
จัดหน่วยเคลื่อนที่เร็วช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบการชุมนุม
กระทรวงแรงงานงัดมาตรการช่วยผู้ที่ได้รับผลกระทบจาการชุมนุม จัดหน่วยเคลื่อนที่เร็วช่วยเหลือ พร้อมส่งช่างฝีมือรับซ่อมแซมบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้า
กระทรวงแรงงานงัดมาตรการช่วยผู้ที่ได้รับผลกระทบจาการชุมนุม จัดหน่วยเคลื่อนที่เร็วช่วยเหลือ พร้อมส่งช่างฝีมือรับซ่อมแซมบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้า
นายสมชาย ชุ่มรัตน์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เรียกประชุมผู้บริหารกระทรวงแรงงานเพื่อรายงานผลการดำเนินงานช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองและกำหนดแนวทางการเยียวยาและฟื้นฟูให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบในระยะต่อไป ขณะนี้ได้ดำเนินการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบฯ แล้วกว่า 4,000 ราย มูลค่าความช่วยเหลือเบื้องต้น ณ ขณะนี้ประมาณ 6 ล้านบาท พร้อมให้ทุกกรม / สำนักงานประกันสังคม เร่งจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือฯ และหน่วยเคลื่อนที่ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ โดยเริ่มต้นออกหน่วยเคลื่อนที่ “ขบวนช่างช่วยเหลือผู้ประสบภัยฯ” จากกระทรวงแรงงานไปสู่ชุมชนบ่อนไก่-คลองเตย-ลุมพินี-ดินแดง-เซนจูรี่-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ในวันพรุ่งนี้ (25 พฤษภาคม 2553) เวลา 09.00 น.
นายสมชายฯ เผยว่า สถานการณ์การชุมนุมที่ผ่านมาได้มอบหมายให้ รองปลัดกระทรวงแรงงาน 2 ท่านคือ นายสมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ และ นางจันทวรรณ ทองสมบุญ ติดตามสถานการณ์โดยใกล้ชิด ในการนี้กระทรวงแรงงานต้องขอขอบคุณ พี่น้องชาวแฟลตดินแดง วินมอเตอร์ไซด์ และ รปภ.ประจำกระทรวงแรงงาน ที่ร่วมกันช่วยปกป้องกระทรวงแรงงานเปรียบดุจบ้านของตนเอง จากการถูกพยายามทำลายเผาในช่วงสถานการณ์ตึงเครียด และได้รับความร่วมมือจากเพื่อนข้าราชการ อาทิ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานในพื้นที่จังหวัดนนทบุรีและปทุมธานี ที่ช่วยรับเรื่องของผู้รับบริการชาว กทม. แทน และศูนย์ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบด้านการจ้างงานจากการชุมนุมทางการเมือง ( ศชจ. ) ของกรมการจัดหางาน ที่เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2553 เป็นต้นมา และสำหรับหน่วยงานของกระทรวงแรงงานที่ได้รับความเสียหายจากสถานการณ์ดังกล่าว ได้แก่ สำนักงานจัดหางานจังหวัดขอนแก่น, สำนักงานจัดหางานจังหวัดมุกดาหารและสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดมุกดาหารที่ตั้งอยู่ชั้น 1 ของศาลากลางจังหวัด ในการนี้ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานที่ตั้งอยู่ในบริเวณศาลาจังหวัดที่ถูกเผาทั้ง 4 แห่ง คือ จังหวัดขอนแก่น มุกดาหาร อุบลราชธานี และอุดรธานี สำรวจความเสียหายทั้งในส่วนของทรัพย์สินราชการและทรัพย์สินส่วนบุคคล การดำเนินการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมชนของกระทรวงแรงงานในระยะที่ผ่านมาและมอบหมายแนวจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือและฟื้นฟูเพื่อให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบจากภาวะวิกฤติการเมืองกระทรวงแรงงาน โดยหน่วยงานในสังกัดดำเนินการ ได้แก่ กรมการจัดหางานซึ่งได้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือฯ ( ศชจ.) ณ ศูนย์บริการจัดหางาน ( e-Job Center ) กรมการจัดหางาน โทรศัพท์ 0 2245 5763 , 0 2248 7208 ,0 2245 2260 และสายด่วนกรมการจัดหางาน โทร. 1694 ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน 2553 พบว่า ข้อมูล ณ วันที่ 22 พฤษภาคม 2553 มีผู้ได้รับความช่วยเหลือจำนวน 4,311 ราย เป็นนายจ้าง 1,884 ราย และลูกจ้าง 2,427 ราย
กรมพัฒนาฝีมือแรงงานจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือฯ ณ วิทยาลัยการแรงงาน เพื่อให้บริการซ่อมแซมอุปกรณ์ไฟฟ้า สาธารณประโยชน์และซ่อมแซมที่อยู่อาศัย พร้อมจัดหน่วยบริการเคลื่อนที่ ( mobile unit ) ร่วมกับกรุงเทพมหานคร โดยสถาบัน/ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานใกล้เคียงจากจังหวัดราชบุรี สมุทรปราการ สุพรรณบุรีและชลบุรี จัดสรรช่างฝีมือจากสาขาช่างเชื่อม ช่างไฟฟ้า ช่างประปา ช่างก่อสร้าง พร้อมเตรียมเครื่องมือปฐมพยาบาลทางช่าง เพื่อออกหน่วยเคลื่อนที่ ( mobile unit ) ไปช่วยซ่อมแซมบ้านเรือน/ชุมชน และวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ โดยจะแบ่งออกเป็น 2 สายคือ สายบ่อนไก่-คลองเตย-ลุมพินี และสายดินแดง- เซนจูรี่-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เริ่มตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2553 เป็นต้นไป
โดยขบวนช่างช่วยเหลือผู้ประสบภัยฯ จะเริ่มออกปฏิบัติงานจากกระทรวงแรงงานในเวลา 09.00 น. นอกจากนี้เพื่อเป็นการช่วยเหลือสถานประกอบการจะได้ออกประกาศกระทรวงเพื่อยกเว้นการส่งเงินสมทบเข้ากองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานตามมาตรา 29 แห่ง พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน 2545 สำหรับปี 2553 – 2554 กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือนายจ้าง ลูกจ้าง ผู้ได้รับผลกระทบจากภาวะวิกฤติการเมือง โดยจัดชุดเคลื่อนที่เร็วออกสำรวจและลงพื้นที่เพื่อหาข้อมูล ความต้องการ ความช่วยเหลือนายจ้าง-ลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบ บนหลักการแรงงานสัมพันธ์ที่ดีและดำเนินการตามกฎหมายแรงงาน แต่มุ่งเน้นการพยายามรักษาไว้ซึ่งสภาพการจ้างงานระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง สำนักงานประกันสังคมมีรายงานการช่วยเหลือผู้ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ซึ่งเป็นผู้ประกันตนและผู้ที่เคยเป็นผู้ประกันตนแล้วจำนวน 23 ราย ( เป็นผู้ประกันตน 16 ราย และผู้ที่เคยเป็นผู้ประกันตน 7 ราย ) รวมมูลค่าประมาณ 1.2 ล้านบาท และผู้บาดเจ็บที่เป็นผู้ประกันตนประมาณ 50 ราย ซึ่ง สปส. จะต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลและเงินทดแทนการขาดรายได้ประมาณ 5 ล้านบาท สำหรับผู้ประกันตนที่ถูกเลิกจ้างและนำส่งเงินสมทบครบ 6 เดือนแล้ว จะได้รับสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานตามกฎหมาย และขยายเวลาการนำส่งเงินสมทบตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม 2533 และ พ.ร.บ.เงินทดแทน 2537 เดือนมีนาคมถึงเดือนกรกฎาคม 2553 ได้ภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2553 สำหรับนายจ้างและผู้ประกันตนมาตรา 39 ในพื้นที่ตามประกาศของ ศอฉ.ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การชุมนุมทางการเมือง
เนื่องจากสถานการณ์ความเคลื่อนไหวได้รับความสนใจด้านข่าวสารจากนานาประเทศ และมีคนงานไทยที่เดินทางไปทำงานต่างประเทศจำนวนมาก นายสมชายฯ จึงมอบหมายให้สำนักประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน รายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและการดำเนินงานของกระทรวงแรงงานให้สำนักงานแรงงานไทยในต่างประเทศ 13 แห่ง ได้รับทราบข้อมูลเช่นเดียวกันและประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารให้แรงงานไทยในประเทศนั้น ๆ ได้ทราบข้อมูลเพื่อเป็นการรักษาขวัญและกำลังใจสำหรับผู้อยู่ต่างแดนด้วย







