
TSRลุ้นเข้าเทรดวันแรกทะลุ3.50บาท
ผู้บริหารมั่นใจ TSR เข้าเทรดวันแรกเป็นที่สนใจนักลงทุน ไอพีโอมีไม่พอขาย จุดแข็งกำไรโตตลอด
ผู้บริหารมั่นใจ TSR เข้าเทรดวันแรกเป็นที่สนใจนักลงทุน ไอพีโอมีไม่พอขาย จุดแข็งกำไรโตตลอด
นายวิรัช วงศ์นิรันดร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เธียรสุรัตน์ (TSR) เปิดเผยว่า TSR จะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย วันที่ 19 มิ.ย. เป็นวันแรก คาดว่าจะได้รับความสนใจจากผู้ลงทุน เพราะหุ้นเพิ่มทุนเสนอขายครั้งแรก (ไอพีโอ) จำนวน 86 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 3.50 บาท มีไม่พอขาย โดยนักลงทุนมองธุรกิจขายเครื่องกรองน้ำไม่มีวันตาย ฐานะการเงินมั่นคง และผลประกอบการในอดีตมีกำไรสุทธิมาโดยตลอด ขณะที่อัตราหนี้สินต่อทุน (ดี/อี) อยู่ในระดับต่ำเพียง 0.6 เท่าเท่านั้น
นอกจากนี้ บริษัทยังมีโอกาสการเติบโตได้อีกสูง โดยตั้งเป้าหมายภายใน 3 ปีข้างหน้า หรือปี 2559 รายได้จะขยับขึ้นเป็น 2,000 ล้านบาท โต 2 เท่าตัว จากปี 2556 มีรายได้ประมาณ 1,000 ล้านบาท ปัจจัยที่จะสนับสนุนการเติบโตคือการรุกตลาดต่างจังหวัดอย่างจริงจัง เพราะปัจจุบันมีสัดส่วนยอดขายในต่างจังหวัดเพียง 10% ของยอดขายรวม พร้อมกันนี้จะขยายช่องทางการขายใหม่ๆ นอกเหนือจากการขายตรง
สำหรับปี 2557 คาดว่ายอดขายเครื่องกรองน้ำจะมีการเติบโต 10% จากปี 2556 ที่มียอดขาย 1.8 แสนเครื่อง แต่คาดว่ารายได้จะเติบโตสูงกว่าในอัตรา 20% เนื่องจากมีการพัฒนาสินค้าใหม่ทำให้ราคาขายต่อหน่วยจาก 7,500 บาท/เครื่อง เป็น 9,700 บาท/เครื่อง ด้านอัตรากำไรสุทธิในปีนี้น่าจะดีขึ้น จากปัจจุบันอยู่ในระดับ 8% ผลจากการขยายช่องทางการขายไปยังโมเดิร์นเทรด และขายผ่านออนไลน์
นายวิรัช กล่าวอีกว่า เงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ 300 ล้านบาท จะนำไปสร้างโรงงานใหม่เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 3 หมื่นเครื่อง/เดือน จากปัจจุบัน 1.5 หมื่นเครื่อง/เดือน รวมถึงนำไปปรับปรุงระบบคอมพิวเตอร์ใหม่ รวมถึงเปิดสาขาและศูนย์บริการเพื่อตอบสนองแผนการรุกตลาดต่างจังหวัด โดยคาดว่าภายในปี 2557 บริษัทจะมีสาขา 7 สาขา และ 8 ศูนย์บริการ จากปัจจุบันมี 4 สาขา และ 6 ศูนย์บริการ ใช้เงินลงทุนต่อสาขาไม่สูง ประมาณ 1 ล้านบาท/สาขา
บริษัทยังอยู่ระหว่างการศึกษาเจาะตลาดไปยังประเทศในกลุ่มอาเซียน (เออีซี) โดยให้ความสนใจประเทศฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย ซึ่งมองรูปแบบไว้ทั้งการหาผู้ร่วมลงทุน การไปเปิดสาขา หรือการจัดตั้งตัวแทนจำหน่าย
ด้านผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกปีนี้ บริษัทมีกำไรสุทธิ 16.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.71 ล้านบาท เติบโตถึง 65.33% เมื่อเปรียบเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 10.27 ล้านบาท
บริษัทถือว่ากำไรอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ โดยสามารถรักษาระดับยอดขายไม่ให้ลดลง ทั้งๆ ที่อยู่ในช่วงที่ประเทศประสบกับปัญหาทางด้านการเมือง ซึ่งมีผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจค่อนข้างมาก
“บริษัทสามารถรักษาระดับการขายได้นี้ แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อคุณภาพของสินค้า ศักยภาพของทีมขาย นอกจากนี้ในไตรมาสแรกบริษัทได้มีการออกสินค้าเครื่องกรองน้ำรุ่นใหม่ รุ่น Super Alkali โดยน้ำที่ผ่านการกรองจะมีความเป็นด่างอ่อนๆ มีประโยชน์ต่อสุขภาพ จึงได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี”
สำหรับการบริหารต้นทุน บริษัทสามารถรักษาสัดส่วนต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เห็นได้จากอัตรากำไรขั้นต้นยังคงอยู่ในอัตรา 81% และค่าใช้จ่ายในการขายยังคงอยู่ในอัตรา 50% ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนเล็กน้อย







