30% เป็นรายการรีรัน และปี 2558 จะเพิ่มรายการสดเป็นสัดส่วน 90% ซึ่งการปรับแผนทำตลาดดังกล่าว ช่องพีพีทีวี เอชดี มั่นใจว่าสิ้นปีนี้จะมีเรตติ้งเป็นอันดับ 3 ในช่องทีวีดิจิทัลได้

แม้ว่าขณะนี้ความพร้อมออกอากาศในระบบดิจิทัลยังไม่เต็ม 100% อยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่ผลสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคของสมาคมมีเดียเอเยนซี่ และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย เกี่ยวกับการรับชมทีวีดิจิทัลตั้งแต่ช่วงเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา พบว่าเติบโตต่อเนื่อง โดยช่วงเดือน มี.ค.ทีวีดิจิทัลมีสัดส่วนรับชม 2.8% เดือน เม.ย.การรับชมเพิ่มเป็น 4.9% และเดือน พ.ค. รับชม 6.5% ทำให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลเริ่มใจชื้นมากขึ้น

สำหรับทีวีดิจิทัล 5 อันดับแรกที่ผู้ชมรู้จักขณะนี้ 1.ช่อง 3HD อันดับ 2 เวิร์คพอยท์ 3.เนชั่น 4 ช่อง 7 และ 5 ช่อง 3SD ส่วนช่องที่ใช้งบโฆษณามาก 1.สปริงนิวส์ 19.84 ล้านบาท 2.พีพีทีวี 7.11 ล้านบาท 3.เวิร์คพอยท์ 6.36 ล้านบาท 4.ไทยรัฐทีวี 3.9 ล้านบาท 5.ช่อง 7 ใช้งบ 1.95 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม แม้เม็ดเงินโฆษณาผ่านทีวีดิจิทัลปีนี้จะมีเพียง 2,000-3,000 ล้านบาท ต่ำกว่าคาด 4,000-5,000 ล้านบาท เพราะปัจจัยลบการเมืองที่คาดไม่ถึง แต่หนทางทีวีดิจิทัลก็ยังมีโอกาสให้แก้มืออีกกว่า 14 ปี ที่เหลือตามใบอนุญาต

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน