
คตร.สั่งกรมชลฯหั่นราคากลาง2โครงการน้ำ
คตร.สั่งกรมชลประทานหั่นราคากลาง 2 โครงการชี้ควรลดได้อีก 10-20% เตรียมเชิญเอกชนต่อรอง 30 มิ.ย.
คตร.สั่งกรมชลประทานหั่นราคากลาง 2 โครงการชี้ควรลดได้อีก 10-20% เตรียมเชิญเอกชนต่อรอง 30 มิ.ย.
เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. แหล่งข่าวในคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ(คตร.) ที่ตั้งโดยคณะกรรมการรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคตร.ที่ประชุมได้สั่งการให้กรมชลประทานไปต่อรองราคาค่าก่อสร้างใน 2 โครงการใหญ่ที่มีการประมูลไปเมื่อปลายปี 2556 ที่ผ่านมาและอยู่ระหว่างการต่อรองราคาโดยเห็นว่า ราคากลางสูงเกินไป และขณะนี้ไม่มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องแล้ว มีแต่คสช.ที่จะดูแลการทำงานทุกกระทรวงเท่านั้น
"พูดง่ายก็คือให้กรมชลฯไปต่อรองราคากลางลงมา ให้ได้ราคา คสช. นั่นเอง เพราะที่ประชุมมองว่าเมื่อไม่มีการเมือง ไม่มีเงินทอนน่าจะลดราคาลงมาได้อีกประมาณ 10-20 %"แหล่งข่าวระบุถึงบรรยากาศในการประชุมคตร.ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ทั้งสองโครงการคือ โครงการจ้างก่อสร้างระบบชลประทานฝั่งซ้าย สัญญาที่ 1 โครงการห้วยโสมงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งประกาศให้ยื่นการประมูลเมื่อ 1 ต.ค. 2556 มีการตั้งราคากลางไว้ที่ 1,197 ล้านบาท พบว่าเอกชนยื่นซอง 5 รายหลังตรวจสอบสิทธิมี 4 บริษัทที่มีสิทธิเข้าประกวดราคาด้วยวิธีอิเลคทรอนิกส์คือ บริษัทกิจการร่วมค้า พียู จำกัด บริษัท ช.การช่าง จำกัด(มหาชน) บริษัทสี่แสงการโยธา จำกัด และบริษัทกรุงธนเอนยิเนียร์ จำกัด
อีกโครงการคือ โครงการจ้างก่อสร้างระบบส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้ายพร้อมอาคารประกอบ โครงการเขื่อนทดน้ำผาจุก จังหวัดอุตรดิตถ์ ราคากลาง 2,077 ล้านบาท โดยประกาศเมื่อ 1 ต.ค. 2556เช่นกัน พบว่ามีผู้ซื้อซอง 4 ราย ตรวจสอบคุณสมบัติที่จะเข้าประกวดราคาทางอิเลคทรอนิกส์ 3 รายคือ บริษัท ช.การช่าง จำกัด(มหาชน) บริษัทกรุงธนเอนยิเนียร์ จำกัด และ บริษัทสี่แสงการโยธา จำกัด
ทั้งนี้สองโครงการลงนามในประกาศผลคัดเลือกผู้มีคุณสมบัติเข้าประกวดราคา เมื่อ 27 พ.ย. 2556โดยนายสัญชัย เกตุวรชัย รองอธิบดีกรมชลประทาน ปฏิบัติหน้าที่แทนอธิบดีกรมชลประทาน
ด้าน นายสัญชัย กล่าวว่าทั้งสองโครงการได้ประกวดราคาแล้วเสร็จและได้ผู้ชนะการกวดแล้วแต่จำไม่ได้ว่าเป็นบริษัทใดชนะ และที่ผ่านมากรมได้ทำเรื่องเข้าคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาเนื่องจากเป็นโครงการเกิน 1 พันล้านบาท แต่ครม.ยังไม่ทันพิจารณาก็มีการยุบสภาก่อน อย่างไรก็ตามกรมฯจะออกหนังสือเชิญบริษัทที่ชนะมาต่อรองราคาตามคำสั่งของคตร.ที่ให้สรุปภายใน 30 มิ.ย.นี้
ขณะที่ นายลี ฮัน กู ผู้อำนวยการ(ทรัพยากรแม่น้ำ/น้ำ)ฝ่าย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โคเรีย วอเตอร์ รีซอร์สเซส คอร์ปอเรชั่น ( เควอเตอร์) เปิดเผยว่า ขณะนี้เค วอเตอร์ยังคงรอความชัดเจนเกี่ยวกับโครงการบริหารจัดการน้ำของคณะรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ(คสช.) ว่าจะมีนโยบายด้านการบริหารจัดการน้ำต่อไปอย่างไร เนื่องจากเควอเตอร์เป็นรัฐวิสาหกิจของเกาหลีที่มีความผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการบริหารจัดการน้ำที่ทันสมัย ซึ่งพร้อมที่จะร่วมมือกับรัฐบาลไทยต่อไป
ทั้งนี้ปัจจุบันบริษัท ยังทำงานด้านการให้คำปรึกษาร่วมงานกับหน่วยงานต่างๆของรัฐบาลไทย อาทิ การประปาส่วนภูมิภาค กรมชลประทาน ในโครงการพัฒนาแหล่งน้ำฝั่งตะวันออก
"ที่ผ่านมา คสช.ยังไม่ได้เรียก เค วอเตอร์เข้าไปให้ขอข้อมูล เกี่ยวกับโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท แต่รับทราบในเบื้องต้นว่ามีการพับโครงการไปแล้ว ในฐานะที่เควอเตอร์เป็นหนึ่งในผู้เสนอตัวร่วมประมูลโครงการดังกล่าวมาถึงวันนี้ เค วอเตอร์ยังคง พร้อมให้ความร่วมมือกับ คสช.เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่มีข้อมูลทางด้านน้ำ เทคโนโลยีที่ทันสมัย"นายลีกล่าว
ภาพประกอบข่าวจากแฟ้มภาพ







