
‘หุ้นไทย’แชมป์ให้กำไร16.8%
ตลาดหลักทรัพย์ ชู 6 เดือนแรกหุ้นไทยชนะเลิศ แจกผล ตอบแทน 16.8% ไม่สนรัฐประหาร
ตลาดหลักทรัพย์ ชู 6 เดือนแรกหุ้นไทยชนะเลิศ แจกผล ตอบแทน 16.8% ไม่สนรัฐประหาร
นายภากร ปีตธวัชชัย รองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยในงานเสวนาหัวข้อ “มุมมองการลงทุนภายใต้จุดเปลี่ยนเศรษฐกิจไทย” ว่า ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน ผลตอบแทนจากการลงทุนรวมกับเงินปันผลของตลาดหุ้นไทย จะอยู่ที่ 16.8% สูงกว่าตลาดหุ้นต่างประเทศสำคัญๆ เช่น ยุโรป อยู่ที่ 7.6% โลก อยู่ที่ 7.2% เอเชียยกเว้นญี่ปุ่น อยู่ที่ 5.4% สหรัฐ อยู่ที่ 4% และญี่ปุ่นติดลบ 1.6%
อย่างไรก็ตาม พบว่า ดัชนีหุ้นไทยที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงได้นั้น เป็นผลมาจากแรงซื้อของนักลงทุนสถาบันในประเทศ โดยเฉพาะกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ที่มีการไถ่ถอนในอัตราที่ต่ำ และนักลงทุนกลับเข้าซื้อเพิ่ม เนื่องจากดัชนีหุ้นอยู่ในระดับต่ำ
นอกจากนี้ ยังพบว่า ขนาดของกองทุนหุ้นอื่นๆ ก็มีการเติบโตประมาณ 20% เทียบกับปี 2556 มีการเติบโตถึง 40%
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-25 มิ.ย. 2557 นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 45,297 ล้านบาท ขณะที่สถาบันในประเทศซื้อ 38,210 ล้านบาท พอร์ตบริษัทหลักทรัพย์ซื้อ 8,025 บาท และรายย่อยขาย 938 ล้านบาท
ด้าน นายสุกิจ อุดมศิริกุล กรรมการผู้จัดการสายงานวิจัยหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า ภายในระยะเวลา 1 เดือน หลังการรัฐประหาร (22 พ.ค.) ดัชนีหุ้นเพิ่มขึ้นค่อนข้างเร็วถึง 6% แต่เมื่อดัชนีหุ้นเข้าใกล้ระดับ 1,4701,480 จุด ก็มีการปรับฐาน เพราะรอความชัดเจนของแผนการลงทุนของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และติดตามว่าสามารถเกิดขึ้นได้หรือไม่ นอกจากนี้บางนโยบายที่ประกาศออกมาสร้างความไม่แน่นอนให้กับบางกลุ่ม เช่น พลังงานและสื่อสาร
อย่างไรก็ดี มองว่า ดัชนีหุ้นยังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น เพราะเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยและผลกำไรบริษัทจดทะเบียนใน 1-2 เดือนข้างหน้า คือ ตั้งแต่ครึ่งปีหลังนี้จนถึงครึ่งแรกของปี 2558 น่าจะมีทิศทางการเติบโตที่ดี
“ในช่วงหุ้นพักฐานระยะนี้เป็นจังหวะเข้าซื้อสะสม แต่ยอมรับว่าราคาหุ้นหลายตัว เช่น ในกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ได้ปรับเพิ่มขึ้นมาจนใกล้แตะระดับสูงสุดขณะที่ดัชนีสูงสุดที่ 1,650 จุด เมื่อปี 2556 แล้ว สะท้อนให้เห็นว่า หุ้นนั้นเข้าใกล้ความเสี่ยงมากขึ้น” นายสุกิจ กล่าว
ทั้งนี้ ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นแรงหลังจากราคาหุ้นหลายกลุ่มปรับตัวลงไปมาก และบริษัทหลายแห่งยังสามารถจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลกลางปีนี้ และให้อัตราผลตอบแทนสูง
ถึงกระนั้น การซื้อขายหุ้น วันที่ 25 มิ.ย. ดัชนีหุ้นไทยยังคงดีดขึ้นแรงถึง 7.57 จุด ปิดที่ระดับ 1,468.49 จุด สวนทางตลาดต่างประเทศที่รูดลงแรง ทั้งดัชนีดาวโจนส์ ติดลบ 119 จุด หรือ 0.70% และตลาดหุ้นเอเชีย เช่น ดัชนีนิกเกอิ ร่วงลง 109.63 จุด หรือ 0.71% ปิดที่ 15,266.61 จุด เพราะนักลงทุนกังวลสถานการณ์ความรุนแรงในตะวันออกกลาง







