
จับตาไทยมุงอาเซียนบอร์ดใหม่ในมือ"ทหาร"
23 มิ.ย.ที่ผ่านมา คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
โดย...ทีมข่าวประชาคมอาเซียนโพสต์ทูเดย์
23 มิ.ย.ที่ผ่านมา คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 71/2557 จัดตั้งศูนย์อำนวยการเตรียมความพร้อมประเทศไทยในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแล และออกคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 72/2557 แต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ
คำสั่งทั้งสองฉบับกลายเป็นโครงสร้าง “กลไกใหม่” ของไทยในการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ซึ่งน่าจะทำให้กลไกเดิมสิ้นสภาพในทางปฏิบัติโดยปริยาย
นับตั้งแต่ปี 2550 ไทยมีคณะกรรมการด้านอาเซียนชุดเล็กชุดน้อยโผล่มาและหมดวาระไปเป็นระยะ กระทั่งในสมัยรัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้แต่งตั้ง คณะกรรมการอาเซียนแห่งชาติ โดยมี รมว.ต่างประเทศ เป็นประธานกรรมการ ขึ้นมาทำหน้าที่กำหนด เสนอแนะนโยบาย เตรียมความพร้อม และเร่งรัดกระบวนการสร้างความเป็นประชาคมอาเซียน
ต่อมารัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ปรับโครงสร้างคณะทำงานอีกเล็กน้อย รวมทั้งแบ่งความรับผิดชอบในการเดินแผนงานทั้ง 3 เสา ให้ชัดเจนมากขึ้น ได้แก่ 1.คณะกรรมการดำเนินการเพื่อจัดตั้งประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน มีปลัดกระทรวงการต่างประเทศเป็นประธาน 2.คณะอนุกรรมการดำเนินการตามแผนงานไปสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน และ 3.คณะกรรมการขับเคลื่อนการเป็นประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน มี รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นประธาน
มาถึงคำสั่งใหม่ของ คสช. จำนวนกรรมการของคณะกรรมการศูนย์อำนวยการเตรียมความพร้อมฯ มีมากถึง 39 คน ต่างจากสมัยคณะกรรมการอาเซียนแห่งชาติ ที่มีเพียง 28 คน หรือเพิ่มขึ้นถึง 11 คน
กรรมการที่เพิ่มขึ้นมาจากฝ่ายข้าราชการพลเรือน ได้แก่ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งเดิมนั่งในการประชุมบอร์ดของแต่ละเสาเท่านั้น หากจะบอกว่าการเข้ามาอยู่ในบอร์ดใหญ่ เพื่อให้ความสำคัญกับการพัฒนาข้าราชการ ปราบปรามยาเสพติด และประชาสัมพันธ์ด้านอาเซียนมากขึ้น ก็พอเป็นไปได้
สิ่งที่น่าสนใจคือ นอกจากฝ่ายข้าราชการพลเรือน ก็ยังมีข้าราชการทหารเข้ามาอีกหลายตำแหน่ง ทั้งตัวแทนผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ เสนาธิการทหาร และให้เจ้ากรมยุทธการทหารเป็นผู้ช่วยเลขานุการแทนรองอธิบดีกรมอาเซียนในโครงสร้างเดิม แถมมีผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมด้วย
ในคณะกรรมการชุดใหม่นี้ จึงมีทหารและตำรวจนั่งอยู่ถึง 11 จาก 39 ตำแหน่ง หรือเกือบ 1 ใน 3 ของกรรมการทั้งหมด
เมื่อฝ่าย คสช.เข้ามาจัดเรื่องนี้เอง อาจทำให้เรื่องต่างๆ ขับเคลื่อนไปได้รวดเร็วขึ้น แต่การมีทหารจำนวนมากก็อาจนำไปสู่ข้อสงสัยเกี่ยวกับความโปร่งใสในการดำเนินงานได้ ที่สำคัญท้ายคำสั่งฉบับที่ 71/2557 ข้อที่ 2.2.-2.6 ระบุว่า เมื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียนแล้ว ให้คณะกรรมการชุดดังกล่าวดำเนินการต่อไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
นั่นหมายถึง แม้จะผ่านพ้นปลายปี 2558 หรือผ่านพ้นโรดแมปช่วงที่ 2 ของ คสช.ไปแล้ว หากไม่มีคำสั่งเปลี่ยนแปลง คสช.ก็จะนั่งอยู่ในบอร์ดดังกล่าวต่อไป
เพื่อให้ประชาชนเห็นว่าการแต่งตั้งบอร์ดอาเซียนภายใต้โครงสร้างใหม่ มีประสิทธิภาพและทำงานอย่างโปร่งใส คสช.จึงต้องเร่งพิสูจน์ผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ถึงวิสัยทัศน์ขับเคลื่อนไทยสู่ประชาคมอาเซียน







