posttoday
อุตฯของบ500ล.ช่วยเอสเอ็มอี

อุตฯของบ500ล.ช่วยเอสเอ็มอี

24 พฤษภาคม 2553

กระทรวงอุตฯ เตรียมของบ 500 ล้านบาท เยียวยาเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระจากการชุมนุมอย่างเร่งด่วน โดยหาช่องทางการตลาด สนับสนุนดอกเบี้ย และลดค่าธรรมเนียนรายปีให้แก่โรงงานเอสเอ็มอี

กระทรวงอุตฯ เตรียมของบ 500 ล้านบาท เยียวยาเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระจากการชุมนุมอย่างเร่งด่วน โดยหาช่องทางการตลาด สนับสนุนดอกเบี้ย และลดค่าธรรมเนียนรายปีให้แก่โรงงานเอสเอ็มอี

นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับผู้บริหารกระทรวงเรื่องมาตรการเยียวยาความเดือดร้อนกรณีผู้ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาความรุนแรงทางการเมือง ว่า กระทรวงได้เตรียมของบประมาณจำนวน 500 ล้านบาท เพื่อดำเนินมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการและพนักงานที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน โดยจะแบ่งเป็นงบประมาณสำหรับสนับสนุนดอกเบี้ยจำนวน 300 ล้านบาท และมาตรการอื่นๆอีก 200 ล้านบาท ซึ่งจะนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในสัปดาห์หน้า และนำไปหารือร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ด้วย

ทั้งนี้ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จะจัดหาสถานที่จำหน่วยสินค้ากึ่งถาวรในบริเวณใกล้เคียงกับสถานประกอบการเดิมเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 3 เดือน เพื่อให้ความช่วยเหลือกับร้านค้าที่โดนไฟไหม้ ซึ่งสสว.จะรับผิดชอบ การบริหารจัดการพื้นที่และกิจกรรมพิเศษเพื่อส่งเสริมการขายในรูปแบบต่างๆ

ขณะเดียวกันจะจัดคาราวานในรูปแบบตลาดนัดสัญจรเพื่ออกร้านขายสินค้าของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ให้แก่ข้าราชการและประชาชนผู้มาติดต่อทั่วไปตามหน่วยงานราชการ เพื่อเป็นการขยายโอกาสการขายสินค้าให้สะดวกกับผู้ซื้อ และจัดทำเว็บไซต์ www.rajprasong.com เพื่อเป็นช่องทางการจำหน่ายสินค้าอีกทางหนึ่ง

รวมทั้งจะดำเนินโครงการสนับสนุนการปรับปรุงฟื้นฟูกิจกการแก่เอสเอ็มอี โดยจะสนับสนุนเฉพาะดอกเบี้ยเพิ่มเติม 2% จากอัตราดอกเบี้ยพิเศษที่สถานบันการเงินกำหนด เป็นระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี เมื่อได้รับการอนุมัติสินเชื่อจากสถาบันการเงินทั้งภาครัฐและเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ

นอกจากนี้ จะมีนโยบายยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปีให้แก่โรงงานของเอสเอ็มอี ซึ่งมาตรการนี้ได้เริ่มใช้มาตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจแล้ว และจะหมดอายุในเดือนพ.ค. 2553 จึงจะต่อเวลาออกไปอีก 1 ปี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและลดภาระให้แก่ผู้ประกอบการ

สำหรับเอสเอ็มอีในต่างจังหวัด ก็จะช่วยเหลือเช่นเดียวกับผู้ประกอบการในกรุงเทพฯ โดยให้ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนแจ้งมาที่อุตสาหกรรมจังหวัดในภูมิภาค และขณะนี้สสว.กำลังติดต่อกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ว่าจะใช้ฐานข้อมูลเดียวกับของภาครัฐได้หรือไม่ หรือจะให้ผู้ประกอบการมาลงทะเบียนใหม่

“อย่าไปดูว่ามาตรการเราจะซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น กระทรวงจำเป็นต้องเร่งช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเฉพาะหน้าก่อน โดยจะตั้งให้สสว.เป็นศูนย์กลางในการช่วยเหลือเอสเอ็มอีโดยเฉพาะ ซึ่งได้เปิดบริการสายด่วนเอสเอ็มอี 02-278-8800 ขึ้นเพื่อให้ความช่วยเหลือ ส่วนการช่วยเหลือโรงงานขนาดใหญ่งจะต้องใช้เวลาบ้างไม่สามารถทำได้ทันทีเหมือนการจัดหาพื้นที่ให้ขายของ” นายวิฑูรย์ กล่าว

ทั้งนี้ จากการสำรวจเบื้องต้น พบงว่ามีเอสเอ็มอีที่ได้รับความเสียหายจำนวน 3,000 ราย เป็นผู้ที่ดำเนินธุรกิจในพื้นที่สยามสแควร์ 300 ราย พื้นที่ราชประสงค์ 1,700 ราย อนุสาวรีย์ชัยและพื้นที่อื่นๆ อีก 1,000 ราย

นายวิฑูรย์ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังได้ให้นโยบายต่ออุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศในเรื่องการไม่เลือกปฏิบัติท โดยทุกโรงงาน ทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็กต้องได้รับการปฏิบัติจากอุตสาหกรรมจังหวัดอย่างเท่าเทียมกัน รวมทั้งเป็นตัวกลางในการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน