posttoday
สานฝันธุรกิจหน้าใหม่ไอทีจัด3กองทุนหนุนสตาร์ทอัพ

สานฝันธุรกิจหน้าใหม่ไอทีจัด3กองทุนหนุนสตาร์ทอัพ

29 มิถุนายน 2557

เส้นทางของสตาร์ทอัพนั้นไม่ง่าย เพราะต้องประสบกับปัญหาการเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุนที่จะช่วยผลักดันให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไป

โดย...นิติพันธุ์ สุขอรุณ

ธุรกิจเกิดใหม่ หรือ สตาร์ทอัพ (Startup) กำลังเติบโตมากขึ้นในโลกยุคดิจิทัล ด้วยการก้าวขึ้นมาเป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ก่อนจะขยายขึ้นแข่งขันในระดับประเทศ ตลาดภูมิภาค หรือเชื่อมโยงเศรษฐกิจระหว่างประเทศทั่วโลกในอนาคต

ทว่าเส้นทางของสตาร์ทอัพนั้นไม่ง่าย เพราะต้องประสบกับปัญหาการเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุนที่จะช่วยผลักดันให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไป ซึ่งหลายรายไม่สามารถก้าวผ่านไปได้จนต้องล้มเลิกไปในที่สุด

จากปัญหาที่เกิดขึ้น สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ร่วมกับเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งประเทศไทย หรือ ซอฟต์แวร์พาร์ค จัดโครงการ TECHNOLOGY INVESTMENT CONFERENCE 2014 เพื่อให้บริษัทซอฟต์แวร์ไทยเข้าใจถึงความต้องการของแหล่งทุนกลุ่มต่างๆ และให้นักลงทุนเข้ามามีบทบาทสร้างความสำเร็จในธุรกิจ

ปฏิมา จีระแพทย์ ผู้อำนวยการ สสว. กล่าวว่า กลุ่มธุรกิจที่มีการเติบโตสูงในประเทศ (SME High Growth Sectors) ประกอบด้วย กลุ่มธุรกิจวัฒนธรรม กลุ่มธุรกิจสร้างสรรค์ กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือไอที และกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ที่ศักยภาพในการเติบโตและขยายเป็นหัวเรือของอุตสาหกรรมต่างๆ และเข้าสู่ตลาดสากลได้อย่างรวดเร็ว ส่งเสริมเศรษฐกิจประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสตาร์ทอัพกลุ่มนี้ยังอยู่ระยะเริ่มต้น

ทั้งนี้ เป็นผลมาจากแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่เน้นการพัฒนาสินค้าและบริการ โดยใช้องค์ความรู้ ทรัพย์สินทางปัญญา รวมถึงพื้นฐานทางวัฒนธรรม แม้ในปัจจุบันยังคงดำเนินธุรกิจแบบรับจ้างผลิต หรือเป็นเอาต์ซอร์สซิ่ง (Outsourcing) ให้บริษัทขนาดใหญ่จากต่างประเทศซึ่งเป็นเพียงการนำเทคโนโลยีมาใช้ ขณะเดียวกันการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ และการจดสิทธิบัตรหรือลิขสิทธิ์ทางปัญญายังอยู่ในระดับต่ำ |ทั้งยังประสบกับปัญหาด้านการละเมิดลิขสิทธิ์ ส่งผลต่อแรงจูงใจในการลงทุนอีกด้วย

ดังนั้น ภาครัฐต้องเข้ามามีบทบาทในการช่วยส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระบบคมนาคมความเร็วสูง ระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง การพัฒนาโครงสร้างด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยี

เฉลิมพล ตู้จินดา ผู้อำนวยการเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งประเทศไทย หรือซอฟต์แวร์พาร์ค กล่าวว่า การส่งเสริมธุรกิจไอทีและวัฒนธรรม จะต้องดึงแหล่งเงินทุนเข้ามาสร้างระบบนิเวศของธุรกิจให้ครบวงจรมากขึ้น ขณะนี้มีเข้ามาแล้วกว่า 10 ประเทศ อาทิ เกาหลี สิงคโปร์ ญี่ปุ่น และมาเลเซีย

ในด้านกองทุนสนับสนุน (Venture Capital Fund) ปีนี้ สสว.มีเม็ดเงินลงทุนทั้งจากในประเทศและต่างประเทศประมาณ 100 ล้านบาท/ปี  ขณะที่ปีที่แล้วอยู่ที่ 120 ล้านบาท อย่างไรก็ตามไม่ได้ตั้งเป้าว่าธุรกิจเกิดใหม่จะโตได้กี่เปอร์เซ็นต์ แต่ต้องการธุรกิจให้มีความเข้มแข็งมากที่สุด ขณะนี้มีสตาร์ทอัพที่แข็งแรงอยู่ 8 แห่ง ถือว่ายังมีจำนวนน้อยมาก

“ที่ผ่านมาเป็นยุคเริ่มต้นของวงการไอที บริษัทที่พัฒนาซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่จะลงทุนกับธุรกิจของตัวเองด้วยการลงทุนส่วนตัวร่วมกับญาติหรือเพื่อนสนิท และดำเนินธุรกิจแบบเลี้ยงตัวเองด้วยเงินทุนหมุนเวียนจากการทำซอฟต์แวร์ให้กับลูกค้าองค์กรเป็นหลัก ซึ่งรูปแบบการเงินที่วงการไอทีคาดหวังในช่วงแรก คือ การขอกู้เงินลงทุนจากสถาบันการเงิน เหมือนการลงทุนตั้งบริษัทในรูปแบบอื่นๆ แต่แทบไม่มีรายใดที่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากติดขัดการตีมูลค่าซอฟต์แวร์ที่ยังเป็นปัญหา ส่วนธนาคารก็ไม่สามารถรับความเสี่ยงกับธุรกิจเกิดใหม่ได้” เฉลิมพล กล่าว

สำหรับแหล่งทุนหลายแห่งที่เข้ามาติดต่อกับซอฟต์แวร์พาร์ค เพื่อขอข้อมูลและให้ซอฟต์แวร์พาร์คเป็นตัวกลางติดต่อเจ้าของนวัตกรรม แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.Angle Investor 2.Early Stage Investor และ 3.Series A/B/C

กลุ่มทุนแบบที่ 1.Angle Investor มีความต้องการลงทุนกับคนรุ่นใหม่ที่มีแนวคิดดี แม้ความคิดนั้นจะเป็นเพียงกระดาษ กลุ่มนี้ต้องการมาช่วยคิดและแตกหน่อมาสู่ภาคปฏิบัติ 2.Early Stage Investor มีเป้าหมายไปยังกลุ่มบริษัทที่พัฒนาซอฟต์แวร์ที่เริ่มต้นมีผลงานขายได้และกำลังขยายตลาดธุรกิจ และ 3.Series A/B/C มีการลงทุนในขนาดของทุนและธุรกิจที่ต่างกันออกไป นักลงทุนกลุ่มนี้มีเป้าหมายไปยังบริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ประสบความสำเร็จระดับหนึ่งแล้ว มีศักยภาพในการขยายตลาดพร้อมกับความเข้มแข็งด้านตัวสินค้าและบริการ  

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน