posttoday
แนะสูตรบุกพม่ารู้สึกกฏหมาย-ภาษี

แนะสูตรบุกพม่ารู้สึกกฏหมาย-ภาษี

20 มิถุนายน 2557

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

พม่าเป็นประเทศที่มีความอุดมสมบูรณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติ และเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีประชากร 60 ล้านคน ส่งผลให้พม่ากลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดความสนใจในการเข้าไปลงทุนของนักธุรกิจจากประเทศต่างๆ ทั้งชาติตะวันตก ญี่ปุ่น และอาเซียน เพราะตระหนักดีว่าพม่ามีศักยภาพและโอกาสที่เศรษฐกิจจะเจริญเติบโตได้อีกมหาศาล

วิรัตน์ ศิริขจรกิจ กรรมการบริหาร บริษัท สำนักภาษี เคพีเอ็มจี ภูมิไชย ให้ข้อมูลถึงภาพรวมการลงทุนในพม่าว่า โอกาสสำหรับนักลงทุนไทยไปขยายการลงทุนในพม่ายังคงเปิดกว้าง โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ในกลุ่มอุตสาหกรรมการเกษตร การท่องเที่ยว และการลงทุนในระบบสาธารณูปโภค เนื่องจากพม่าเป็นตลาดขนาดใหญ่ ยังไม่สามารถผลิตสินค้าต่างๆ ที่จำเป็นได้อย่างเพียงพอต่อความต้องการ อีกทั้งชาวพม่ายังนิยมบริโภคสินค้าไทยและเชื่อมั่นว่าเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ ไทยสามารถใช้พม่าเป็นประตูระบายสินค้าสู่ประเทศที่สาม และใช้เป็นฐานผลิตสินค้าเพื่อการส่งออกได้อีกด้วย

ทว่า อุปสรรคของการพัฒนาตลาดพม่าคือ พม่ายังไม่มีการจัดเก็บข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัย ทำให้ขาดข้อมูลด้านการตลาด นอกจากนี้ระบบการเงินของพม่ายังไม่เปิดกว้างมากนัก แต่เชื่อว่าเร็วๆ นี้ ระบบการเงินการธนาคารของพม่าจะเปิดเสรีมากขึ้นเพื่อรองรับการค้า การลงทุนที่ไหลบ่าเข้ามา

สำหรับกฎหมายและมาตรการทางการค้าหลักๆ ของพม่าที่ควรรู้และทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจหิ้วกระเป๋าเข้าไปลงทุน เริ่มจาก “กฎหมายการลงทุน” โดยเฉพาะกฎหมายการลงทุนจากต่างประเทศ (Foreign Investment Law) ที่เน้นส่งเสริมอุตสาหกรรมการผลิต “มูลค่าเพิ่ม” เพื่อให้มีการถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีสมัยใหม่สู่ท้องถิ่น สร้างเสถียรภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน และปรับโครงสร้างธุรกิจภายในประเทศให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

ที่ผ่านมา รัฐบาลพม่าได้ปรับปรุงกฎระเบียบให้ผ่อนคลายและเอื้อต่อธุรกิจต่างชาติมากขึ้น อีกทั้งยังได้เพิ่มสิทธิพิเศษในการลงทุน เนื่องจากมีความต้องการเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่เป็นการลงทุนในระยะยาว มีการถ่ายทอดเทคโนโลยี ความเชี่ยวชาญชำนาญ และการขยายตลาด โดยเฉพาะการลงทุนใหม่

“พม่าผ่อนปรนให้นักลงทุนต่างชาติสามารถเข้าไปลงทุนหรือถือหุ้นได้ 100% ในบางสาขา หรือสามารถตั้งสำนักงานตัวแทนได้ แต่ก็ยังมีการลงทุนบางประเภทที่ยังสงวนการลงทุนให้กับคนท้องถิ่น เช่น ธุรกิจการเงินการธนาคาร โทรคมนาคม นอกจากนี้ ธุรกิจค้าปลีกค้าส่งก็ยังเป็นธุรกิจอีกประเภทที่พม่ายังไม่เปิดให้ต่างชาติเข้าไปมากนัก คงต้องรออีกสักพัก”

วิรัตน์ แนะนำว่า ทางลัดในการเข้าไปลงทุนในพม่าที่ง่ายและเร็วที่สุดนั้น คงหนีไม่พ้นการเข้าไปควบรวมกิจการ หรือการร่วมทุนกับพันธมิตรคู่ค้าที่มีที่ดิน หรือมีธุรกิจอยู่แล้ว ที่สำคัญต้องเป็นพันธมิตรที่ไว้ใจได้ การร่วมทุนจะง่ายกว่าการเข้าไปลุยเอง เพราะมีทั้งแรงงาน ฐานลูกค้า และตลาดอยู่แล้ว วิธีการนี้เป็นที่นิยมของบริษัทใหญ่ๆ จากสหรัฐที่เข้าไปลงทุนในพม่า

อีกเรื่องที่นักธุรกิจไทยต้องศึกษาให้เข้าใจก่อนตัดสินใจลงทุนคือ “ระบบภาษีอากร” ระบบภาษีที่เกี่ยวข้องกับนักลงทุนของต่างชาติในพม่า มีทั้งภาษีการค้า (Commercial Tax) ที่ขึ้นอยู่กับประเภทของธุรกิจและประเภทของรายได้ ได้แก่ สินค้าจำเป็นขั้นพื้นฐาน (สินค้าทั่วไปที่ผลิตในประเทศ) คิดอัตราภาษีที่0.5-2.5% สินค้าฟุ่มเฟือย เช่น บุหรี่ เหล้า หยก อัญมณี น้ำมันเชื้อเพลิง ไข่มุก อัตราภาษีอยู่ที่ 3–20% ธุรกิจบริการ เช่น รถไฟ โรงแรม และธุรกิจการค้า อัตราภาษีอยู่ที่ 5% เช่นเดียวกับธุรกิจค้าส่งและค้าปลีก

ขณะที่ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ชาวต่างชาติที่มีถิ่นพำนักในพม่า (Resident Foreigner) หรือผู้ที่ทำงานในพม่า 183 วันขึ้นไป เสียภาษีอัตรา 115% ส่วนชาวต่างชาติที่มิได้มีถิ่นพำนักในพม่า (Nonresident Foreigner) ต้องเสียภาษีสูงถึง 35% ของเงินได้

สำหรับอัตรา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ขึ้นอยู่กับการจดทะเบียนในหรือนอกประเทศ บริษัทต่างชาติที่จดทะเบียนในพม่าจะเสียภาษี 30% หากไม่ได้จดทะเบียนในพม่าแต่ไปปิดสาขาต้องเสียภาษีขั้นต่ำ 35%

กฎหมายและระบบภาษีที่กูรูที่ปรึกษาด้านกฎหมายและภาษีบอกมา เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นที่นักธุรกิจไทยต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจก่อนตะลุยตลาดพม่า เพราะพม่ายังเต็มไปด้วยโอกาสสำหรับผู้ประกอบการและสินค้าไทย อยู่ที่ว่าใครจะหาเจอเร็วกว่ากัน

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน