
"ซีซีพี" รับอุตฯก่อสร้างฟื้นลุยลงทุนรับงานรัฐ-เอกชน
อุตสาหกรรมก่อสร้างถือเป็นภาคธุรกิจหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างมาก เพราะมีธุรกิจที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นวัสดุก่อสร้างและแรงงานจำนวนมาก
โดย...โชคชัย สีนิลแท้
อุตสาหกรรมก่อสร้างถือเป็นภาคธุรกิจหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างมาก เพราะมีธุรกิจที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นวัสดุก่อสร้างและแรงงานจำนวนมาก ที่มีส่วนช่วยผลักดันให้ตัวเลขจีดีพีทางเศรษฐกิจของประเทศเดินหน้าไปได้ แม้ในช่วงที่ผ่านมาอุตสาหกรรมก่อสร้างจะชะลอตัวจากปัญหาการเมืองและเศรษฐกิจชะลอตัว แต่เมื่อทุกอย่างเริ่มคลี่คลาย บรรดาผู้ประกอบการวัสดุก่อสร้างและรับเหมาต่างก็คาดหวังว่า ในครึ่งปีหลังตลาดมีแนวโน้มจะปรับตัวดีขึ้น
อาทิตย์ ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผลิตภัณฑ์คอนกรีตชลบุรี หรือ CCP กล่าวว่า จากนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจเร่งด่วนของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่เร่งแผนการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี 2557 ที่ชะงักไปในช่วงก่อนหน้านี้ และเดินหน้างบก่อสร้างปี 2558 จะส่งผลดีต่อภาพรวมอุตสาหกรรมก่อสร้างทั้งในส่วนงานภาครัฐและเอกชน
ทั้งนี้ จะส่งผลดีและเป็นโอกาสของบริษัทอย่างมากในการเข้ารับงานใหม่และจะทำให้สามารถเก็บเกี่ยวรายได้และผลกำไรที่ดี เพื่อสร้างผลการดำเนินงานในปีนี้ให้เติบโตได้ตามเป้าที่วางไว้ หลังจากครึ่งปีแรกภาวะตลาดวัสดุก่อสร้างได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
เมื่อเป็นเช่นนี้รายได้รวมของบริษัทในปีนี้ คาดว่าจะเติบโตตามเป้าไม่ต่ำกว่า 10% หรือมีรายได้แตะ 2,900 ล้านบาท ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นในปีนี้อาจลดลง 23% จากปีก่อน เฉลี่ยอยู่ในระดับกว่า 15% เนื่องจากปีนี้ต้นทุนวัตถุดิบที่ขยับสูงขึ้นหลายตัว เช่น ราคาทรายปรับเพิ่มขึ้น 20-30% ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา เนื่องจากความต้องการในตลาดเริ่มมีมากขึ้น แหล่งอยู่ไกลมีค่าขนส่งเพิ่ม เจ้าของบ่อก็ปรับราคาขึ้น ส่วนปูนราคาปรับลงราว 10% ขณะที่หินราคายังทรงตัว
ปัจจัยดังกล่าวทำให้ต้นทุนผลิตปรับขึ้นราว 8% แต่เราสามารถปรับราคาขายสินค้าได้ราว 45% ทำให้อัตรากำไรลดลง
อย่างไรก็ตาม ในปีนี้บริษัทได้ใช้เงินในการลงทุนไปแล้วกว่า 100 ล้านบาท และในครึ่งปีหลังคงต้องใช้เงินลงทุนต่อเนื่องอีกราว 20-30 ล้านบาท เพื่อสร้างโรงงานเพิ่ม ขยายกำลังการผลิตกลุ่มงานคอนกรีตสำเร็จรูป (พรีแคส) โดยจะเพิ่มไลน์ผลิตอีก 10% จากปัจจุบันที่มีกำลังการผลิต 2 หมื่นลูกบาศก์เมตร/เดือน เพิ่มเป็น 2.2 หมื่นลูกบาศก์เมตร/เดือน เพราะในไตรมาส 3 ปี 2557 บริษัทจะออกผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มคอนกรีตสำเร็จรูป สำหรับงานบริหารจัดการน้ำที่มีคุณสมบัติช่วยในการระบายน้ำ ขณะที่ปัจจุบันมีกำลังการผลิตรวมวัสดุทุกประเภท 7 หมื่นลูกบาศก์เมตร/เดือน
ขณะที่ปัจจุบันบริษัทมียอดแบ็กล็อกอยู่ที่ประมาณ 1,800 ล้านบาท และคาดว่าภายในสิ้นปีจะอยู่ที่ 1,800-1,900 ล้านบาท แบ่งเป็นงานภาครัฐ 60% และงานภาคเอกชน 40% ทยอยรับรู้เป็นรายได้ภายในปีนี้ประมาณ 60% ส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้รายได้จนถึงไตรมาส 3 ปี 2558 ประมาณ 40% หากโครงการลงทุนภาครัฐมีความชัดเจนจะยิ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมก่อสร้าง และจะส่งผลให้ยอดสั่งซื้อคอนกรีตผสมเสร็จและคอนกรีตสำเร็จรูปเพื่อใช้ในโครงการต่างๆ เพิ่มมากขึ้น
ทั้งนี้ บริษัทมีความพร้อมในการเข้ารับงานคอนกรีตทุกรูปแบบ ตลอดจนเพิ่มกำลังการผลิตให้เพียงพอกับความต้องการของโครงการต่างๆ ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้บริษัทได้เริ่มมีการเจรจาร่วมงานกับพันธมิตรจากต่างประเทศทั้งจากญี่ปุ่นและจีน เพื่อร่วมกันผลิตคอนกรีตรูปแบบต่างๆ เนื่องจากมองว่าอุตสาหกรรมก่อสร้างในไทยยังเติบโตและเป็นจังหวะที่ต้องเร่งลงทุนรองรับเศรษฐกิจที่กำลังเริ่มจะฟื้นตัว







