
Biz Monitor
เอปสันชี้ตลาดพรินเตอร์หดตัว 5%
เอปสันชี้ตลาดพรินเตอร์หดตัว 5%
นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดพรินเตอร์ประเภทหมึกพิมพ์ (อิงค์เจ็ต) ปีนี้คาดว่าจะลดลง 5% จากปีก่อนมียอดขายรวม 1.3 ล้านเครื่อง แต่คาดว่าในแง่มูลค่าจะเพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อนที่อยู่ที่ 3,000 ล้านบาท เพราะกำลังซื้อผู้บริโภคฟื้นตัวขึ้นหลังจากการเมืองคลี่คลาย และ ผู้บริโภคใส่ใจใช้หมึกพิมพ์ของแท้จากโรงงานที่คุ้มค่ากว่าหมึกใน ท้องตลาดทั่วไป ขณะที่บริษัทในปีนี้ตั้งเป้าเติบโต 810% พร้อมย้ำตำแหน่งผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่ง 30% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนอยู่ที่ 25-26% โดยเน้นการทำตลาดพรินเตอร์หมึกพิมพ์ความจุสูง ซึ่งมีมูลค่าต่อเครื่องสูงกว่าพรินเตอร์ความจุต่ำ มุ่งเจาะกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงลูกค้าทั่วไปซึ่งมูลค่าเครื่องต่ำ ซึ่งจะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 40% ต่อ 60% ตามลำดับ จากปีก่อนที่อยู่ที่ 30% ต่อ 70% ตามลำดับจากยอดขายรวมของบริษัท
"กำลังซื้อผู้บริโภคต่อจากนี้จะฟื้นตัวดีขึ้นทำให้ตลาดติดลบน้อยลงเหลือ 5% จากปีก่อนที่ลดลงถึง 34% ขณะที่ในมุมมองบริษัทแม่มองว่า ตลาดพรินเตอร์ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นซึ่งยังมีศักยภาพที่ดีอยู่ ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของประเทศไทยที่เมื่อเวลาฟื้นตัวจะกลับมาฟื้นตัวเร็ว" นายยรรยง กล่าว
สำหรับสัดส่วนการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายในตลาดพรินเตอร์หมึกพิมพ์ความจุสูงในปีนี้ บริษัทจะเน้นเข้าถึงกลุ่ม ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เพิ่มขึ้นเป็น 70% จากปีก่อน 63% และ กลุ่มครัวเรือน เพิ่มขึ้นเป็น 50%จากปีก่อน 39% ขณะที่กลุ่มองค์กรและสภาบันการศึกษาจะคงที่อยู่ในระดับ 95% เทียบเท่าปีก่อน
นอกจากนี้ ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวพรินเตอร์อิงค์เจ็ตแท็งค์แท้จากโรงงานในตระกูล แอลซีรี่ย์ (LSeries) ที่จัดอยู่ในกลุ่มพรินเตอร์หมึกพิมพ์ความจุสูง จำนวน 4 รุ่น โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 3,990 18,900 บาท โดยเน้นความคุ้มค่าราคาการพิมพ์ต่อแผ่นถูกสุดในตลาดที่ 6 สตางค์ต่อแผ่น และสามารถรองรับปริมาณการพิมพ์ต่อหมึกหนึ่งชุดได้สูงสุด 4,000 แผ่น
อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในตลาดพรินเตอร์ปัจจุบันมีการแข่งขันด้านราคาน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด จากการเน้นการชูจุดเด่นของผลิตภัณฑ์และความเชื่อมั่นในตราสินค้ามากขึ้น ส่งผลให้จากการสำรวจพบว่า ร้านติดตั้งแท็งค์ปลอม ในตลาดหายไปกว่า 50% จากความใส่ใจของผู้บริโภคที่หันมาลงทุนใช้สินค้าของแท้ที่มีความคุ้มค่าระยะยาว
สยามนุวัตรผุด 2 คอนโดหรู 6,000 ล.
นายธราธร อักษรานุวัตร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามนุวัตร เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทมีแผนเปิดตัวคอนโดมิเนียม 2 โครงการ ประกอบด้วยโครงการวิช ซิกเนเจอร์ มิดทาวน์สยาม ใกล้รถไฟฟ้าบีทีเอสราชเทวี ราคาขายเฉลี่ย 1.5 แสนบาท/ตร.ม. จำนวน 623 ยูนิต รวมมูลค่าโครงการกว่า 5,000 ล้านบาท ตั้งราคาขายต่อยูนิต 320 ล้านบาท จำนวน 623 ยูนิต รวมมูลค่าโครงการกว่า 5,000 ล้านบาท จับกลุ่มลูกค้าระดับบน ซึ่งคาดว่าจะปิดการขายได้ในเดือน ก.ย.นี้ และโครงการวิช ซิกเนเจอร์ ราคาขายเฉลี่ย 1.5 แสนบาท/ตร.ม. ซึ่งอยู่ระหว่างออกแบบ โดยการเปิดตัว 2 โครงการดังกล่าว เป็นการกลับมาเปิดตัวโครงการใหม่ในรอบ 3 ปีของกลุ่มสยามนุวัตร เพราะอยู่ระหว่างรวบรวมที่ดินในการพัฒนาทั้ง 2 โครงการ และมั่นใจว่าตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ ยังมีความต้องการต่อเนื่อง โดยเฉพาะทำเลใจกลางเมือง ซึ่งบริษัทยังมีที่ดินพร้อมพัฒนาในย่านราชเทวีอีก 5 ไร่ คาดว่าจะพัฒนาในปีหน้า ส่วนรายได้ของทั้งกลุ่มปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 2,000 ล้านบาท แบ่งเป็น อสังหาริมทรัพย์ 60% ธุรกิจคอมพิวเตอร์ 30% และภาคอุตสาหกรรม 10%
เปิดตัว2ผลิตภัณฑ์ใหม่งานสหกรุ๊ปแฟร์
นายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ เปิดเผยว่า ได้จัดงาน สหกรุ๊ป แฟร์ ครั้งที่ 18 ภายใต้แนวคิด An Honest World 2014 ซื่อสัตย์ ซื่อตรง อย่างจริงใจ วันที่ 2628 มิ.ย. นี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในงานจะนำเสนอสินค้าที่ผลิตขึ้นในไทยด้วยนวัตกรรมล้ำสมัย แก่นักลงทุน ผู้ประกอบการไทยและต่างชาติ พร้อมแนะนำผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางค์ใหม่ที่สร้างขึ้นเพื่อสาววัยรุ่นและวัยทำงาน เค เอ็ม เอ ซีเคร็ท การ์เด้น และเสื้อผ้าสตรี แบรนด์ เอราวอน เกิร์ลเฟรนด์ โดยหลังจากเปิดตัวในงานนี้แล้ว จะวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ก.ค. เป็นต้นไป
ไมโครซอฟท์จัดโครงการเตรียมพร้อมเด็กไทย
นายฮาเรซ คูบจันดานิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ได้สานต่อแนวทางร่วมปฏิรูปการศึกษาไทย เปิดตัวโครงการนำร่อง สมาร์ท คลาสรูม ที่แรกของโลก โดยเป็น ความร่วมมือระหว่างไมโครซอฟท์กับเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ได้แก่ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย นนทบุรี และโรงเรียนวรราชาทินัดดามาตุวิทยา จ.ปทุมธานี เพื่อพัฒนาห้องเรียนต้นแบบขึ้นมาฝึกฝนทักษะนักเรียนไทยรับมือโลกศตวรรษที่ 21 สู่การพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ผ่านองค์ประกอบ 4 ข้อ คือ ความพร้อมของครู เนื้อหาการเรียนการสอนแบบดิจิทัล ซอฟต์แวร์และบริการ และดีไวซ์ที่นำมาใช้ในห้องเรียน







