posttoday
บิวตี้เร่งสยายปีกธุรกิจเกาะกระแสสาวไทยห่วงสวย

บิวตี้เร่งสยายปีกธุรกิจเกาะกระแสสาวไทยห่วงสวย

24 มิถุนายน 2557

ครึ่งปีแรกที่ผ่านมาหลายธุรกิจต้องประสบกับปัญหารายได้ชะลอตัว

โดย...จะเรียม สำรวจ

ครึ่งปีแรกที่ผ่านมาหลายธุรกิจต้องประสบกับปัญหารายได้ชะลอตัว แต่ธุรกิจเครื่องสำอางยังคงยืดหยัดการเติบโตของยอดขายได้เป็นที่น่าพอใจ เนื่องจากสาวไทยยังให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองให้สวยงามอยู่เสมอ ส่งผลให้คาดการณ์ว่าภาพรวมธุรกิจด้านความงามในปีนี้น่าจะมีอัตราการเติบโตได้ 78% จากมูลค่าตลาด 1.2 แสนล้านบาทในปี ที่ผ่านมา ซึ่งแบ่งเป็นการทำตลาดผ่านช่องทางค้าปลีก 8 หมื่นล้านบาท ส่วนอีก 4.4 หมื่นล้านบาท เป็นเคาน์เตอร์แบรนด์และขายตรง

บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ ผู้ดำเนินธุรกิจจำหน่ายปลีกผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ถือเป็นอีกหนึ่งบริษัทที่ไม่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบทางเศรษฐกิจและการเมืองที่เกิดขึ้น เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้มีการศึกษาพฤติกรรม และความ ต้องการของผู้บริโภคมาตลอด เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาปรับใช้ให้ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย

นพ.สุวิน ไกรภูเบศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ กล่าวว่า จากการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน พบว่า ส่วนใหญ่หันมาให้ความสำคัญกับการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เครื่อง สำอางรูปแบบต่างๆ มากขึ้น จนกลายเป็นสินค้าจำเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้อง เพิ่มความหลากหลายในสินค้าเพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภค

ในส่วนของบริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ เองก็ได้ปรับแผนการทำตลาดเช่นกัน ด้วยการเพิ่มศักยภาพด้านการขายให้กับบุคลากร และการปรับกลยุทธ์ทางการขายของ ช็อปแบรนด์ (SHOP BRAND) ให้มีความหลากหลายมากขึ้นผ่าน 3 ช็อปหลัก ได้แก่ บิวตี้ บุฟเฟ่ต์ (BEAUTY BUFFET) บิวตี้ คอทเทจ (BEAUTY COTTAGE) และบิวตี้ มาร์เก็ต (BEAUTY MARKET)

นอกจากนี้ แผนการทำตลาดของทั้ง 3 แบรนด์ยังมีความแตกต่างกัน เพื่อให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละกลุ่มเป้าหมาย โดยบิวตี้ บุฟเฟ่ต์ จะเป็นร้านจำหน่ายเครื่องสำอางไปรเวต แบรนด์ที่หลากหลาย เช่น จีโน่ แมคเครย์ เดอะ เบเกอรี่ เซ็นทิโอ และแลนซ์เลย์ เน้นเจาะกลุ่มเป้าหมายทั่วไป ขณะที่ บิวตี้ คอทเทจ จะเป็นช็อปจำหน่ายเครื่องสำอางภายใต้แบรนด์ บิวตี้ คอทเทจ เพียงแบรนด์เดียว เน้นผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เจาะกลุ่มเป้าหมายนักศึกษามหาวิทยาลัย และวัยทำงานที่ต้องการผลิตภัณฑ์บำรุงผิว

สำหรับ บิวตี้ มาร์เก็ต จะเป็นช็อปจำหน่ายที่มีการผสมผสานคอนเซปต์ระหว่างซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านขายเครื่องสำอาง เพื่อให้สินค้ามีความหลากหลาย เน้นจำหน่ายเครื่องสำอางเฉพาะอย่างที่ยังไม่มีใครเคยนำเข้ามาทำตลาด เพื่อให้สอดคล้องกับสโลแกนประจำร้าน คือ ร้านสะดวกสวย

ด้านแผนการขยายสาขาปีนี้บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ ตั้งเป้าเปิดร้าน บิวตี้ บุฟเฟ่ต์ เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 30 สาขา ส่งผลให้สิ้นปีจะมีสาขารวม 210 สาขา ขณะที่ร้านบิวตี้ คอทเทจ มีแผนที่จะเปิดเพิ่มอีก 20 สาขา ส่งผลให้สิ้นปีมีสาขารวม 70 สาขา และร้านบิวตี้ มาร์เก็ต จะเปิดเพิ่มอีก 9 สาขา เพื่อให้สิ้นปีมีจำนวนสาขาเปิดให้บริการครบ 15 สาขา

นอกจากตลาดในประเทศแล้ว ยังมีแผนที่จะขยายสาขาไปยังกลุ่มประเทศ CLMV อีกไม่ต่ำกว่า 13 สาขา แบ่งเป็น กัมพูชา 4 สาขา เวียดนาม 4 สาขา ลาว 3 สาขา และพม่า 2 สาขา จากปัจจุบันมีจำนวนสาขาเปิดให้บริการรวมใน 4 ประเทศแล้ว 8 สาขา แบ่งเป็นร้านบิวตี้ บุฟเฟ่ต์ 5 สาขา และบิวตี้ คอทเทจ 3 สาขา

นพ.สุวิน กล่าวว่า จากแนวทางการดำเนินธุรกิจดังกล่าว ส่งผลให้บริษัทต้องเตรียมงบลงทุนเปิดร้านใหม่ประมาณ 380-400 ล้านบาท แบ่งเป็นการเปิดร้านใหม่ 180-200 ล้านบาท การลงทุนคลังสินค้าและศูนย์เทรนนิ่งเซ็นเตอร์ 180 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 20 ล้านบาท เป็นการลงทุนด้านระบบไอที

การออกมาเดินหน้าขยายธุรกิจดังกล่าว จะดำเนินการควบคู่ไปกับการทำกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่องภายใต้งบ 3% ของรายได้รวม ทำให้บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ มั่นใจว่าสิ้นปีนี้จะมีรายได้เติบโต 30% เมื่อเทียบกับปีก่อนมีรายได้ 1,002 ล้านบาท

จากเป้าหมายการเติบโตดังกล่าว บวกกับภาพรวมตลาดสินค้าด้านความงามที่ยังเติบโตได้ 78% จึงไม่น่าแปลกใจกับคำที่กล่าวว่า ผู้หญิงอย่าหยุดสวย เพราะถ้าหยุดสวยภาพรวมตลาดคงไม่มีอัตราการเติบโตได้สูงขนาดนี้

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI