
ทำธุรกิจไม่พึ่งเว็ปไซต์ทำได้ ถ้าไม่คิดอยากจะโต!
ไม่น่าเชื่อว่าในยุคสมัยที่เกือบทุกอย่างโลดแล่นผ่านระบบออนไลน์แบบไร้สายกันหมดแล้ว แต่ข้อมูลจากการสำรวจของบริษัทวิจัยข้อมูล อิบซอส และกูเกิล กลับพบว่า ในปี 2013 กว่า 55% ของธุรกิจขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) ในสหรัฐมากกว่า 3,800 แห่ง ยังคงไม่มีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง โดยแม้ว่าเป็นสัดส่วนที่ลดลงจากเมื่อปี 2012 ที่มีสูงถึง 58% แต่ก็ถือเป็นสัดส่วนที่มากจนน่าตกใจอยู่ดี
ไม่น่าเชื่อว่าในยุคสมัยที่เกือบทุกอย่างโลดแล่นผ่านระบบออนไลน์แบบไร้สายกันหมดแล้ว แต่ข้อมูลจากการสำรวจของบริษัทวิจัยข้อมูล อิบซอส และกูเกิล กลับพบว่า ในปี 2013 กว่า 55% ของธุรกิจขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) ในสหรัฐมากกว่า 3,800 แห่ง ยังคงไม่มีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง โดยแม้ว่าเป็นสัดส่วนที่ลดลงจากเมื่อปี 2012 ที่มีสูงถึง 58% แต่ก็ถือเป็นสัดส่วนที่มากจนน่าตกใจอยู่ดี
และที่น่าแปลกกว่านั้น คือ หนึ่งในสาเหตุเบื้องหลังที่ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็กเมืองลุงแซมบางแห่งไม่มีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง ก็เพราะไม่อยากให้ธุรกิจโตไปมากกว่านี้
ดังกรณีของ สตีฟ เลิฟ เจ้าของบริษัทผู้ผลิต ไส้กรอกและเนื้อวัวแปรรูป “เลิฟ แลนด์ ฟาร์ม” ในรัฐอินเดียนา เปิดใจว่า สาเหตุที่เจ้าตัวไม่อยากมีเว็บไซต์ เนื่องจากกังวลว่าอาจไม่สามารถตอบสนองความต้องการสินค้าที่อาจเพิ่มมากขึ้นภายหลังเปิดเว็บไซต์ได้
“ผมไม่มีพื้นที่ทางการเกษตรเพียงพอที่จะเลี้ยงหมูหรือวัวเพิ่มแล้ว กำลังการผลิตขณะนี้เต็มแมกซ์ ผมกลัวว่าผมจะรับมือไม่ไหว” เลิฟ ให้เหตุผล โดยแม้ว่าทุกครั้งที่เลิฟไปเปิดร้านขายสินค้าชั่วคราวที่ตลาดนัดรายสัปดาห์ จะมีลูกค้าสอบถามถึงเว็บไซต์ แต่สิ่งที่ เจ้าตัวทำมาตลอด คือ ยื่นนามบัตรที่มีเบอร์โทรศัพท์ร้านและแผนที่ให้เพียงเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม เลิฟ แย้มว่า หากในอนาคตลูกหลานมารับช่วงกิจการต่อและต้องการขยายธุรกิจเพิ่มเติม ก็อาจได้เห็นเว็บไซต์เลิฟ แลนด์ ฟาร์ม ก็เป็นได้
ขณะที่ผู้ประกอบการเมืองลุงแซมบางส่วน ให้เหตุผลว่า ไม่มีเวลาในการพัฒนาเว็บไซต์ เช่น บิล พีทแมน ที่แม้ว่าเจ้าตัวทำธุรกิจรับจ้างเขียนข้อมูลบนเว็บไซต์สำหรับธุรกิจ แต่ดันไม่มีเว็บไซต์เพื่อโฆษณาธุรกิจของตัวเองเสียอย่างนั้น
“ผมยุ่งมากจริงๆ แต่ผมก็รู้ว่า หากผมไม่มีเว็บไซต์ ผมก็ไม่ต่างอะไรกับผีที่ไม่มีตัวตน” พีทแมน ระบุ
ด้วยเหตุนี้ พีทแมนจึงลงทุนซื้อโดเมนเนมเพื่อใช้ในการสร้างเว็บไซต์ พร้อมวางแผนจะจ้างผู้เชี่ยวชาญมาดูแลเว็บไซต์ให้ และคาดว่าทุกอย่างจะเริ่มเป็นรูปเป็นร่างได้ภายใน 6 เดือน
“เป็นเรื่องที่ตลกมาก ที่มีธุรกิจขนาดเล็กในสหรัฐมากกว่าครึ่งที่ยังไม่มีเว็บไซต์ เพราะเป็นสิ่งที่แทบไม่ต้องใช้งบเยอะ แถมทำได้ง่าย โดยใช้เวลาทำเพียง 20 นาทีเท่านั้น ธุรกิจขนาดเล็กทุกแห่งต้องมีเว็บไซต์ ไม่มีข้อแม้ใดๆ” จิม เบลซินเกมส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจขนาดเล็ก ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ไฟแนนเชียลโพสต์
เบลซินเกมส์ อธิบายว่า การสร้างเว็บไซต์ในปัจจุบันนั้น สามารถทำได้ด้วยตัวเองผ่านผู้ให้บริการเช่าพื้นที่ในการนำเว็บไซต์มาฝาก หรือเว็บโฮสติ้ง เช่น วิซดอทคอม (Wix.com) สแควร์สเปซดอทคอม (SquareSpace.com) วีบลีดอทคอม (Weebly.com) และกูเกิล เปิดทางให้เจ้าของธุรกิจสามารถเลือกรูปแบบหน้าเว็บไซต์ ใส่รูปและข้อมูลที่ต้องการได้โดยไม่ต้องพึ่งพาผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิคพิมพ์โค้ดให้วุ่นวาย
“การมีเว็บไซต์ของร้าน นอกจากจะเป็นการสร้างตัวตนทางธุรกิจ ให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในวงกว้างขึ้น ซึ่งจะช่วยกระตุ้นยอดขายได้โดยปริยายแล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยผู้ประกอบการ ลดภาระด้านบริการหลังการขาย โดยไม่ต้องมานั่งวุ่นคอยรับโทรศัพท์เพื่อตอบคำถามเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการอีกด้วย” เบลซินเกมส์ ระบุ
ดังกรณีของ ซินดี เกรสแมน เจ้าของร้านเสื้อยืดพิมพ์ลายแบรนด์ “แบด พิกเกิล ทีส์” ที่ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเป็น 2 เท่า ภายหลังสมัครใช้บริการสร้างเว็บไซต์ผ่านวีบลีดอทคอม ซึ่งคิดค่าใช้บริการปีละ 250 เหรียญสหรัฐ (ราว 8,250 บาท) ต่อปีเท่านั้น
หรือแม้แต่ มาริลิน คาสกีย์ หัวเรือใหญ่ธุรกิจรับฝากขายเสื้อผ้า “เดอะ การ์เมนต์ เอ็กซ์เชนจ์” ในซานอันโตนิโอ ที่หลังจากมีเว็บไซต์ จำนวนลูกค้าที่โทรถามรายละเอียดสินค้าลดลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากลูกค้าสามารถติดตามความเคลื่อนไหวเหล่านี้ได้ผ่านเว็บไซต์ทั้งหมด
รู้อย่างนี้แล้ว ธุรกิจของใครยังไม่มีการสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ทั้งผ่านเว็บไซต์หรือสื่อสังคมออนไลน์ คงต้องเร่งมือเสียแล้ว หากไม่อยากย่ำอยู่กับที่







