
เตาพลังเอทานอลบุกเบิกนวัตกรรมตอบแทนสังคม
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าประเด็นเล็กๆ อย่างการใช้เตาถ่านในการประกอบอาหารในครัวเรือนชาวแอฟริกาจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ระดับทวีปเลยทีเดียว
โดย...ก้องภพ เทอดสุวรรณ
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าประเด็นเล็กๆ อย่างการใช้เตาถ่านในการประกอบอาหารในครัวเรือนชาวแอฟริกาจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ระดับทวีปเลยทีเดียว เพราะควันที่เกิดจากเตาถ่านนั้นนอกจากจะทำให้บ้านสกปรกแล้ว ยังไม่ดีต่อสุขภาพปอดของผู้ใช้อีกด้วย ยิ่งไปกว่านี้ ถ่านไม้เหล่านี้จะไม่ได้หาซื้อได้ในราคาถูกเลย แถมการคุมความร้อนในการทำอาหารยังเป็นเรื่องยากอีกด้วย
ความไม่สะดวกในการใช้เตาถ่านในการประกอบอาหาร นับเป็นการเปิดโอกาสให้กับ คลีนสตาร์ ผู้ผลิตและจำหน่ายเตาประกอบอาหารพลังเอทานอลในประเทศโมซัมบิกที่ห่วงใยสุขภาพของชาวแอฟริกา โดยเริ่มต้นด้วยพนักงานเพียง 15 คน และร้านขายของสองแห่งที่ขายทั้งเตาและเชื้อเพลิงให้แก่ผู้ที่ต้องการในกรุงมาพูโต
อย่างไรก็ดี เจ้าของธุรกิจแห่งนี้ต้องพบกับอุปสรรคที่หนักอึ้งตั้งแต่ยังไม่เริ่มขายสินค้าสักชิ้นด้วยซ้ำ นั่นคือ “จะเจาะตลาดที่ชาวกาฬทวีปใช้เตาถ่านในการประกอบอาหารเป็นชีวิตประจำวันได้อย่างไร?”
เพราะก่อนหน้านี้เคยมีผู้ประดิษฐ์เตาพลังงานทางเลือกเช่นเดียวกัน แต่พลังงานจากแสงอาทิตย์มาแล้ว ที่มีข้อได้เปรียบเตาพลังงานเอทานอลในด้านของใช้พลังงานแสงอาทิตย์ที่ไม่จำเป็นต้องซื้อหา แถมราคาถูกกว่ามาก แต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าไรนัก เพราะข้อจำกัดต้องใช้กลางแจ้งเท่านั้น จึงไม่ทำเตาพลังงานแสงอาทิตย์เป็นที่รู้จักในหมู่ชนส่วนใหญ่มากนัก
คลีนสตาร์จึงเริ่มจากวิธีการขายที่ง่ายที่สุดแต่ให้ผลเร็วที่สุด คือการแนะนำสินค้าตามบ้าน โดยหากบ้านไหนไม่มีคนอยู่ เซลส์ก็จะแขวนเตาไว้หน้าบ้านให้ไปลองใช้กันฟรีๆ ก่อน
ซึ่งวิธีการดังกล่าวก็ดูเหมือนจะได้ผลเสียด้วย เพราะหลังจากนั้นมีออร์เดอร์สั่งจองสินค้าล่วงหน้าเข้ามากว่า 3,000 รายการ
“กุญแจไขสู่ความสำเร็จของคลีนสตาร์อยู่ที่การเข้าใจตลาดในระดับล่าง” สเตฟาน มาร์ด หนึ่งในหุ้นส่วนของคลีนสตาร์ กล่าว
ทั้งนี้ เตาพลังงานเอทานอลมีราคาแพงกว่าเตาถ่านเกือบ 10 เท่า ขณะที่ราคาเอทานอลก็สูงด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดี หากมองถึงผลในระยะยาวเตาเอทานอลถือว่ามีประโยชน์กว่ามาก โดยเฉพาะสำหรับด้านสุขภาพ
“ในระยะยาว ขณะที่ป่าถูกทำลายลงไป ราคาเอทานอลย่อมถูกกว่าในอนาคต และยังปลอดภัยกว่าอีกด้วย” เทลมา อลิซาเบธ ผู้อำนวยการฝ่ายขายและฝ่ายเซลส์ กล่าว
ในปัจจุบันยอดขายในโมซัมบิกทะลุเป้าติดต่อกันหลายปีจนคลีนสตาร์เตรียมเปิดสาขาที่ 200 เร็วๆ นี้
นอกจากนี้ เตาพลังงานเอทานอลนับเป็นหนึ่งในนวัตกรรมที่มาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศในกาฬทวีปได้ไม่น้อยทีเดียว โดยนอกจากจะช่วยเพิ่มการจ้างงานทั้งในส่วนของพนักงานการผลิตและพนักงานขายแล้ว ยังเป็นการช่วยเพิ่มช่องทางระบายสินค้าเกษตรมันสำปะหลังอีกด้วยเช่นกัน
ทางด้าน เกร็ก มัวเรย์ ประธานของคลีนสตาร์ กล่าวไว้ว่า สิ่งสำคัญของการดำเนินธุรกิจคือการได้ช่วยคนกว่า 70% ในโมซัมบิก ที่ส่วนมากมีค่าครองชีพต่ำกว่า 100-500 เหรียญสหรัฐ/เดือน สามารถเก็บเงินส่วนหนึ่งซื้ออาหารดีๆ ไว้กินได้ แม้เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยก็ยังดี ดีกว่ามาเสียเงินไปกับค่าฟืน
นับเป็นธุรกิจที่น่าสนใจอีกธุรกิจหนึ่งที่ไม่ได้เติบโตจากการเน้นกำไรเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงความห่วงใยต่อสังคมด้วย สมกับเป็นธุรกิจของคนรุ่นใหม่ที่จะเติบโตต่อไปในอนาคต







