
ย้ายยาสูบป่วนเจอคสช.สั่งชะลอประมูลเครื่องจักร
โรงงานยาสูบเลื่อนประมูลซื้อเครื่องจักร 6,000 ล้านบาท หลัง คสช. สั่งสอบการลงทุนเกินพันล้าน
โรงงานยาสูบเลื่อนประมูลซื้อเครื่องจักร 6,000 ล้านบาท หลัง คสช. สั่งสอบการลงทุนเกินพันล้าน
รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า โรงงานยาสูบได้ชี้แจงเรื่องผลกระทบจากการที่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สั่งให้ชะลอการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าเกิน 1,000 ล้านบาท โดยมีหนังสือแจ้งมายังโรงงานยาสูบ เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. ให้ชะลอการลงทุนไว้ก่อน
ดังนั้น จึงส่งผลให้โรงงานยาสูบต้องแจ้งเลื่อนการเปิดประมูลซื้อเครื่องจักรที่เตรียมนำไปใช้ในโรงงานยาสูบแห่งใหม่ ที่ อ.โรจนะ จ.พระนครศรีอยุธยา ที่กำหนดวันเปิดอินเตอร์บิทในวันที่ 23 มิ.ย.นี้ โดยเบื้องต้นคาดว่ามีบริษัทผลิตเครื่องจักรจาก 3 ประเทศที่สนใจเข้าประมูลครั้งนี้ ได้แก่ บริษัทจาก จีน อิตาลี และเยอรมนี
สำหรับวงเงินที่เตรียมไว้สำหรับซื้อเครื่องจักรใหม่จำนวน 6,000 ล้านบาท เป็นเงินที่โรงงานยาสูบทยอยขอกันมาจากเงินนำส่งรายได้ ขณะที่มูลค่าโครงการของโรงงานยาสูบอยู่ที่ 1.62 หมื่นล้านบาท ตั้งเป้าหมายกำลังการผลิต 3.2 หมื่นล้านมวน/ปี
ทั้งนี้ ผลจากการชะลอการจัดซื้อเครื่องจักรดังกล่าว จะกระทบต่อแผนย้ายโรงงานยาสูบเพื่อคืนพื้นที่ให้ทำสวนสาธารณะเบญจกิติ ตามนโยบายของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และหัวหน้า คสช. ที่ต้องการให้ย้ายโรงงานยาสูบอย่างรวดเร็ว
จากเดิมนั้นเป็นที่คาดการณ์ว่า เมื่อโรงงานที่โรจนะแล้วเสร็จ ซึ่งขณะนี้มีความคืบหน้ากว่า 80% และได้ประมูลเพื่อคัดเลือกบริษัทที่ผลิตเครื่องจักร ซึ่งต้องใช้เวลาทำเครื่องอีกกว่า 1 ปีแล้ว คาดว่าจะสามารถย้ายโรงงานยาสูบไปอยู่ที่อยุธยาได้ในปลายปี 2558 หรืออย่างช้าไม่เกินไตรมาสแรกของปี 2559
อย่างไรก็ตาม หากการประมูลต้องล่าช้าออกไป ก็คงจะกระทบต่อการคืนพื้นที่เพื่อทำสวนสาธารณะออกไปด้วย โดยคาดว่าหากสามารถคืนพื้นที่ทั้งหมดอีกกว่า 300 ไร่ได้ จะทำให้สวนเบญจกิติเป็นสวนสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เพราะจะมีพื้นที่ทั้งหมดมากกว่า400 ไร่
ขณะที่ส่วนของโรงพยาบาลยาสูบจะยังไม่ย้ายตามไปด้วย โดยโรงงานยาสูบได้ทำข้อตกลงกับวิทยาลัยแพทยศาสตร์นานาชาติจุฬาภรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อพัฒนาโรงพยาบาลยาสูบให้มีความทันสมัยมากขึ้น







