
ไทยซัมซุงฯรุกโตทุกช่องทาง
ผู้บริหารใหม่ลุยเพิ่มคนยอดขายดันเบี้ยรับรวมปีนี้เข้าเป้า1,700ล้าน
ผู้บริหารใหม่ลุยเพิ่มคนยอดขายดันเบี้ยรับรวมปีนี้เข้าเป้า1,700ล้าน
ไทยซัมซุง ประกันชีวิต ลุยสร้างเบี้ยทุกช่องทางในครึ่งปีหลัง ดันเบี้ยรวมเข้าเป้า 1,700 ล้านบาท
นายอิก เจ ฮาน ประธานบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยซัมซุง ประกันชีวิต เปิดเผยว่า ปี 2557 ตั้งเป้าเบี้ยรับรวม 1,700 ล้านบาท จากปี 2556 ที่มีเบี้ยรับรวม 1,341.28 ล้านบาท แยกเป็นเบี้ยประกันจากธุรกิจใหม่ 1,143 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% จะเน้นเติบโตจากช่องทางจัดจำหน่ายรายบุคคล 40% ช่องทางอื่นๆ 110% ในเบี้ยใหม่จะมาจากช่องทางตัวแทน 697 ล้านบาท ซึ่ง นายบรรณยง นราสวัสดิ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ ที่เข้าร่วมงานกับบริษัทเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ดูแลช่องทางจัดจำหน่ายรายบุคคล หรือช่องทางตัวแทนตั้งเป้าหมายเติบโต 38% และตั้งเป้าเพิ่มจำนวนตัวแทนใหม่ 2,500 คนภายในสิ้นปีนี้
ขณะที่ช่องทาง Alternative ประกอบด้วย ตลาดประกันกลุ่ม การขายผ่านโทรศัพท์ ช่องทางการขายผ่านไปรษณีย์และช่องทางอื่นๆ ตั้งเป้ายอดขายใหม่ 446 ล้านบาท ที่มี นางชีวินา เพ็ชรถนอม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานธุรกิจสถาบันคนใหม่ เข้าร่วมงานกับบริษัทเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา จะมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มจำนวนโบรกเกอร์ของเทเลมาร์เก็ตติ้ง เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายแบบขายตรง (B2B) เปิดช่องทางการขายผ่านธนาคาร รวมทั้งสร้างพันธมิตรใหม่ๆ โดยตั้งเป้าหมายยอดขายประกันกลุ่ม 258 ล้านบาท ช่องทางการขายผ่านโทรศัพท์ 129 ล้านบาท และช่องทางการขายผ่านไปรษณีย์และช่องทางอื่นๆ 59 ล้านบาท โดยในระยะยาวช่องทางนี้วางแผนสร้างยอดขายให้เติบโตขึ้นเป็น 50% จากยอดขายทั้งหมดของบริษัท
นอกจากนี้ บริษัทมีการพัฒนาและเพิ่มการบริการใหม่ๆ ให้ผู้ถือกรมธรรม์ได้รับความสะดวกมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ จากรายงานสมาคมประกันชีวิตไทย 4 เดือนแรก บริษัท ไทยซัมซุง ประกันชีวิต มีเบี้ยปีแรก 161.7 ล้านบาท ลดลง 36% เบี้ยต่ออายุ 259.1 ล้านบาท อัตราการต่ออายุ 55% เบี้ยชำระครั้งเดียว 25.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 72% รวมเบี้ยรับทุกประเภท 445.9 ล้านบาท ลดลง 8% ซึ่งช่องทางนี้ในระยะยาวตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนให้เป็น 50% ของเบี้ยรับรวม
สำหรับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานไตรมาสแรกปี 2557 บริษัท ไทยซัมซุงประกันชีวิต มีสินทรัพย์รวม 2,789 ล้านบาท ใกล้เคียงกับงวดเดียวกันของปีก่อน หนี้สิน 2,602 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.10% ส่วนของผู้ถือหุ้น 187 ล้านบาท ลดลง 57.5% เงินกองทุน 565 ล้านบาท ลดลง 25.26% เงินกองทุนที่ต้องดำรงตามกฎหมาย 351 ล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วนเงินกองทุนต่อเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามกฎหมาย 161% ขาดทุนสุทธิ 54 ล้านบาท ซึ่งดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 114 ล้านบาท







