posttoday
บี.กริมควักแสนล้านชูธุรกิจพลังงานดันยอด

บี.กริมควักแสนล้านชูธุรกิจพลังงานดันยอด

17 มิถุนายน 2557

หลังจากเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2521 กลุ่ม บี.กริม ยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจหลักในเครืออย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจพลังงาน เครื่องปรับอากาศ การคมนาคม อสังหาริมทรัพย์ หรือด้านสุขภาพและไลฟ์สไตล์

หลังจากเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2521 กลุ่ม บี.กริม ยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจหลักในเครืออย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจพลังงาน เครื่องปรับอากาศ การคมนาคม อสังหาริมทรัพย์ หรือด้านสุขภาพและไลฟ์สไตล์

ปัจจัยที่ทำให้กลุ่ม บี.กริม เดินหน้าขยายธุรกิจในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเกิดจากความมั่นใจในเศรษฐกิจของไทยที่ยังคงแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน แม้ว่าช่วงระยะหลังมานี้ประเทศไทยจะมีปัจจัยลบทางด้านการเมืองเข้ามาส่งผลกระทบบ้าง แต่ผู้บริหารของกลุ่ม บี.กริม ก็มองว่าไทยยังคงเป็นประเทศที่น่าลงทุน

สำหรับธุรกิจที่กลุ่ม บี.กริม ให้ความสำคัญเป็นอันดับ 1 และเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง หนีไม่พ้นธุรกิจด้านพลังงาน ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของกลุ่ม บี.กริม เพาเวอร์ เพราะล่าสุดได้ควักงบสูงถึง 5,300 ล้านบาท เข้าซื้อกิจการโรงไฟฟ้าขนาด 163 เมกะวัตต์ ที่นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง ของบริษัท ไซม์ ดาร์บี้ พีอีที เอนเนอร์จี้ กลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานจากประเทศมาเลเซีย

ฮาราลด์ ลิงค์ ประธาน บี.กริม และบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ กล่าวว่า การซื้อกิจการโรงไฟฟ้าจากบริษัท ไซม์ ดาร์บี้ พีอีที เอนเนอร์จี้ ครั้งนี้จะทำให้บริษัทมีกำลังการผลิตไฟฟ้าเพิ่มเป็น 896 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันมีกำลังผลิตอยู่ที่ 733 เมกะวัตต์ ใน 6 แห่ง

การเข้าซื้อกิจการดังกล่าวนอกจากจะช่วยให้สิ้นปีนี้ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ มีรายได้เพิ่มเป็น 2.32 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากแผนเดิมที่วางไว้ว่าจะมีรายได้อยู่ที่ 1.9 หมื่นล้านบาท เป้าหมายของรายได้ใหม่ดังกล่าวจะส่งผลให้มีรายได้เติบโตจากปีก่อนอยู่ที่ประมาณ 35% และมีผลกำไรอยู่ที่ 8% ของรายได้รวม

จากความสำเร็จดังกล่าว ส่งผลให้บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ มีแผนที่จะเดินหน้าขยายธุรกิจพลังงานอย่างต่อเนื่อง ด้วยการวางแผนระยะยาว 5 ปี หรือประมาณปี 2562 จะต้องมีกำลังการผลิตไฟฟ้าเพิ่มเป็นกว่า 5,000 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันมีโรงไฟฟ้าที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้แล้วประมาณ 2,200 เมกะวัตต์

แนวทางดังกล่าวทำให้บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ ต้องเดินหน้าขยายการลงทุนโรงไฟฟ้าทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์การเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าอีกประมาณ 3,000 เมกะวัตต์ ซึ่งหนึ่งในแผนงานที่คาดว่าจะสามารถช่วยเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าให้เป็นไปตามเป้าหมายได้ คือ การเข้าไปลงทุนสร้างโรงงานไฟฟ้า เพื่อให้บริการในนิคมอุตสาหกรรมของประเทศพม่า

ฮาราลด์ กล่าวว่า ด้วยความที่พม่าเป็นประเทศที่เปิดใหม่ ส่งผลให้เป็นประเทศที่นักธุรกิจหลายคนสนใจที่จะเข้าไปลงทุน แต่เพราะเป็นประเทศเปิดใหม่ก็ทำให้มีข้อจำกัดในการเข้าไปลงทุนหลายเรื่อง เช่น กฎหมาย และระเบียบข้อบังคับของการลงทุน

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีข้อจำกัดในหลายด้าน แต่ประเทศพม่าก็ยังเป็นประเทศที่น่าเข้าไปลงทุนมากกว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียน ดังนั้นพม่าจึงน่าจะเป็นอีกหนึ่งแหล่งรายได้พลังงานที่จะเข้ามาช่วยเติมเต็มเป้าหมายที่บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ วางแผนไว้ เช่นเดียวกับการให้ความสนใจเข้าไปลงทุนพลังงานน้ำในประเทศนอร์เวย์ ซึ่งอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้

ทั้งนี้ จากแนวทางการขยายธุรกิจดังกล่าว ส่งผลให้บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ ต้องเตรียมงบลงทุนอีก 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 9.75 หมื่นล้านบาท เพื่อใช้ในการลงทุนโรงไฟฟ้าในอีก 5 ปีนับจากนี้

งบประมาณการลงทุนที่ค่อนข้างสูง บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จึงมีแผนที่จะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในปี 2559 เช่นเดียวกับการนำธุรกิจโรงไฟฟ้าส่วนหนึ่งไปออกกองทุน เพื่อระดมทุนมาขยายธุรกิจในอนาคต

หลังจากบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ ได้ 2 โรงไฟฟ้าแห่งใหม่เข้ามาบริหาร ในสิ้นปีนี้กลุ่ม บี.กริม มั่นใจว่าจะมีรายได้รวมไม่ต่ำกว่า 3.4 หมื่นล้านบาท โดยอัตราส่วนประมาณ 70% หรือ 2.4 หมื่นล้านบาท เป็นรายได้ที่มาจากธุรกิจพลังงาน ที่เหลืออีก 1 หมื่นล้านบาท เป็นรายได้ที่มาจากกลุ่มธุรกิจเครื่องปรับอากาศ การคมนาคม อสังหาริมทรัพย์ หรือด้านสุขภาพและไลฟ์สไตล์

แม้ว่าขณะนี้กลุ่ม บี.กริม จะยังไม่เปิดเผยเป้าหมายรายได้ในอีก 5 ปีข้างหน้า แต่จากการเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องภายใต้งบลงทุนก้อนโต โดยเฉพาะธุรกิจด้านพลังงาน เชื่อว่าเป้าหมายรายได้ต้องมากกว่าเม็ดเงินลงทุนแน่นอน

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน