posttoday
วังวนอุบัติเหตุ

วังวนอุบัติเหตุ

13 มิถุนายน 2557

อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น 2-3 ครั้งติดๆ กันที่ จ.ระยอง แสดงถึงความบกพร่องในการบริหารจัดการได้ระดับหนึ่ง เพราะผู้บริหารทุกภาคส่วนต้องออกมารายงานชี้แจงและตอบคำถามแก่สาธารณชนใน 2 ประเด็นสำคัญ (ทั้งที่มีมาตรการป้องกันอุบัติเหตุอย่างรัดกุมแล้ว) คือ

อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น 2-3 ครั้งติดๆ กันที่ จ.ระยอง แสดงถึงความบกพร่องในการบริหารจัดการได้ระดับหนึ่ง เพราะผู้บริหารทุกภาคส่วนต้องออกมารายงานชี้แจงและตอบคำถามแก่สาธารณชนใน 2 ประเด็นสำคัญ (ทั้งที่มีมาตรการป้องกันอุบัติเหตุอย่างรัดกุมแล้ว) คือ

1.ทำไมจึงเกิดอุบัติเหตุนั้น

2.จะมีวิธีป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีกในอนาคตได้อย่างไรบ้าง

ตามหลักการแล้ว การป้องกันอุบัติเหตุอันตรายอย่างได้ผล จำเป็นจะต้องศึกษาถึง “สาเหตุและผล” ของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นด้วยวิธีการสอบสวนอุบัติเหตุที่ถูกต้อง เพื่อจะได้รู้ว่า “เกิดจากอะไร” หรือ “ทำไมถึงเกิด” แล้วนำสาเหตุนั้นมาใช้เป็นวิธีป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดซ้ำ

ผลที่ได้จากการสอบสวนและวิเคราะห์อุบัติเหตุจากเหตุการณ์ต่างๆ ในอดีต จึงเป็นที่มาของ “มาตรการป้องกันล่วงหน้า” เพื่อการสร้างเสริมความปลอดภัยอย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต

อุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตจึงไม่ควรเป็นอุบัติเหตุซ้ำซาก แต่ควรจะเป็นกรณีใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน คือเราจะต้องใช้ “อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น” เป็นบทเรียน ที่สำคัญที่สุดก็คือ เราจะต้องรู้จักเข็ดหลาบกับความสูญเสียที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะกรณีที่มีผู้เสียชีวิต

พูดง่ายๆ ว่า “เจ็บแล้วต้องจำ” แต่สิ่งที่เป็นอยู่ในบ้านเรานั้นเหมือนกับเรา “เจ็บแล้วไม่จำ” เพราะเกิดแล้วเกิดอีกแบบซ้ำซาก ความตื่นตัวและมาตรการต่างๆ ดูคล้ายกับทำกันแบบ “ไฟไหม้ฟาง” คือเกิดวูบเดียวแล้วจางหายไป

การสร้างแนวร่วมเพื่อปลูกสร้าง “จิตสำนึกแห่งความปลอดภัย” (Safety Mind) และ “ความยืนหยัดต่อเนื่อง” ให้เกิดขึ้นในสังคมไทย จึงมีความสำคัญยิ่งยวดในขณะนี้

ดังนั้น นอกจากการบรรจุเรื่องความปลอดภัยเข้าไปแทรกอยู่ใน หลักสูตรการศึกษาระดับต่างๆ แล้ว ยังจะต้องช่วยกันปรับเปลี่ยนความคิดความเชื่อที่ไม่ (ค่อย) ถูกต้องให้ถูกต้องด้วย จึงเห็นว่าสมควรที่เราจะต้อง “คิดใหม่ทำใหม่” หรือ “ยกเครื่องกันใหม่” ได้แล้วครับ

ที่คิดกันว่า “ความปลอดภัยมีราคาแพง” หรือ “ต้องลงทุนมาก” จึงไม่น่าจะถูกต้อง

การป้องกันอุบัติเหตุและการสร้างเสริมความปลอดภัยอาจต้องมีการลงทุนบ้าง มีค่าใช้จ่ายบ้าง (เช่นเดียวกับการแก้ปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อม) แต่บางเรื่องเราก็สามารถใช้วิธีการที่ราคาถูก (แต่ได้ผล) หรือไม่ต้องเสีย ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเลยก็ได้ เช่น การฝึกอบรมสอนงานอย่างถูกวิธี ก็เป็น ตัวอย่างที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

เพียงแต่ว่า การสร้างกระแสเรื่อง “จิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม” ของสังคม ทำได้มากกว่าเรื่องของความปลอดภัยมาก ทั้งที่สิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยล้วนแต่ต้องยึดมั่นในหลักการที่ว่า “ถึงจะแพงขึ้นก็จำเป็น”

ทุกวันนี้ “การใช้กฎหมายนำ” เพื่อกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยของเครื่องจักรอุปกรณ์หรือสภาพแวดล้อมในการทำงาน (Safe Working Environment) และวิธีการทำงานอย่างปลอดภัย (Safe Practice) เพื่อการป้องกันอุบัติเหตุและสร้างเสริมความปลอดภัยจึงมีความจำเป็นยิ่งสำหรับบ้านเรา (เมื่อ “จิตสำนึกแห่งความปลอดภัย” ของสังคมยังไม่มากพอ)

แต่เราก็จะต้องรณรงค์สร้าง “แนวร่วม” ด้าน “จิตสำนึกแห่งความปลอดภัย” ให้เพิ่มได้มากๆ เช่นเดียวกับปัญหาด้านมลพิษสิ่งแวดล้อม

ความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและทรัพย์สินของคนไทยทุกคนโดยตรง จึงไม่ควรเป็นเรื่องของ “กำไรขาดทุน” แต่อย่างใด

ถ้ามัวแต่คิดว่าต้องลงทุนหรือต้องเสียค่าใช้จ่ายแล้วไม่ทำการป้องกันล่วงหน้า หรือคิดกันแต่เพียงว่า “เกิดเหตุแล้วค่อยว่ากัน” ต้องถือว่าเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงจริงๆ

ผมขอยืนยันว่า “เรื่องความปลอดภัยแล้ว ถึงแพงก็ต้องทำ” ครับผม!

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน