
เจาะโอกาสตฃาดญี่ปุ่นมาแรง
หนึ่งในตลาดที่มีกำลังซื้อสูงและผู้ผลิตทั่วโลกต่างจับตา คงต้องยกให้แดนอาทิตย์อุทัยอย่าง “ญี่ปุ่น”
โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์
หนึ่งในตลาดที่มีกำลังซื้อสูงและผู้ผลิตทั่วโลกต่างจับตา คงต้องยกให้แดนอาทิตย์อุทัยอย่าง “ญี่ปุ่น” ซึ่งผู้ผลิตไทยเองก็มองตลาดญี่ปุ่นเป็นตลาดส่งออกอันดับต้นๆ รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ มีนโยบายเชิงรุกหลายด้านในการฟื้นเศรษฐกิจ ยิ่งจะช่วยให้กำลังซื้อในญี่ปุ่นฟื้นตัวได้เร็วขึ้นและมีผลให้ยอดสั่งซื้อของไทยจากญี่ปุ่นมีโอกาสขยายตัวได้ด้วย
ปิยนารถ วัฒนาศิริ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (สคร.) ณ เมืองฟูกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า โอกาสของสินค้าไทยในตลาดญี่ปุ่น มี 4 กลุ่มหลัก ประกอบด้วย กลุ่มสินค้าเจาะผู้สูงวัย อาหาร สินค้าไลฟ์สไตล์ และกลุ่มวัสดุก่อสร้าง โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าผู้สูงวัยถือว่ามาแรงมาก จากสังคมผู้สูงวัยในญี่ปุ่นขยายวงกว้างมากขึ้น
สำหรับสินค้าเจาะกลุ่มผู้สูงอายุที่มีความต้องการสูง เช่น รองเท้าเพื่อผู้สูงอายุ กลุ่มของเล่น ซึ่งปัจจุบันมีของเล่นสำหรับผู้สูงอายุโดยเฉพาะในตลาดญี่ปุ่นประมาณ 350 ชนิด เช่น Saboten วัสดุทำจากไม้ เป็นของเล่นที่ช่วยบริหารทักษะการใช้มือ เป็นต้นO Ball Mini ลูกบอลมีลักษณะกลวงและโปร่ง ทำจากวัสดุที่มีความยืดหยุ่นสูงใช้สำหรับเล่นเป็นทีมในกลุ่มผู้สูงอายุ
ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ของเล่นเจาะกลุ่มผู้สูงอายุในญี่ปุ่น จะต้องได้รับการรับรองจาก NPO Japan Good Toy Committee ซึ่งเป็นคณะกรรมการที่จัดตั้งขึ้นด้วยความสมัครใจตั้งแต่ปี 1985 เพื่อคัดเลือกสินค้าของเล่นที่สามารถเสริมประสิทธิภาพการทำงานของร่างกายและสมองให้สมบูรณ์อยู่เสมอ
ขณะที่กลุ่มอาหารเจาะกลุ่มผู้สูงอายุชาวญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันต้องฉีกรูปแบบจากอาหารของผู้สูงอายุในอดีต มีลักษณะไม่เละคล้ายอาหารทั่วไป เหมาะกับการเคี้ยวของผู้สูงอายุ
นอกจากนี้ กลยุทธ์ในการทำตลาด ยังต้องมีชั้นเชิงเหมือนกับการทำตลาดให้กับสินค้าทั่วไปด้วย เช่น ผู้ผลิตบางรายเลือกใช้คำที่บรรจุภัณฑ์ระบุว่า “YasashiKondate” หรือแปลว่า “Universal Design Food” เพื่อให้เกิดความรู้สึกดึงดูดว่าเป็นอาหารที่ได้รับการพัฒนาเป็นพิเศษ และนอกจากจะทำตลาดในช่องทางปกติแล้ว ไม่น่าเชื่อว่า อาหารเจาะกลุ่มผู้สูงอายุในญี่ปุ่นยังทำตลาดผ่านโลกออนไลน์ด้วย
ตลาดผู้สูงอายุในญี่ปุ่นต้องการสินค้าที่มีการใช้นวัตกรรมเข้ามาเพื่อพัฒนาสินค้าให้เหมาะกับร่างกายของผู้สูงอายุ เช่น กรณีอาหารข้าวโปรตีนต่ำ ซึ่งเป็นข้าวที่มีสัดส่วนโปรตีนต่ำกว่าข้าวโดยทั่วไปซึ่งเหมาะกับการเผาผลาญพลังงานได้เป็นอย่างดีสำหรับผู้สูงอายุ และกำลังเป็นที่ต้องการในตลาดญี่ปุ่น
ด้านสินค้าจำเป็น เช่น รองเท้า ต้องเน้นนวัตกรรมการออกแบบและการผลิตเพื่อลดทอนปัญหาสุขภาพเท้า ใช้วัสดุที่เสริมสร้างการเดินและการทรงตัวเข้าช่วย เป็นต้น
จะเห็นได้ว่าเทคโนโยลีการผลิตเป็นสิ่งที่จะช่วยพัฒนาและเพิ่มมูลค่าสินค้าให้ตรงตามความต้องการของผู้สูงอายุที่เป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงได้
“กลุ่มผู้สูงอายุชาวญี่ปุ่น ยินดีจ่ายเพิ่มเติมเพื่อให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพดี มีประโยชน์และเหมาะกับการใช้งาน เพราะผู้สูงอายุชาวญี่ปุ่นที่แข็งแรงไม่ต้องการถูกมองจากสังคมว่าเป็นคนเจ็บป่วย ไม่ต้องการได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างจากปกติ โดยเฉพาะการเลือกซื้อสินค้าอาหาร จะไม่ต้องการแตกต่างจากบุคคลวัยอื่นๆ” ปิยนารถ กล่าว
ปัจจุบันประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุยุคใหม่เช่นกัน โดยผู้ประกอบการไทยในแวดวงอาหาร สินค้าไลฟ์สไตล์ต่างๆ ควรปรับตัวหันมาให้ความสำคัญกับการศึกษาวิจัย ออกแบบและใช้นวัตกรรมการผลิตเพื่อสร้างความโดดเด่นให้กับสินค้า ซึ่งนอกจากจะเจาะกลุ่มผู้สูงอายุคนไทยได้แล้วยังมีโอกาสส่งออกมาเจาะตลาดผู้สูงอายุในญี่ปุ่นได้ด้วย
นอกจากสินค้าเพื่อผู้สูงอายุแล้ว โอกาสของสินค้าไทยในญี่ปุ่นเพื่อเจาะกลุ่มคนทั่วไป เริ่มด้วยกลุ่มอาหาร ญี่ปุ่นยังต้องพึ่งพาการนำเข้าอาหารจากต่างประเทศ ทั้งอาหารทะเลแช่เย็นแช่แข็ง ไก่สดแช่เย็น แช่แข็ง และไก่แปรรูป อาหารแปรรูป อาหารกระป๋อง เครื่องปรุง เครื่องดื่มต่างๆ แต่ที่กำลังมาแรง และมีโอกาสขยายการส่งออกมาญี่ปุ่น คือ อาหารฮาลาล
“ขณะนี้ญี่ปุ่นกำลังให้ความสำคัญกับอาหารฮาลาล ผู้ผลิตญี่ปุ่นต่างต้องการใบรับรองอาหารฮาลาลในแต่ละเมนูของตน ซึ่งการผลิตอาหารฮาลาลแตกต่างจากวัฒนธรรมของญี่ปุ่น ตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต การเก็บ และการขนส่งสินค้า จึงเป็นโอกาสสินค้าอาหารฮาลาลของไทยที่มีความพร้อม เพื่อส่งออกมาตลาดญี่ปุ่น” ปิยนารถ กล่าว
กลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์ประเภทของที่ระลึกทั้งในร้านค้าปลีกและร้านขายของที่ระลึกตามสถานที่ท่องเที่ยวและสถานีรถไฟ เครื่องประดับ ประเภทเครื่องเงิน หินสี และแก้วสี ผลิตภัณฑ์สปาและของใช้ในโรงแรม ในที่พักสไตล์ญี่ปุ่น (Ryokan) และสถานที่อาบน้ำแร่ (Onsen) รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ก็มีความต้องการสูงเช่นกัน
แม้ว่าที่ผ่านมาญี่ปุ่นจะต้องเผชิญหน้ากับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้ความต้องการบริโภคสินค้าต่างๆ ลดลง แต่ญี่ปุ่นยังนับเป็นตลาดคุณภาพของผู้ผลิตไทยและยังมีช่องว่างที่ผู้ผลิตไทยสามารถเข้าถึงได้ เพียงแต่ต้องอาศัยการนำนวัตกรรมการผลิตสินค้าให้แปลกใหม่เข้ามาเสริม







