posttoday
ราชประสงค์ 47 วัน สูญ 1 หมื่นล้าน ลดราคา/อัดอีเวนต์ 6 เดือนลุ้นฟื้น

ราชประสงค์ 47 วัน สูญ 1 หมื่นล้าน ลดราคา/อัดอีเวนต์ 6 เดือนลุ้นฟื้น

25 พฤษภาคม 2553

เข้าสู่สัปดาห์ปกติหลังผ่านพ้นเหตุการณ์วิปโยคจลาจลเผากรุงไปเมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา พร้อมเปิดพื้นที่บริเวณแยกราชประสงค์ให้สัญจรผ่านไปมาเป็นครั้งแรกในวันที่ 24 พ.ค. หลังกลุ่ม นปช.ยึดเป็นเวทีหลักในการชุมนุมเพื่อเรียกร้องให้ยุบสภา

สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ไม่สามารถประเมินค่าความเสียหายทางจิตใจได้ รวมถึงมูลค่าความเสียหายเชิงธุรกิจที่คิดเป็นเม็ดเงินมูลค่ามหาศาล โดยเฉพาะศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ที่ได้รับบาดเจ็บมากที่สุด

จากข้อมูลล่าสุดของสมาคมผู้ประกอบการวิสาหกิจย่านราชประสงค์ (อาร์เอสทีเอ) ที่เตรียมชี้แจงในวันที่ 25 พ.ค. ระบุว่าจากการชุมนุมของกลุ่ม นปช.นับแต่วันที่ 3 เม.ย. ถึงวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา รวมระยะเวลา 47 วันเต็ม จนถึงขณะนี้ที่ชี้ชัดมูลค่าความเสียหายของผู้ประกอบการทุกรายรวมกันแล้วไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาททีเดียว

นายชาย ศรีวิกรม์ นายกสมาคมอาร์เอสทีเอ เปิดเผยว่า ในสัปดาห์นี้สมาคมจะเร่งดำเนินการหาข้อสรุปและความคืบหน้าจากมาตรการฟื้นฟูและบรรเทาผู้ประกอบการธุรกิจทั้งรายใหญ่ รายเล็ก รวมถึงพนักงานทุกฝ่ายในย่านราชประสงค์ ที่ได้รับผลกระทบจากการจลาจลที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะความชัดเจนเรื่องหลักประกันในการขอสินเชื่อจากธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) เงื่อนไขในการเลื่อนการจ่ายภาษี รวมถึงสิทธิการจ่ายเงินชดเชยให้แก่พนักงานในธุรกิจต่างๆ เป็นต้น

นางสาธิมา ทานาเบ้ รองผู้จัดการทั่วไป บริษัท เกษรแลนด์แอสเซท แมนเนจเม้นท์ ผู้บริหารศูนย์การค้าเกษร กล่าวว่า เตรียมทุ่มงบปรับปรุงศูนย์การค้าใหม่ทั้งหมดราว 10 ล้านบาท หลังได้รับผลกระทบจากการจลาจลในวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อปรับปรุงทัศนียภาพด้านนอกให้สวยงามขึ้น และเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในศูนย์การค้ามากขึ้น ทั้งกระจกรอบศูนย์การค้าให้หนามากขึ้น และเพิ่มกล้องวงจรปิดบริเวณประตูเปิด/ปิดศูนย์มากขึ้น พร้อมเพิ่มเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเพื่อเสริมความมั่นใจให้แก่ร้านค้าและลูกค้าที่จะเข้ามาใช้บริการ

ทั้งนี้ บริษัทวางแผนทดลองเปิดศูนย์เป็นครั้งแรกหลังปิดให้บริการ โดยให้บริการในวันที่ 1 มิ.ย.นี้ หลังปิดให้บริการไปเกือบ 2เดือนที่ผ่านมา และคาดว่าจะสามารถกลับมาเปิดให้บริการเดือนที่ผ่านมาได้อย่างเต็มรูปแบบในวันที่ 4 มิ.ย.นี้

พร้อมใช้งบอีก 10 ล้านบาททำการตลาดครั้งใหญ่เพื่อกระตุ้นให้กลุ่มนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติมีความมั่นใจที่จะเข้ามาใช้บริการในศูนย์การค้า ขณะเดียวกันศูนย์การค้าเกษร ได้จัดแคมเปญพิเศษ “บลิส อีส แบค แอท เกษร” ผนึกกับร้านค้าในศูนย์ 100 ร้านค้า ลดราคาสินค้าพิเศษ 3070% โดยดึงพันธมิตรบัตรเครดิตวีซ่าซิตี้แบงก์และอเมริกันเอ็กซ์เพรส ร่วมมอบสิทธิพิเศษให้แก่ลูกค้าที่ใช้จ่ายผ่านบัตร เริ่มตั้งแต่วันที่ 10 มิ.ย.31 ส.ค.นี้

ขณะเดียวกันยังเตรียมจัดแคมเปญการตลาดภายในศูนย์การค้าอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมมือกับสมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจย่านราชประสงค์และโรงแรมในย่านราชประสงค์ คาดจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 36 เดือนที่จะเรียกความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับคืนมา

สำหรับร้านค้าทั้งหมดในศูนย์การค้าที่มีอยู่ 100 ร้าน อยู่ระหว่างพิจารณาให้ผ่อนผันการจ่ายค่าเช่าออกไปก่อน เพราะทุกร้านได้รับผลกระทบจากการที่ต้องปิดให้บริการนานร่วม 2 เดือน พร้อมอยู่ระหว่างหารือกับบริษัท ซีเอ็ม ออร์กาไนเซอร์ ที่มีพื้นที่ใจกลางเมืองบริเวณริมถนนราชประสงค์ (นารายณ์ภัณฑ์เดิม) จำนวน 4,400 ตร.ม. พัฒนาเป็นศูนย์กลางการจัดอีเวนต์รูปแบบใหม่ภายใต้ชื่อ “ราชประสงค์ เออร์เบิน สเปซ” เพื่อทำเป็นพื้นที่ขายสินค้าชั่วคราวให้แก่ร้านค้าต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบในบริเวณราชประสงค์ คาดเริ่มเปิดให้บริการได้ในเดือน มิ.ย.นี้

ด้านความเสียหายที่เกิดจากการปิดศูนย์เฉลี่ย 10 ล้านบาทต่อวัน รวมแล้ว 2 เดือน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายสูงถึง 600 ล้านบาท และผลกระทบที่เกิดขึ้นกับย่านราชประสงค์ทั้งหมดมีไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท ทั้งนี้จากการหารือร่วมกับสมาคมอาร์เอสทีเอเบื้องต้น ได้มีการเสนอ 7 มาตรการฟื้นฟูย่านราชประสงค์ เพื่อสร้างความมั่นใจประกอบด้วย 1.ช่วยเหลือพนักงานขาดรายได้ โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายเล็ก 2.สนับสนุนกระแสเงินสด 3.สินเชื่อช่วยเหลือดอกเบี้ยต่ำ(ซอฟต์โลน) 4.มาตรการทางภาษี ที่จากนี้ไปจะดำเนินการอย่างจริงจัง 5.รายได้ของผู้ประกอบการธุรกิจที่สูญเสียไปในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา 6.ให้ความคุ้มครองประกันภัย 100% โดยพบว่าผู้ประกอบการธุรกิจรายย่อยไม่มีประกันภัยคุ้มครองใดๆทั้งสิ้น ทั้งจราจลหรือก่อการร้าย วินาศกรรม และสุดท้าย7.เร่งดำเนินการปรับภาพลักษณ์ประเทศไทย ให้ทุกประเทศทั่วโลกรับรู้ หรือเป็น “อเมซิง ไทยแลนด์” จริงๆ โดยจะต้องดำเนินแผนเยียวยาในภาพรวมทั้งหมด อาทิ สยาม เกษร เซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นเตอร์วัน ตลอดจนร้านค้ารนายย่อย เนื่องจากปัญหาการเมืองไทยส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตานักลงทุนต่างชาติอย่างมาก เห็นได้จากสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังระดับโลกกว่า 10 แบรนด์ชะลอเข้ามาเปิดช้อปในไทย และหันไปเปิดในประเทศเวียดนามและจีนแทน เพราะไม่มั่นใจกับสถานการณ์ในไทย และไม่รู้ว่าจะกลับมาลงทุนในไทยอีกเมื่อใด

“ในฐานะคนไทยสิ่งที่อยากเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งดำเนินการด่วนที่สุดคือ แผนปรองดองในประเทศให้ภาครัฐออกแผนมาเป็นข้อๆ ไม่ให้คนไทยมีสีหรือมีค่าย เพื่อให้คนไทยกลับมารักกันเหมือนเดิม และแนวทางช่วยรายย่อยที่ไม่ได้ขายสินค้ามา 2 เดือนแล้ว รัฐจะช่วยอย่างไร” นางสาธิมา กล่าว

บทสรุปหลังสิ้นสุดการชุมนุม ที่แม้จะเกินคาดหมายของผู้ประกอบการย่านราชประสงค์เอาไว้มาก ทว่าสิ่งที่ทุกฝ่ายล้วนเร่งทำเวลานี้ คือพลิกฟื้นย่านราชประสงค์ให้กลับคืนเป็นแลนด์มาร์ค เป็นเดสติเนชันแห่งการช็อปปิ้งของเมืองไทยได้อย่างบรรเจิดอีกครั้ง

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน