posttoday
แบงก์เชื่อมั่น GMS หนุนลงทุนลุ่มน้ำโขง

แบงก์เชื่อมั่น GMS หนุนลงทุนลุ่มน้ำโขง

13 มิถุนายน 2557

ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวปาฐกถาในงานเสวนาเรื่องการลงทุนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (The Greater Mekong Investment Forum) ซึ่งจัดขึ้นโดยนิตยสารยูโรมันนี จากประเทศอังกฤษ ว่าขณะนี้มีการเข้ามาลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ในกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขงที่ประกอบด้วย กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม และไทย (จีเอ็มเอส) ค่อนข้างมาก ท่ามกลางการปรับปรุงระบบการขนส่งให้เชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อใช้ประโยชน์เชื่อมถึงกันได้มากขึ้น บวกกับการจะเปิดกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ก็ยิ่งสนับสนุนให้เกิดการเข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่อง และเป็นผลดีต่อประเทศกลุ่มจีเอ็มเอสโดยรวมมากขึ้น

ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวปาฐกถาในงานเสวนาเรื่องการลงทุนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (The Greater Mekong Investment Forum) ซึ่งจัดขึ้นโดยนิตยสารยูโรมันนี จากประเทศอังกฤษ ว่าขณะนี้มีการเข้ามาลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ในกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขงที่ประกอบด้วย กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม และไทย (จีเอ็มเอส) ค่อนข้างมาก ท่ามกลางการปรับปรุงระบบการขนส่งให้เชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อใช้ประโยชน์เชื่อมถึงกันได้มากขึ้น บวกกับการจะเปิดกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ก็ยิ่งสนับสนุนให้เกิดการเข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่อง และเป็นผลดีต่อประเทศกลุ่มจีเอ็มเอสโดยรวมมากขึ้น

ทั้งนี้ ประโยชน์หลักๆ ที่น่าจะเกิดประโยชน์กับประเทศกลุ่มจีเอ็มเอสใน 3 ด้าน คือ 1.การยกเลิกกำแพงภาษีระหว่างกัน 2.การเอื้ออำนวยการขนส่งแบบช่องเดียวจบ (Window Single) ที่ไหลลื่นและสะดวกมากขึ้น และ 3.การเชื่อมโยงทางการเงิน ที่ต่อไปจะสามารถถอนเงินผ่านเอทีเอ็มภายในอนุภูมิภาคได้สะดวกขึ้น ไม่ต้องผ่านหรือจ่ายค่าธรรมเนียมการบริการให้บุคคลที่ 3 เพราะสามารถชำระโอน จ่ายกันได้โดยตรง

นอกจากนี้ การเป็นกลุ่มเออีซียังจะเกิดประโยชน์ต่อยอดกันในภูมิภาคด้วย ทำให้กลุ่มอุตสาหกรรมรวมตัวกันทำให้เกิดการลงทุนเพิ่มขึ้น ขณะที่การเป็นกลุ่มเออีซีก็ยังสนับสนุนให้มีการทำข้อตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) กันเพิ่มขึ้น การขยายตัวในกลุ่มยังอาจทำให้เกิดการเชื่อมโยงไปถึงประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่างจีน และอินเดีย เพิ่มเติมอีก

อย่างไรก็ตาม อนาคตของ GMS จะสดใสขึ้นต้องอาศัยความกล้า เพราะมีความท้าทายที่ไทยและประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่ม GMS ต้องก้าวข้าม และต้องปรับมุมมองระหว่างกันว่าไม่ใช่คู่แข่งกัน แต่เป็นหุ้นส่วนเพื่อแสวงหาความร่วมมือในการลงทุนร่วมกัน และหากลไกการลงทุนรวมถึงต้นทุนการเงินที่เหมาะสมสอดคล้องกันได้

กอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ มองว่า ในช่วง 10 ปีมานี้ อนุภูมิภาคจีเอ็มเอสมีการเข้ามาลงทุนจากต่างชาติเป็นจำนวนมาก นำโดย “จีน” และตามมาด้วย “ญี่ปุ่น” ซึ่งนับเป็นการปักหัวธงนำความเชื่อมั่นของนักลงทุนจากต่างชาติเข้ามายังภูมิภาคนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อหลายประเทศขยายการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน ท่าเรือ และโรงไฟฟ้า อย่างต่อเนื่อง

“ยกตัวอย่างการปลูกส้มในเมืองเมดาน เพื่อส่งไปขายยังกรุงจาการ์ตา ในอินโดนีเซียนั้น กลับมีราคาแพงยิ่งกว่าส้มที่ซื้อมาไกลจากจีนเสียอีก ทั้งที่เป็นการขนส่งภายในประเทศเดียวกัน ซึ่งก็เป็นเพราะอินโดนีเซียยังไม่มีการวางระบบขนส่งและโลจิสติกส์ที่ครอบคลุมเพียงพอ” กอบศักดิ์ กล่าว

จากตัวอย่างดังกล่าวทำให้เห็นได้ชัดว่า แม้ประเทศในกลุ่มจีเอ็มเอสจะยังคงมีความน่าดึงดูดน้อยกว่าบางประเทศในอาเซียน เช่น อินโดนีเซีย ในแง่ของจำนวนประชากรที่น้อยกว่า และการ ขยายตัวของชนชั้นกลางที่เชื่องช้ากว่า ทว่าภูมิภาค จีเอ็มเอสจะมีความได้เปรียบที่โดดเด่นในแง่ของ ระบบโครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคมที่เชื่อมต่อกันเป็นหนึ่งเดียว (Connectivity) ซึ่งนอกจากจะ ดึงดูการลงทุนจากต่างประเทศแล้ว ยังช่วยส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างกันในแง่ของพันธมิตรทางธุรกิจด้วย

นอกจากนี้ กลุ่มจีเอ็มเอสจะยิ่งมีความน่าดึงดูดมากขึ้นอีก หากนับรวมตลาดพื้นที่ตอนล่างของจีนในมณฑล “ยูนนาน” และ ‘กว่างสี” เข้าร่วมด้วย ซึ่งจะทำให้ตลาดอินโดไชนาขนาด 240 ล้านคน ขยายตัวเป็น 350 ล้านคน ขณะที่ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานั้น มีมูลค่าการลงทุนเข้ามายังภูมิภาคอาเซียนสูงถึงปีละ 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐต่อปีเลยทีเดียว

ขณะที่กมัลกานต์ อากาวัล ที่ปรึกษาประธานกรรมการบริหารธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ไทยพาณิชย์ได้ปรับยุทธศาสตร์เน้นมุ่งสู่ความเป็นธนาคารระหว่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะการเป็นธนาคารในอาเซียน ซึ่งที่ผ่านมา ได้มีการเปิดสาขาผู้แทนในพม่าเพื่อรองรับการขยายตัวของการค้าและการลงทุนในจีเอ็มเอสมากขึ้น

อย่างไรก็ดี การลงทุนในกลุ่มจีเอ็มเอสก็ยังคงมีข้อจำกัดบางประการที่คาดว่าจะสามารถบรรลุได้ภายในไม่กี่ปีนี้ เช่น ระบบการเงินการธนาคารในพม่า ที่ยังไม่เปิดเสรีให้ต่างชาติ ทำให้นักลงทุนในหลายประเทศยังต้องพึ่งพาแบงก์ต่างชาติเพื่อเข้าไปลงทุนในประเทศเหล่านี้อยู่ อย่างไรก็ตาม พม่ากำลังจะมีการนำร่องเปิดเสรีแบงก์ต่างชาติขึ้น โดยคาดว่าจะเริ่มให้ใบอนุญาตประกอบกิจการธนาคารต่างชาติที่มีสาขาในพม่าราว 5 - 10 แห่ง ในปีนี้

ทั้งนี้ กมัลกานต์ เชื่อว่า การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ภายในเดือน ธ.ค. 2558 อาจมีความร่วมมือหลายด้านทั้งที่ประสบความสำเร็จและยังไม่สามารถทำได้ตามเวลา ซึ่งยังคงต้องใช้เวลาในการเปลี่ยนผ่านอย่างต่อเนื่องไปอีก 1–2 ปี

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน