
ธุรกิจใหม่เบเกอรี่สุนัขรับกระแสเลี้ยงสัตว์พุ่ง
“เบค แอนด์ โบน” ลุยธุรกิจแนวใหม่เบเกอรี่เจ้าตูบ รับแนวโน้มตลาดอาหารว่างสัตว์เลี้ยงโตต่อเนื่อง 20% ทุกปี
“เบค แอนด์ โบน” ลุยธุรกิจแนวใหม่เบเกอรี่เจ้าตูบ รับแนวโน้มตลาดอาหารว่างสัตว์เลี้ยงโตต่อเนื่อง 20% ทุกปี
น.ส.อภัณตรี อินทรประเสริฐ และ น.ส.ศรัณย์พร วงษ์ขมทอง เจ้าของธุรกิจขนมอบสำหรับสุนัขภายใต้ชื่อ “เบค แอนด์ โบน” (Bake n Bone) เปิดเผยว่า จากการสำรวจพบว่าธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอาหารสัตว์เลี้ยงมีแนวโน้มการขยายตัวไม่ต่ำกว่า 20% ต่อปีตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคกลุ่มครัวเรือนรุ่นใหม่ที่นิยมเลี้ยงสัตว์เลี้ยงประเภทต่างๆ เฉลี่ย 1 ตัว/1 ครัวเรือน เป็นต้น
สำหรับเบเกอรี่เบค แอนด์ โบน เป็นผู้ผลิตและทำตลาดขนมอบสำหรับสุนัขรายแรกๆ วางตำแหน่งสินค้าระดับบน (พรีเมียม) จับกลุ่มเป้าหมายผู้เลี้ยงสุนัข และในอนาคตยังวางแผนขยายไลน์สินค้าใหม่ไปยังกลุ่มขนมอบหรือเบเกอรี่สำหรับแมวด้วย ตามความต้องการของตลาด มียอดขายหลักแสนบาทต่อเดือน ที่ให้ความสำคัญกับสุนัขเลี้ยงในฐานะสมาชิกครอบครัวในบ้านและกำหนดค่าใช้จ่ายสัตว์เลี้ยงไว้เฉพาะ
ทั้งนี้ร้านได้เปิดตัวทำตลาดผลิตภัณฑ์เบเกอรี “เบค แอนด์ โบน” ตั้งแต่ 7 เดือนก่อน ปัจจุบัน มีสินค้า 4 เมนูเบเกอรีสุนัข คือ ดีลักซ์ชีสเบเกอร์เนื้อวัว/ปลาแซลมอน ราคา95 บาทต่อถ้วยแก้ว ด๊อกการูน รสตามเทศกาล ราคา89 บาท บูครีม(ชูครีม) ครีมนนมแพะ/ตับบดพาร์เต้ ราคา95 บาท และมัฟฟิน แกะและตับ/ไก่อบ/เนื้อวัว/แซลมอน ราคา79 บาท และน้ำมันผปลาแซลมอนนอร์เวย์ ราคา379 บาทรวมสินค้าทั้งหมด 7 รายการ
สำหรับช่องทางการทำตลาดในปัจจุบันมี 2 รูปแบบหลัก คือ ช่องทางออนไลน์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ อาทิ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และไลน์ พร้อมบริการจัดส่งสินค้าทั่วประเทศ และร้านค้าปลีกทั่วประเทศ โดยมีสัดส่วนอยู่ 60% และอีก 40% มาจากช่องทางร้านค้าปลีกทั่วไป หรือ เพ็ตช้อป ต่างๆ และโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ จำนวน 16 สาขา วางแผนขยายช่องทางค้าปลีกผ่านหน้าร้านหรือเพ็ตช็อปต่างๆ ไม่ต่ำกว่า 40 แห่งในปีนี้ รวมทั้งมีแผนขยายธุรกิจในเวียดนามและอินโดนีเซีย
ขณะเดียวกัน ธุรกิจเบคแอนด์โบน ยังวางแผนขยายตลาดไปยังประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ เวียดนามที่อยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรธุรกิจท้องถิ่น รวมถึงในตลาดประเทศอินโดนีเซีย ด้วยเห็นว่าเป็นอีกหนึ่งประเทศที่จะมีการขยายตัวของสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงสูงเมื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี)ในปี2558 นี้ จากปัจจุบันร้าน มีกำลังการผลิตสินค้าทุกรายการรวมกันอยู่ที่ประมาณ 1,000 ถ้วยแก้วต่อเดือน ซึ่งยังไม่เต็มกำลังการผลิต
โดยร้านวางเป้าหมายยอดขายอยู่ที่หลักแสนบาทต่อเดือน







