
ออเนสต์ ช็อป กลับสู่ธุรกิจตามวิถีแห่งวัฒนธรรม
เพื่อให้ได้กำไรสูงที่สุด จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่บรรดาผู้ประกอบการจะสรรหาวิธีการผลิตสินค้าให้ได้ต้นทุนต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
โดย...ก้องภพ เทอดสุวรรณ
เพื่อให้ได้กำไรสูงที่สุด จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่บรรดาผู้ประกอบการจะสรรหาวิธีการผลิตสินค้าให้ได้ต้นทุนต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยเห็นได้ทั่วไปจากปริมาณผลผลิตทางการเกษตรที่ผ่านการตัดแต่งพันธุกรรม (จีเอ็มโอ) ที่มีให้เห็นเกลื่อนเมือง
อย่างไรก็ตาม สำหรับ ออเนสต์ ช็อป ร้านขายเนื้อสัตว์ตามหลักฮาลาลในศาสนาอิสลาม ในมหานครนิวยอร์กแห่งนี้ กลับเลือกที่จะเดินตามวิถีทางที่ศาสดาบัญญัติไว้มากกว่าจะใฝ่หาแต่กำไรอย่างเดียว
“ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นในร้านของเรา ตั้งแต่เนื้อแฮมเบอร์เกอร์ ไปจนถึงเนื้อไก่ ล้วนแล้วแต่ปราศจากการเลี้ยงด้วยสารเร่งฮอร์โมนและจีเอ็มโอ” คาลิด ลาทีฟ เจ้าของร้านขายเนื้อตามหลักศาสนากล่าว
ทั้งนี้ ตามประมวลคำตัดสิน (ฟัตวา) ของศาลบางประเทศในโลกมุสลิม ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า พืชที่ผ่านการตัดต่อพันธุกรรมนั้นผิดหลักอิสลาม เนื่องจากเป็นการไปเปลี่ยนแปลงสิ่งที่พระเจ้าสร้างเอาไว้
ลาทีฟเริ่มเปิดร้านแห่งนี้ได้ครั้งแรก โดยร่วมกับหุ้นส่วน คือ อานัส ฮัสซัน และบัสซัม ตาริก หลังจากได้สนทนากับนักศึกษาชาวมุสลิมแล้วพบว่า ในย่านชุมชนที่สามหนุ่มอาศัยอยู่ยังขาดแคลนแหล่งเนื้อสัตว์ที่ถูกต้องตามหลักศาสนา เพราะสัตว์เหล่านี้มักได้รับการเลี้ยงด้วยอาหารจีเอ็มโอ ทั้งสามจึงเสาะหาฟาร์มรายย่อยที่เลี้ยงสัตว์ด้วยอาหารธรรมชาติในเขตรัฐแมสซาชูเซตส์ นิวยอร์ก และแมริแลนด์
ธุรกิจของสามหนุ่มไม่ได้ตอบโจทย์เฉพาะผู้เคร่งครัดตามหลักอิสลามเท่านั้น แต่ยังเป็นที่นิยมของบรรดาผู้ที่อยากบริโภคสินค้าคุณภาพปลอดจีเอ็มโออีกด้วย โดยกว่า 60% ของลูกค้ากลับเป็นผู้ที่มาจากชุมชนอื่นที่ไม่ใช่มุสลิม ทั้งสามจึงได้ขยายรูปแบบสินค้าออกไปหลายประเภทด้วย หลังจากเปิดตัวเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ตอนนี้มีลูกค้าถึง 700 ราย
“เราได้บอกคนในชุมชนของเราไปว่า เราไม่ควรมองแต่เรื่องความศรัทธาเท่านั้น หากสิ่งนั้นนำประโยชน์มาสู่เรา” ลาทีฟ กล่าวพร้อมเสริมว่า ร้านขายเนื้อแห่งนี้พร้อมประกันเนื้อที่มีคุณภาพมาสู่ผู้ที่ต้องการ
แม้จะประสบความสำเร็จในการเป็นแหล่งกระจายเนื้อสัตว์ที่มีคุณภาพสู่ชุมชนของตน ทว่าด้วยกรรมวิธีเชือดสัตว์ที่ต้องใช้วิธีอย่างเฉพาะเจาะจง ทำให้ธุรกิจมีต้นทุนสูงมาก โดยเฉลี่ยราคาทั่วไปจะสูงกว่าปกติถึง 30% เลยทีเดียว กระนั้นทั้งสามหนุ่มยังคงจะเลือกดำเนินธุรกิจตามครรลองของวัฒนธรรมเช่นเดิม โดยยึดหลักคุณภาพของสินค้าเป็นสำคัญ จึงยังทำให้สามารถแข่งขันกับธุรกิจเจ้าอื่นได้อย่างมีชั้นเชิง
“คนส่วนมากไม่เข้าใจ เราขายเนื้อสัตว์ที่ได้มาด้วยวิธีการที่ถูกต้อง และย่อมมีค่าใช้จ่าย” ซาอิด คูรดีห์ หนึ่งในเจ้าของธุรกิจซัพพลายเออร์เนื้อสัตว์ให้ทั้งสามหนุ่ม กล่าว
นอกจากนี้ ปัญหาที่ออเนสต์ ช็อปพบจริงๆ กลับเป็นแหล่งป้อนสินค้าที่มีอย่างจำกัดมากกว่า เนื่องจากเจ้าของฟาร์มที่คอยผลิตเนื้อให้กับธุรกิจแห่งนี้มักเป็นฟาร์มขนาดเล็กที่ผลิตเนื้อสัตว์ได้จำกัด และไม่ค่อยสนใจจะเพิ่มผลผลิตสักเท่าไรนัก ซึ่งเจ้าของธุรกิจก็เผยว่า หากเป็นเช่นนี้ต่อไป คงต้องเร่งเตรียมแผนสำหรับนำเข้าเนื้อสัตว์จากออสเตรเลียหรือนิวซีแลนด์ในอนาคต
นอกจากนี้ ธุรกิจแห่งนี้คืนกำไรสู่สังคมด้วยการแบ่งกำไรส่วนหนึ่งบริจาคให้กับศูนย์อิสลามในชุมชนอีกด้วย
นับเป็นหนึ่งธุรกิจที่เริ่มหันมาคิดนอกกรอบการดำเนินธุรกิจแบบเดิมๆ และยังสามารถทำกำไรได้ถึงแม้เป้าหมายสูงสุดของธุรกิจจะไม่ใช่กำไร แต่เป็นการนำสินค้าที่มีคุณภาพมาสู่ชุมชนก็ตาม สมกับเป็นธุรกิจของคนยุคใหม่จริงๆ







